โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

สมชัยสับหน้าที่สว.ค้ำจุนคนแต่งตั้ง ระบบเลือกกันเอง ‘มั่ว’ จนคาดการณ์ยาก

iLaw

อัพเดต 20 เม.ย. 2567 เวลา 04.21 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2567 เวลา 12.02 น. • iLaw

27 มีนาคม 2567 เวลา 17.50 น. ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ร่วมกับคณะกรรมการนักศึกษาคณะนิติศาตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ (LL.B.) จัดเสวนาในหัวข้อ “กระบวนการเลือก สว. ชุดใหม่: ที่มา การทำงาน และความสำคัญ” โดยมีผู้เข้าร่วมได้แก่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต. พรรณิการ์ วานิช คณะก้าวหน้า และยิ่งชีพ อัชฌานนท์ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)

ไล่เรียงที่มาสว. สับหน้าที่หลักคือค้ำจุนคนแต่งตั้ง

สมชัยระบุว่า เวลาเราพูดถึงวุฒิสภา เราอยากจะให้ดูถึงสิ่งที่เป็นฟังก์ชันหรือหน้าที่ที่เขาคิดว่าควรจะเป็น เปรียบเทียบกับสิ่งที่มันเกิดขึ้นจริง ซึ่งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน “เวลาที่เขาออกแบบวุฒิสภา เวลาเขาเขียนในกฎหมายถึงความจำเป็นต้องมีวุฒิสภา เขาจะพูดแบบนึงเขาบอกว่า คือหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมาย หน้าที่ในการกำกับตรวจสอบรัฐบาล หน้าที่ในการให้คำเสนอแนะนำต่อรัฐบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน คือเป็นเหมือนกับว่า เฮ้ยไม่มีไม่ได้ มันจำเป็นต้องมีเพราะว่าสส.อย่างเดียวไม่เพียงพอ และจำเป็นต้องมีกระบวนการในการกลั่นกรองที่ต่อเนื่องจากสส. คือสส.ให้ออกกฎหมายไปเสร็จแล้วก็ต้องมีสว.มาดักท้ายนิดหนึ่ง ดูสิว่าสิ่งที่ออกนะครับมันครบถ้วนสมบูรณ์เหมาะสมหรือเปล่า”

“เพราะฉะนั้นในแง่ของการมองบทบาทที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย ตามสิ่งที่เขาเจตนาต้องการให้มี มันก็เป็นเจตนาในการกลั่นกรอง ในการที่จะมาช่วยการทำงานของสส.ให้มันเกิดความครบถ้วนสมบูรณ์ รอบคอบมากขึ้น นี่คือสิ่งที่อยู่ในแนวความคิดในเชิงทฤษฎี แต่ถามว่าที่ผ่านมาทั้งหมดตั้งแต่ 2475 ซึ่งความตอนนั้นยังไม่มีสว.แต่ก็เรียก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประเภทที่สอง ซึ่งมาจากการแต่งตั้งแต่ว่าก็ทำหน้าที่คล้าย ๆ สว. มาคานซึ่งกันและกันจนกระทั่งมีสว.จริงๆ ในรัฐธรรมนูญ 2489 เริ่มที่จะมีวุฒิสภาเกิดขึ้นถามว่าฟังก์ชั่นของวุฒิสภา หน้าที่ของวุฒิสภาที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมาจากการแต่งตั้ง มาจากกระบวนการต่างอะไรยังไงก็แล้วแต่… ผมว่า หน้าที่หลัก ๆ คือหน้าที่ในการค้ำจุนคนที่แต่งตั้งเขาเท่านั้นเอง นี่คือภาพที่มันเกิดขึ้นจริง สว.ที่ถูกแต่งตั้งโดยรัฐบาลก็จะเป็นฝ่ายที่คอยปกป้องคอยดูแล คอยที่ว่าจะพิทักษ์รักษาตัวรัฐบาลให้คงอยู่ยืนยาวยาวนาน”

การได้มาซึ่งสว.มีความเปลี่ยนแปลงในปี 2540 ที่ให้สว.มาจากการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรง แต่มีข้อครหาว่าสว.ไม่ปลอดการเมืองและเกิดสภาผัวเมีย จนนำมาซึ่งการออกแบบใหม่ในปี 2550 คือ เลือกตั้ง 76 จังหวัด/คนและสรรหาเข้าไปประกบอีก 74 คน โดยเชื่อว่า การสรรหาดังกล่าวจะได้คนที่มีประสบการณ์คนที่มีความรู้ความสามารถเข้าไปเจือในสว. ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น แต่เกิดสถานการณ์ที่เรียกว่า “ปลาสองน้ำ” ที่ฝ่ายเลือกตั้งและสรรหาคิดต่างกัน นำมาสู่การออกแบบในปี 2560 หลังจากการรัฐประหาร การออกแบบครั้งนี้ตัวบทของรัฐธรรมนูญว่าอย่างหนึ่ง บทเฉพาะกาลเป็นอีกแบบหนึ่ง “และบทเฉพาะกาลที่เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารและเป็นรัฐธรรมนูญปี ’60 เป็นไปเพื่อค้ำจุนผู้มีอำนาจอย่างชัดเจน สว.ที่มาจากบทเฉพาะกาลรัฐธรรมนูญปี ’60 มาจากการแต่งตั้งของคสช. 194 คน จากโดยตำแหน่งอีกหกคน…มาจากการคัดเลือกกันเองแต่ท้ายที่สุดก็ต้องให้คสช. เป็นฝ่ายจิ้มเอา 50 คน มันก็กลายเป็นว่า มาจากคสช.เกือบทั้งหมด…บทบาทของชุดนี้ก็จะเป็นบทบาทที่จะค้ำจุนรัฐบาล”

ระบบ ‘มั่ว คาดเดายาก หวั่นได้คนขาดอุดมการณ์-กวาดต้อนเข้ามุ้ง

การเลือกกันเองของสว.ในปี 2567 เป็นบทหลักของรัฐธรรมนูญ 2560 โดยสว.ชุดใหม่นี้จะมี 200 คนจาก 20 กลุ่มอาชีพ โดยผู้สมัครจะต้องเลือกกันเองหกครั้งในระดับอำเภอ จังหวัดและประเทศ เป็นการเลือกในกลุ่มอาชีพและเลือกไขว้กลุ่มอาชีพ “ถามว่าการออกแบบแบบนี้โดยเจตนาต้องการอะไร ต้องการที่จะทำให้สว.มีความหลากหลายมากที่สุดเพราะเป็นกลุ่มอาชีพต่างๆถึง 20 กลุ่มอาชีพ…คือสิ่งนี้ ถามว่าคาดการณ์ถึงผลที่จะเกิดขึ้นท้ายที่สุดได้ไหม ณ วันนี้คาดการณ์อะไรไม่ได้เลย ผมไม่เชื่อว่าใครจะออกแบบจนกระทั่งสามารถยึดครองวุฒิสภา ในขั้นแรกของการที่ได้ชื่อ 200 คนเข้าไป ผมไม่เชื่อว่า จะมีใครออกแบบการจัดการจนกระทั่งสามารถที่จะยึดครองสว.ทั้ง 200 คนได้ นี่คือภาพที่ผมคิดว่าทุกคนเสี่ยงหมด ผู้มีอำนาจเก่า ผู้มีอำนาจเดิม ประชาชน ภาคประชาสังคมต่างๆทุกคนทุกฝ่ายไม่มีใครสามารถคาดการณ์ถึงผลที่จะเกิดขึ้นได้เลยว่า 200 คนจะเป็นคนของใครแล้วก็จะมีคนของสัดส่วนฝ่ายได้เขาไปมากหรือน้อยแตกต่างกันยังไงบ้าง ไม่มีใครคาดการณ์ได้ผมมองแบบนี้ แต่พอออกแบบระบบมั่วจนกระทั่งประเภทว่าคาดการณ์ไม่ได้เลยว่าท้ายสุดจะเป็นอย่างไร”

“แต่สิ่งซึ่งน่าเป็นห่วงหลังจากนี้คืออะไร หลังจากที่มีสว. 200 คนแล้วเข้าไปในสภา ถ้าคนเหล่านี้เป็นคนที่ขาดอุดมการณ์อย่างแท้จริง ขาดเจตจำนงในการที่จะทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง การกวาดต้อนซื้อคนที่เป็นสว.แล้วให้เข้าไปอยู่ในมุ้ง ในพวก ในกลุ่มสังกัดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น นี่คือภาพที่ผมมองว่า มันไม่เกิดขึ้นก่อน การเกิดขึ้นก่อนมันก็คือเรื่องของการที่ว่ามันจะต้องวางแผนการให้คุณเกณฑ์คนไปลงระดับอำเภอเสร็จแล้วเลือกไขว้เลือกอะไรก็แล้ว แต่ภายใต้ระบบการออกแบบที่ถูกออกแบบให้เลือกถึงหกขั้น…. ยากที่จะทำให้เกิดผลสำเร็จ ทุ่มแค่ไหนก็แล้วแต่จะฝ่ายได้ทุ่มแค่ไหนก็แล้วแต่ ท้ายสุดขอเลือกไขว้กันเละเหมือนกันก็คือท้ายที่สุดก็คือมันจะไม่ได้ผลตามที่เขาต้องการ”

“ภาพของการเมืองจากนี้ไป เราเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนแปลงที่มาของสว.ครั้งใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นการทดลองของประเทศไทยอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงประเทศอีกครั้งหนึ่ง จะเป็นการทดลองในการออกแบบที่มาของสว.อีกครั้งหนึ่ง แต่จะเป็นการทดลองแล้วประสบความสำเร็จหรือไม่ ท้ายที่สุดมันได้คนที่เข้าไปทำหน้าที่เราที่ต้องการหรือเปล่า อันนี้ตอบไม่ได้เลย แล้วก็ผมใช้คำว่ามันอาจจะเป็นการทดลองครั้งสุดท้าย ท้ายสุด เปลี่ยนเป็นแบบนี้แล้วมันก็ยังไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวต่อไปสิ่งที่เราต้องรณรงค์คือไม่ต้องมีมันหรอกสว. เลิกมันไปเถอะ”

ย้อนฟังทั้งหมดได้ที่นี่

https://www.youtube.com/watch?v=6gElinaaVjg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...