โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกสาววิดีโอคอลข้ามประเทศวอนตำรวจปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์แค้นพ่อโดนหลอกจนผูกคอเสียชีวิต

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 มี.ค. 2567 เวลา 10.48 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2567 เวลา 10.08 น.

ลูกสาววิดีโอคอลข้ามประเทศวอนตำรวจปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์แค้นพ่อโดนหลอกจนผูกคอเสียชีวิต

จากกรณีนายบุญช่วย ธูปเทียนทอง อายุ 71 ปี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรหลอกเอาเลขบัตรประชาชน และเลขบัญชีธนาคารที่มีเบี้ยคนชราโอนเข้า พอตั้งสติได้จึงเล่าให้ภรรยาฟัง และโทรปรึกษาลูก และไม่มีใครตำหนิ เพราะยังไม่ได้โอนเงิน แต่พอตื่นเช้าพบว่าผูกคอตาย พร้อมจดหมายลาตาย ตำรวจสันนิษฐานว่า ผู้ตายเครียด กลัวถูกดูดเงินเบี้ยคนชรา เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 16 มีนาคม 2567

ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 มีนาคม 2567 นางหนูกาล ธูปเทียนทอง อายุ 83 ปี และลูกสาว ได้นำศพนายบุญช่วย ธูปเทียนทอง อายุ 71 ปี ออกจากนิติเวช โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่ศาลาวัดสว่างสันติธราม ถนนอำเภอ เขตเทศบาลนครอุดรธานี ระหว่างนั้น ได้มีนายปฎิภาน กัลยาบุญ อายุ 29 ปี และนางสาวศิริลักษณ์ จูมใหญ่ อายุ 29 ปี สามีภรรยา เดินทางมาที่ศาลาตั้งสวดอภิธรรมศพ โดยบอกว่า น.ส.อ้อม อายุ 57 ปี ลูกสาวคนเล็กของผู้ตาย ทำงานอยู่ประเทศญี่ปุ่น วานให้มาดูแลงานศพช่วยแม่และพี่สาว พร้อมกับวิดีโอคอลให้ดูงานศพ

ผู้สื่อข่าวจึงขอคุยกับ น.ส.อ้อม โดยเล่าว่า ตนมาทำงานอยู่ประเทศญี่ปุ่นประมาณ 30 ปี จะส่งเงินไปให้พ่อแม่ใช้จ่าย ตนกลับบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อ 4 ปีก่อน ช่วงโควิดระบาด ปกติตนจะสนิทกับแม่ ไม่ค่อยจะสนิทกับพ่อ หากพ่อต้องการอะไรก็จะพูดฝากแม่มาบอก เมื่อเช้านี้แม่โทรศัพท์มาบอกว่าพ่อผูกคอเสียชีวิต เพราะเครียดโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอกขอเลขบัตรประชาชน และเลขบัญชีไป ตนไม่คิดว่าพ่อจะคิดสั้น เพราะพ่อไม่เคยมีปัญหาอะไรเลย อยู่แบบสบาย พ่อเคยบอกตนว่าจะอยู่ดูแลแม่จนกว่าจะตายจากกัน รู้สึกเสียใจที่ไม่ได้บอกลาพ่อ

“ก่อนหน้านี้บอกให้พ่อดูแลตัวเอง ดูแลแม่ ดูแลบ้าน ว่างจากงานจะรีบกลับไปหา พ่อก็บอกว่าจะอยู่กับแม่จนตายจากกันไป ครอบครัวเราไม่มีหนี้สิน พ่อแม่อยู่ได้แบบสบาย ไม่มีปัญหาอะไร อยากฝากถึงตำรวจ และรัฐบาล ให้ช่วยกำจัดแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้สิ้นซาก เพราะว่ามันเป็นตัวเสนียดของประเทศ เป็นปัญหาระดับประเทศ ทำให้คนสิ้นเนื้อประดาตัว และต้องมาเสียชีวิต ถ้าเอาไว้ก็หนักแผ่นดิน หนักโลก ถ้าวิสามัญได้ก็ทำเลย ขยะยังมีราคา พวกมันไม่มีราคา” น.ส.อ้อม พูดด้วยอารมณ์โมโห

นายปฎิภานเล่าว่า รู้จักกับพี่อ้อม ลูกสาวคนเล็กของผู้ตายที่ทำงานอยู่ญี่ปุ่น และรู้จักกับผู้ตายและภรรยา เพราะพี่อ้อมจะให้ตนไปทำธุระเรื่องเอกสารการเงิน และเข้ามาดูแลพ่อแม่ประจำ หลังทราบว่าพ่อผูกคอตายจึงให้ตนและภรรยามาดูแลงานศพช่วยแม่กับพี่สาว ผู้ตายมีอัธยาศัยดี เวลาตนมาหาก็จะออกมาพูดคุยด้วย ยิ้มแย้มแจ่มใส แต่บางเรื่องก็ไม่ปรึกษา แต่ตนก็เคยบอกผู้ตายและภรรยาว่า หากมีจดหมาย เอกสารแปลกส่งมา ให้โทรบอกตน หรือหากมีมิจฉาชีพโทรมาหา หรือโทรมาหลอก ก็อย่าไปเชื่อ ให้บอกตนด้วย ถ้าผู้ตายโทรหาตน ก็จะบอกว่าเป็นแก๊งคอลเซ็นต์ อย่าไปหลงเชื่อ ก็คงไม่คิดมากและเสียชีวิต

ส่วนนายทองแดง นาชิน อายุ 74 ปี เพื่อนบ้านผู้ตายและสัปเหร่อ เล่าว่า ตนรู้จักกับผู้ตาย เพราะอยู่บ้านใกล้กัน ผู้ตายมีฐานะ มีนิสัยไม่ค่อยพูด ส่วนตนก็เคยถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรมาหลอก มีผู้หญิงโทรมาว่าลูกสาวตนเป็นหนี้ให้ตนใช้หนี้แทน ไม่เช่นนั้นลูกสาวจะโดนจับ ตนไม่หลงเชื่อ ตนก็ตอบว่าตนไม่มีลูกสาว แต่แก๊งดังกล่าวก็ไม่ลดละ ได้โทรมาหาตนอีก ตนกำลังยุ่งก็เลยด่า แก๊งคอลเซ็นตอร์เลยปิดสายไป อยากเตือนประชาชนว่า อย่าไปเชื่อคนง่าย แม้ว่าตนจะมีความรู้น้อยก็ไม่เชื่อคนง่ายๆ จะต้องให้เห็นตัวตนก่อน และให้ถามและปรึกษาลูกหลานก่อน ตรวจสอบให้แน่ชัด ว่าเป็นใครมาจากหน่วยงานไหนก่อนโอนเงิน หรือบอกข้อมูลส่วนตัว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกสาววิดีโอคอลข้ามประเทศวอนตำรวจปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์แค้นพ่อโดนหลอกจนผูกคอเสียชีวิต

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...