โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คนอินเดียไม่พอใจ ห้ามขายน้ำมันให้รถยนต์เก่า หวังแก้ปัญหา PM2.5

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 06.00 น.
“อินเดีย” สั่งห้ามขายน้ำมันให้รถยนต์เก่าที่มีอายุเกิน 10 ปีขึ้นไป ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 6 ล้านคัน เพื่อแก้ปัญหาคุณภาพอากาศแย่จากฝุ่นควัน PM2.5 ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชน และไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างแท้จริง

มลพิษทางอากาศเป็นปัญหาใหญ่ในหลายเมือง โดยเฉพาะ “กรุงนิวเดลี” ที่มักจะถูกจัดอยู่ในเมืองที่มีอากาศแย่อันดับต้นๆ ของโลก ค่าฝุ่น PM2.5 สูงในระดับที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างรุนแรง แม้ว่าที่ผ่านมาอินเดียมีความพยายามในการแก้ปัญหาคุณภาพอากาศ โดยหนึ่งในมาตรการที่บังคับใช้คือการห้ามใช้งานรถยนต์เก่าที่มีอายุมากกว่า 10 ขึ้นไป แต่ก็ดูเหมือนว่าคนอินเดียจะละเลยข้อบังคับดังกล่าว ทำให้ยังมีรถยนต์สันดาปวิ่งอยู่บนท้องถนนจำนวนมาก ตัวเลขรถยนต์เก่าในกรุงนิวเดลีอย่างเป็นทางการสูงถึงกว่า 6 ล้านคัน

ล่าสุดทางการอินเดียได้ยกระดับข้อกำหนดดังกล่าวขึ้นอีกขั้นด้วยการประกาศงดจ่ายน้ำมันให้กับรถยนต์เบนซินที่มีอายุการใช้งานเกิน 15 ปี และรถยนต์ดีเซลที่มีอายุการใช้งานเกิน 10 ปี โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำการที่สถานีบริการน้ำมันทั่วกรุงนิวเดลี พร้อมติดตั้งกล้องตรวจจับป้ายทะเบียนรถ โดยมุ่งหวังว่าวิธีนี้จะช่วยลดปัญหาความรุนแรงของมลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM2.5 ในเมืองลงได้ และมาตรการนี้จะขยายพื้นที่บังคับใช้ออกไปยังเมืองรอบกรุงนิวเดลี ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 32 ล้านคน ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

แต่หลังบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าวไปได้เพียง 2 วัน พบว่ามาตรการนี้สร้างความไม่พอใจให้กับชาวเมืองเป็นอย่างมาก เนื่องจากเกิดปัญหาทางเทคนิคหลายประการ และยังสร้างความสับสนให้กับผู้คนจนนำไปสู่การทะเลาะวิวาท

ปัญหามลพิษทางอากาศมักจะรุนแรงในช่วงฤดูหนาวของทุกปี เนื่องจากอุณหภูมิที่เย็นลงทำให้กระแสลมเคลื่อนตัวช้า เกิดการกระจุกตัวของฝุ่นควันจากท่อไอเสีย โรงงานอุตสาหกรรม และการเผาเชื้อเพลิงชีวมวลในพื้นที่ใกล้เขตเมืองจำนวนมากและตกค้างในอากาศนานขึ้น กลายเป็นหมอกควันหนาทึบ ฝุ่น PM2.5 เกินค่ามาตรฐานกว่า 60 เท่า และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของชาวเมืองอย่างรุนแรง รายงานจากวารสารทางการแพทย์พบว่า ในอินเดียมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศก่อนวัยอันควรมากถึง 1.67 ล้านคน ในปี 2019

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...