โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พื้นที่ชุ่มน้ำ ‘โล่กำบังธรรมชาติต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 04.39 น. • The Bangkok Insight

พื้นที่ชุ่มน้ำ “โล่กำบังธรรมชาติต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

บทบาทสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

พื้นที่ชุ่มน้ำ เป็นระบบนิเวศที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการต่อสู้กับภาวะโลกร้อน ทำหน้าที่เหมือนเป็น"อ่างล้างคาร์บอน" ที่คอยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศและกักเก็บไว้ในดินและชีวมวล ช่วยลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

โล่กำบังธรรมชาติ

ประสิทธิภาพการกักเก็บคาร์บอนของพื้นที่ชุ่มน้ำ

  • ป่าชายเลน : กักเก็บคาร์บอนได้เร็วกว่าป่าฝนเขตร้อนถึง 55 เท่า
  • ป่าพรุ : ครอบคลุมพื้นที่เพียง 3% ของโลก แต่กักเก็บคาร์บอนได้ถึง 30% ของคาร์บอนทั้งหมดบนพื้นดิน

ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อพื้นที่ชุ่มน้ำ

  • การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้เกิดภัยแล้งที่รุนแรงและบ่อยขึ้น อุณหภูมิที่สูงขึ้น และการคายระเหยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ชุ่มน้ำเสื่อมโทรมและนำไปสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกมา

การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำและผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

  • การสูญเสียพื้นที่ชุ่มน้ำจะยิ่งทำให้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรงขึ้น ผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลจากพื้นที่ชุ่มน้ำที่ถูกทำลาย

โล่กำบังธรรมชาติ

การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ

  • การอนุรักษ์ การฟื้นฟู และการใช้พื้นที่ชุ่มน้ำอย่างชาญฉลาด ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและกักเก็บคาร์บอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำโดยแนวทางที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน ควรได้รับการสนับสนุนในทุกระดับ

การอนุรักษ์พื้นที่ชุ่มน้ำเป็นกุญแจสำคัญในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราทุกคนมีบทบาทสำคัญในการปกป้องพื้นที่ชุ่มน้ำอันล้ำค่าเหล่านี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...