โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“จิราพร ศิริคำ” กฟผ.ต่อยอด “นวัตกรรมพลังงาน”

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. 2567 เวลา 00.33 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. 2567 เวลา 00.33 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์พิเศษ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ส่วนหนึ่งของหน่วยงานที่ช่วยดูแลความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ พร้อมช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤตราคาพลังงาน โดยเฉพาะ “ค่าไฟ” ที่ กฟผ. ช่วยตรึงและยังต้องเตรียมพร้อมเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่การใช้พลังงานสะอาด ด้วยการพัฒนานวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่าตามวิสัยทัศน์ กฟผ.

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ ดร.จิราพร ศิริคำ รองผู้ว่าการธุรกิจเกี่ยวเนื่องและรักษาการในตำแหน่ง ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยถึงทิศทางการดำเนินการ กฟผ. ในช่วงการเปลี่ยนผ่านพลังงาน ในช่วงการเปลี่ยนผ่านผู้ว่าการ กฟผ.ที่ต้องรอคอยกันมานานข้ามปี

บอร์ด กฟผ.ล่าช้ากระทบลงทุน

หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ได้มีมติตั้งคณะกรรมการบริหารของ กฟผ. (บอร์ด กฟผ.) ชุดใหม่ ขณะนี้ต้องรอทางบอร์ด กฟผ.ชุดใหม่ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการอนุมัติโครงการลงทุนต่าง ๆ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อของบประมาณมาดำเนินโครงการ ซึ่งถ้าช้าเพียงในระยะสั้น 3-6 เดือน ยังพอที่จะสามารถดำเนินงานได้อย่างไม่มีปัญหา

แต่เพื่อการทำงานที่เปอร์เฟ็กต์จะต้องมีครบทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นบอร์ด ผู้ว่าการและผู้บริหารในทุกตำแหน่ง เชื่อว่า ทางภาครัฐเองก็เข้าใจ อาจจะมีการพิจารณาเตรียมการอยู่แล้ว ซึ่งคาดว่าคงจะแต่งตั้งในเร็ววัน

บริหารสภาพคล่อง รับความเสี่ยง

เราได้สื่อสารกับภาคนโยบายทั้งสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) มาตลอดว่า กฟผ.จะมีการบริหารสภาพคล่องให้ เพราะเราก็เข้าใจภาครัฐและประชาชนเหมือนกันว่า เราจะต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องดูถึงสภาพคล่องของ กฟผ.ก็ต้องอยู่ได้เช่นเดียวกัน คือ เวลาคิดค่า Ft จะเป็นค่าประมาณการอนาคต 4 เดือน เพื่อดูว่าราคาอีก 4 เดือนข้างหน้าเป็นเท่าไหร่ ซึ่งจะรวมทั้งค่าเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยน พอถึงเวลาเราก็จ่ายไปก่อนเรียบร้อยแล้วในส่วนของค่าเชื้อเพลิง ซึ่ง กฟผ.ก็ควรจะได้เงินที่จ่ายค่าเชื้อเพลิงคืนกลับมาในส่วนของค่าไฟรูปแบบค่า Ft

“แต่ถ้าบอกว่า ช่วงนี้ประชาชนเดือดร้อน หรือเศรษฐกิจไม่ดีขอต้านไว้ก่อน เราก็ต้องมาดูว่าต้านได้แค่ไหน อย่างปีนี้ก็สามารถต้านให้ได้จำนวนหนึ่ง อย่างเมื่อปีที่แล้วเราก็ดูแลค่าไฟให้ถึง 150,000 ล้านบาท แล้วก็ค่อย ๆ ทยอยคืนกลับมา”

ใช้หนี้ กฟผ. รักษาเครดิตเรตติ้ง

ปัจจุบันหนี้ค้างชำระค่า Ft ของเราอยู่ 95,777 ล้านบาท ส่วนการตรึงค่าไฟให้อยู่ 3.99 บาทต่อหน่วย เมื่องวดที่ 3/2566 ระหว่างกันยายนถึงธันวาคมนั้น ไม่ได้ทำให้หนี้ กฟผ.เพิ่มขึ้น แต่แค่เราไม่ได้รับหนี้คืนเท่านั้น ฉะนั้นในงวดที่ 1/2567 ระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน 2567 ค่า Ft ที่ 4.18 บาทต่อหน่วย ก็ยังรักษาระดับหนี้ไว้ที่ 95,777 ล้านเช่นเดิม ซึ่งผู้ใช้ไฟจะต้องใช้คืนเรามา ก็หวังว่าภาครัฐจะกระตุ้นและคืนเงินส่วนหนี้ให้กับ กฟผ. เพื่อรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของประเทศ เพราะหาก กฟผ.เครดิตเรตติ้งตก เครดิตของประเทศก็จะตกตามลงไปด้วย ดังนั้นจึงต้องรักษาสภาพคล่องของ กฟผ. เพื่อให้ดำเนินธุรกิจและการลงทุนต่อไปได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ต้องอาศัยความชัดเจนของภาครัฐที่กำหนดกรอบระยะเวลาการชำระหนี้คืน กฟผ. เช่น จะคืน 1 ปี หรือ 3 ปีก็ได้ แต่ต้องกำหนดกรอบให้ชัด เพื่อที่ กฟผ.จะได้ไปคุยกับหน่วยงานที่ดูแลเรื่อง Credit Rating เพราะเขาก็จับตามองอยู่ว่าจะได้เงินชำระคืนเมื่อใดเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

ก้าวต่อไปของ กฟผ.

ขณะที่ยุทธศาสตร์ของ กฟผ. นับจากปี 2567 เป็นต้นไป มีการบริหารจัดการ โดยทีมบริหารร่วมกันว่าเรามีวิสัยทัศน์ พันธกิจและกลยุทธ์ก็จะเดินก้าวต่อไปพร้อมกับอนาคตของ กฟผ. แน่นอนว่าเราดูแลระบบไฟฟ้า เราดูแลประชาชนด้วยนวัตกรรม

เรามองว่าสิ่งที่ควรเดินหน้าต่อไป คือ นวัตกรรมพลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของประเทศชาติและประชาชน เราวางระบบไฟฟ้าของประเทศไทยเพื่อความมั่นคง ความสม่ำเสมอในการจ่ายไฟฟ้า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟดับอันเป็นวินัยสำคัญของ กฟผ. จะเห็นได้ว่าประชาชนจะไม่เคยพบว่ามีไฟดับเป็นบริเวณวงกว้างในประเทศไทยมาหลาย 10 ปี ด้วย Mindset ของพนักงาน กฟผ. เราจะเดินหน้าต่อไป

“อนาคตของ กฟผ.ในเรื่องการทำงาน นอกจากจะต้องอยู่ในระบบผลิตและส่งไฟฟ้าให้มั่นคงแล้ว แต่เทรนด์ของโลกที่เข้ามาอย่างพลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy หรือ RE) ก็คงต้องเตรียมความพร้อม ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานสีเขียวหรือพลังงานหมุนเวียน และเตรียมระบบสายส่งเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่จะเข้ามาในระบบสามารถส่งถ่ายเข้ามา เพื่อสนับสนุนความต้องการของประชาชนและอุตสาหกรรมให้ได้ อันนี้คือสิ่งที่เรามอง”

สิ่งที่เราทำก็คือ การเพิ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน การปรับปรุงระบบโครงข่ายไฟฟ้า เรื่องของ Grid Modernization คือการพัฒนาระบบส่งและระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้มีความทันสมัย เพื่อรองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งทั้ง 2 เรื่องนี้ ภายในระยะเวลา 5-10 ปี ต่อจากนี้ไปจะต้องเห็นผล และสิ่งนี้จะเป็นอนาคตของ กฟผ.

ส่วนแผนการลงทุนของ กฟผ. โดยเฉพาะเรื่องโซลาร์ลอยน้ำ (Floating Solar) ได้ผ่านตั้งแต่บอร์ด กฟผ.ชุดเดิมไปแล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการดำเนินการของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้เสนอโครงการเข้า ครม.พิจารณาเป็นลำดับต่อไป ซึ่งเราก็คาดหวังว่าทางสภาพัฒน์จะเร่งดำเนินการให้ไวที่สุด

COD โซลาร์ลอยน้ำ มี.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับเดือนมีนาคมนี้ คือ โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำร่วมกับโรงไฟฟ้าพลังน้ำ หรือโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริด (Hydro-Floating Solar Hybrid) เตรียมจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date) ในเดือนมีนาคมนี้

โดยโครงการนี้ถือว่าเป็นแห่งที่ 2 ณ เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ด้วยกำลังผลิตไฟฟ้า 24 เมกะวัตต์ และเพิ่มการติดตั้งระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอร์รี่ (BESS) ขนาด 6 เมกะวัตต์ต่อชั่วโมง เตรียมขายให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้ไฟสีเขียว

นอกจากนี้ กฟผ.ยังร่วมกับโครงการ Utility Green Tariff (UGT) เป็นโครงการขายไฟฟ้าสีเขียวให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทที่ 3 4 และ 5 ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ และกิจการขนาดกลางที่สนใจใช้ไฟฟ้าสีเขียว โดยคิดอัตราค่าบริการไฟฟ้า แบบอัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าที่ไม่เจาะจงโรงไฟฟ้าในการขอรับบริการ (UGT1)

โดยโรงไฟฟ้าพลังน้ำทั้ง 7 โรงที่เข้าร่วมโครงการ UGT1 ของ กฟผ. ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิริกิติ์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนบางลาง โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนจุฬาภรณ์ โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนปากมูล โรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนสิรินธร และโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนท่าทุ่งนา แต่ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “จิราพร ศิริคำ” กฟผ.ต่อยอด “นวัตกรรมพลังงาน”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...