โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ปฏิบัติการล้างบางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แฝงตัวฟอกเงินในไทย เงินหมุนเวียน 7 หมื่นล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 29 เม.ย. 2567 เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 29 เม.ย. 2567 เวลา 04.44 น.

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ทำการจับกุมคดีสำคัญซึ่งเกี่ยวกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่หลอกลวงประชาชนให้ได้รับความเดือดร้อน

คดีแรก ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ใช้ Elite visa แฝงตัวฟอกเงินในไทย พบเงินหมุนเวียนกว่า 7 หมื่นล้านบาท จับกุม MR.CHEN อายุ 32 ปี โดยจับกุมได้ที่ บ้านหรูแห่งหนึ่ง ย่านถนนราชพฤกษ์ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ และ นายอนันต์ อายุ 44 ปี โดยจับกุมได้ที่ อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงทราฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบ และร่วมกันฟอกเงิน” โดยของกลางที่ตรวจยึดได้ เงินสดประมาณ 11 ล้านบาท, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (PC) จำนวน 2 เครื่อง, โทรศัพท์ จำนวน 7 เครื่อง, สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 8 เล่ม, บัตรกดเงินสด (ATM)-บัตรเครดิต จำนวน 13 ใบ, รถยนต์ จำนวน 5 คัน เครื่องนับเงินสด จำนวน 1 เครื่อง และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 42 ล้านบาท

สืบเนื่องจาก เมื่อประมาณเดือน พฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ได้มีการจับกุมกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีการสร้างเว็บไซต์กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ปลอมขึ้นมา เพื่อหลอกลวงผู้เสียหายที่เคยโดนมิจฉาชีพหลอกเอาเงินไป ซึ่งเหมือนเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนผู้เสียหาย โดยกลุ่มคนร้ายที่ปลอมเว็บไซต์ CIB นี้ขึ้นมา จะสร้างความน่าเชื่อถือกับผู้เสียหายว่า สามารถติดตามเงินคืนกลับมาให้ผู้เสียหายได้ ก่อนที่จะหลอกเอาเงินผู้เสียหายซ้ำอีกครั้ง

โดยต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปอท. ได้สืบสวนติดตามจับกุมขบวนการดังกล่าว โดยร่วมกันตรวจค้น 9 จุด เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร , นนทบุรี , สมุทรสาคร , เชียงราย , สุราษฎร์ธานี และสระแก้ว ขณะนั้นจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย ในจำนวนนี้มี 4 รายที่ทำหน้าที่ในการฟอกเงิน และอีก 1 รายเป็นโปรแกรมเมอร์ มาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สอบสวน MR.CHEN ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีหน้าที่ในการบริหารจัดการกระเป๋าดิจิทัลให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยโทรศัพท์มือถือที่ตรวจยึดได้จาก MR.CHEN มีการใช้แอปพลิเคชันหนึ่งในการบริหารจัดการกระเป๋าดิจิทัล ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสมาชิกแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนหลายใบ มียอดเงินหมุนเวียนของกระเป๋ารวมกว่า 7 หมื่นล้านบาท โดยกระเป๋าดิจิทัลเหล่านี้ พบว่าเป็นกระเป๋าที่ตรงกันกับ ที่ได้มีการเข้าแจ้งความไว้ในระบบรับแจ้งความออนไลน์ มากกว่า 30 คดี โดยมีพฤติการณ์การก่อเหตุ ดังต่อไปนี้ 1.) หลอกทำงานออนไลน์ 2.) ข่มขู่ผู้เสียหายว่าจะถูกดำเนินคดี 3.) หลอกลงทุนเงินดิจิทัล-หุ้น 4.) หลอกเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าหรือเจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง หลอกลงแอปพลิเคชันดูดเงิน 5.)หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งผู้เสียหายกำลังถูกแฮ็กบัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายโยกเงินไปเก็บไว้ที่ปลอดภัย ฯลฯ

อีกทั้ง MR.CHEN ผู้ต้องหารายนี้ ยังมีหน้าที่ฟอกเงินโดยแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิตอลเป็นเงินสกุลต่างๆ ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่มีฐานปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา อีกทั้งตัวของ MR.CHEN ได้ใช้ชื่อของบุคคลอื่น (สัญชาติไทย) ในการทำธุรกรรมเพื่อซื้อและถือครองทรัพย์สินหลายรายการด้วยเงินสด อาทิเช่น บ้านเดี่ยว 2 ชั้น, ที่ดิน, รถยนต์และทรัพย์สินมีค่าเครื่องประดับ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบวีซ่าของ MR.CHEN พบว่าเป็น วีซ่าประเภท อีลิท การ์ด แพคเกจแบบ 5 ปี และในวันที่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุม MR.CHEN พบภรรยาสัญชาติจีนของ MR.CHEN พักอาศัยอยู่ด้วยกันกับ ลูก 3 คน โดย MR.CHEN ได้ให้ภรรยาของตนจดทะเบียนสมรสกับชายไทยและให้ชายไทยคนดังกล่าวรับเป็นบิดาของลูกทั้ง 3 คน โดยจุดประสงค์เพื่อให้ลูกที่เกิดมาได้รับสัญชาติไทย

ส่วนนายอนันต์ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยให้การว่าได้รู้จัก MR.CHEN มาประมาณ 10 ปี และได้ให้ MR.CHEN ใช้บัญชีธนาคารและบัญชีแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิทัลของตนเอง แต่ไม่ได้มีส่วนในการไปหลอกลวงแต่อย่างใด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...