โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ชีวิตใหม่ของหมอเทวดาหนิงเฉิง

นิยาย Dek-D

อัพเดต 28 ต.ค. 2566 เวลา 15.41 น. • เผยแพร่ 28 ต.ค. 2566 เวลา 15.41 น. • May2564
จากลูกอนุที่ไม่มีอนาคตได้เป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา ได้เดินตามรอยของอาจารย์จนสิ้นอายุไขไป เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะได้ไปเจอท่านแม่และอาจารย์ที่เฝ้าฝันมานานกับมาตื่นในร่างของใครก็ไม่รู้ในโลกที่ไม่คุ้นเคย

ข้อมูลเบื้องต้น

จากลูกอนุที่ไม่มีอนาคตได้เป็นลูกศิษย์ของหมอเทวดา ได้เดินตามรอยของอาจารย์จนสิ้นอายุไขไป เมื่อคิดว่าตัวเองกำลังจะได้ไปเจอท่านแม่และอาจารย์ที่เฝ้าฝันมานานกับมาตื่นในร่างของใครก็ไม่รู้ในโลกที่ไม่คุ้นเคย มาลุ้นกันว่าหนองเฉิงจะทำยังไงต่อไป~~~~~~~~~

ชีวิตก่อนของหนิงเฉิง (1)

ตอนที่ 1 ชีวิตก่อนของหนิงเฉิง

หนิงเฉิงเป็นชื่อที่ท่านแม่ตั้งให้กับเขา หนิงเฉิง แปลว่า ความสำเร็จที่สงบสุข ทุกคนคงจะคิดว่าชื่อนี้มีความหมายดี

ทุกคนคงจะต้องคิดว่าชีวิตของเขาจะต้องพบเจอแต่เรื่องดีๆ แน่ แต่มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดเลย

หนิงเฉิงคนนี้เป็นเพียงแค่เด็กที่เกิดมาจากแม่ที่เป็นสาวใช้ในก้นครัวที่มีหน้าตาสะสวยจนไปสะดุดตาของเจ้าบ้านอย่างท่านพ่อเข้า

อ่ะ! ไม่ๆ จะให้เรียกว่าท่านพ่อก็คงจะไม่ได้ เพราะเขาเกิดมาจากความหื่นกระหายของนายท่านของบ้านที่มี

ภรรยาและอนุนับร่วมกันนับสิบคน ท่านแม่โดนนายท่านของบ้านบังคับขื่นใจอยู่หนึ่งวันเต็มๆ

หลังจากที่ท่านแม่ได้สติขึ้นมาหลังจากที่โดนย่ำยีจนร่างกายระบมไปทั้งตัวก็รีบหายาห้ามครรภ์มาดื่มทันที

และเลิกคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองไป เขาเป็นแค่ทาสจะมาร้องหาความยุติธรรมก็คงจะไม่ได้หรอก

แถมยังจะโดนทำร้ายเพิ่มอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ ท่านแม่ของหนิงเฉิงตอนนั้นจึงเหลือที่จะปล่อยมันไป

แต่ว่าเรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ยาห้ามครรภ์ที่ท่านแม่ทานไปนั้น มันช้าเกิดไปหรือมันไม่ได้ผลก็ไม่รู้

เพราะสองเดือนต่อมาท่านแม่ได้พบว่าตัวเองได้ตั้งครรภ์เข้าแล้ว ท่านแม่ที่โดนขายให้มาเป็นคนรับใช้ของตระกูลนี้

มาตั้งแต่เด็กยังจำความไม่ได้ จึงไม่คิดว่าจะกำจัดเขาทิ้ง เพราะเขาคือครอบครัวคนแรกของท่านแม่ในชีวิต

ทำแม่พยายามทำตัวไม่ให้คนอื่นรู้เรื่องตั้งท้องของตัวเอง แต่ก็ปิดได้ไม่ถึงเดือนก็มีคนรู้เข้ากับความลับในครั้งนี้

คนคนนั้นเป็นสาวใช้ของภรรยาหลวงของนายท่านที่อิจฉาท่านแม่มาก่อนอยู่แล้ว เพราะ~~~~~~~~

คนที่ตัวเองแอบชอบนั้นดับไปชอบท่านแม่ ที่ทั้งสวยกว่า งานฝีมือ กิริยา มารยา นิสัยดีไม่มีที่ติ

พอโดนชายที่แอบชอบนั้นอยู่ฝ่ายเดียวปฏิเสธก็พาลไม่ชอบท่านแม่จนเริ่มกลั่นแกล้งเล็กๆ น้อยๆ

และครั้งนี้ที่กำลังจะลงมือขโมยเสื้อผ้าตอนที่อาบน้ำก่อนเข้านอนก็พบเข้ากับหน้าท้องที่ใหญ่โตของท่านแม่

จึงไม่รอช้าที่จะนำเรื่องนี้ไปเจ้านายของตัวเองที่ใหญ่รองของบ้าน ว่าท่านแม่ของเขาแอบเล่นชู้กับใครก็ไม่รู้จนตั้งท้องขึ้นมา

และเริ่มพูดใส่สีตีไข่ไปอีกว่าท่านแม่ของเขาไม่เห็นหัวนายของบ้าน จึงกล้าทำเรื่องบัดสีเช่นนี้

ยิ่งฟังภรรยาหลวงของบ้านก็รู้สึกเหมือนโดยหยามศักดิ์ศรีผู้ดีของตัวเองจึงสั่งให้คนรับใช้ร่างใหญ่ของตัวเอง

ไปจับท่านแม่มาลงโทษ ท่านแม่ของเขาพูดปฏิเสธตัวเองก็ไม่รู้ว่าใครเป็นพ่อเด็กในท้องเป็นใครเพราะโดนข่มขืน

แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นท่านแม่รู้รู้อยู่เต็มอกว่าใครคือพ่อของลูกในท้อง ตอนแรกนายหญิงของบ้าน

จะปล่อยท่านแม่ไปอยู่แล้ว แต่หญิงสาวคนที่เอาเรื่องของท่านแม่ไปฟ้องกับไม่ยอมปล่อยท่านแม่ไปง่ายๆ

เธอพูดออกไปว่ายังไงก็ต้องมีการลงโทษเกิดขึ้น ไม่อย่างนั้นจะมีคนเอาเยี่ยงอย่างได้

นายหญิงของบ้านที่รักเรื่องหน้าตาของตัวเองเป็นสำคัญก็ไม่รอช้าที่จะสั่งโบยท่านแม่ที่กำลังตั้งท้องอยู่

แต่แล้วที่กำลังจะลงมือโบย นายท่านของบ้านกลับมาจากทำงานพอดี พอนายท่านของบ้านรู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น

ตอนแรกก็ไม่ได้คิดที่จะสนใจ เพราะเรื่องในบ้านนั้นเขาได้ยกให้ภรรยาเอกของเขาจัดการทั้งหมดแล้ว

ก่อนที่กำลังจะเดินหนีเข้าที่พักของตัวเอง สายตาก็หันไปเจอเข้ากับสาวใช้ที่ตัวเองเคยขืนใจเมื่อหลายเดือนที่แล้ว

ที่จริงเขาก็ไม่ใช่คนที่จะจำหน้าใครได้อยู่แล้ว แต่ที่จำได้นั้นก็เพราะหญิงสาวรับใช้คนนี้หน้าตาสวยถูกใจเขา

และยังเป็นสาวบริสุทธิ์ที่หาจับตัวได้ยาก ไหนจะเรื่องที่เขามัวเมาไปกับสาวใช้คนนี้ข้ามวันข้ามคืนอีก

แต่ถ้านับจากเดือนแล้วขนาดท้องแล้วยังไงเด็กในท้องก็ต้องเป็นลูกเขาแน่ๆ เขาจึงสั่งยกเลิกการโบย

และบอกว่าทุกคนว่าลูกในท้องของหญิงรับใช้คนนั้นเป็นลูกของเขาเอง และสั่งให้ภรรยาหลวงของเขาดูแลหญิงสาวรับใช้ให้เป็นอย่างดี

เพราะยังไงเด็กในท้องนั้นก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง ให้แต่งตั้งให้เป็นอนุภรรยาต่อจากนี้เป็นต้นไป

พอพูดจบเขาก็เดินไปเรือนของอนุภรรยาคนโปรดของตัวเองทันทีโดยปล่อยให้ท่านแม่ของเขาต้องรับศึก

จากภรรยาและสาวใช้ที่ร่วมมือกลั่นแกล้งท่านแม่ไม่เว้นวัน เงินเบี้ยหวัดที่ควรได้ก็ไม่มีสักเบี้ย

พอท้องโตใกล้คลอดท่านแม่ก็ต้องไปหามน้ำใส่ตุ้มเองและไหนจะโดนใช้ให้กวาดลานบ้านเรือนทุกวัน

อาหารแต่ล่ะวันก็มีเพียงแค่เศษเนื้อและข้าวต้มที่มีเม็ดข้าวไม่กี่เม็ด ท่านแม่ของเขาต้องใช้เงินเก็บของตัวเอง

ที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตแอบไปซื้ออาหารจากนอกจวนเพื่อบำรุงครรภ์ของตัวเอง พอใกล้วันคลอดเข้ามาทุกที

ท่าแม่ก็พยายามระมัดระวังไม่ให้ลื่นล้มไปกับพื้นเวลาทำงานในจวนเช่นทุกวัน แต่แล้วยังไง!?

ท่านแม่ของเขาระวังมาเพียงใด แต่คนที่รอโอกาสทำร้ายมีหรือจะไม่ลงมือ ท่านแม่โดนผลักอย่างแรง

จนล้มลงไปกับพื้นอย่างแรงจนเลือดไหลเป็นทาง แต่ก็ดีที่มีคนผ่านมาเจอเข้ากับท่านแม่พอดี

ทำให้เรียกหมอตำแยมาช่วยทัน แต่ท่านแม่ถึงจะรอดมาได้แต่ก็ต้องแลกมากับร่างกายที่อ่อนแอลง

ส่วนเขาหนิงเฉิงที่ถึงจะยังมีลมหายใจแต่ร่างกายก็อ่อนแออยู่ดี ทั้งขาดสารอาหารที่ควรจะได้รับอย่างดี

ทั้งคลอดก่อนกำหนดอีกเกือบหนึ่งเดือน ทำให้ชีวิตของสองแม่ลูกเป็นไปอย่างยากลำบาก

พวกเขาทั้งคู่ต้องทำทุกอย่างในแต่ล่ะวันอย่างสุดความสามารถ จนเมื่อเขาอายุได้ห้าขวบปี

เป็นช่วงเวลาที่เด็กๆ จะต้องไปปลุกพลัง แต่การจะปลุกพลังในแต่ล่ะครั้งนั้นจะต้องใช้ตำลึงมากไม่น้อย

แต่ท่าแม่ของเขาก็เก็บเงินมาให้เขาเพื่อใช้ในวันนี้ได้ ทั้งที่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่สาวใช้ตัวเดียวอย่างท่านแม่จะมีเงินมากขนาดนี้ได้

ท่านแม่ให้เหตุผลกับเขาว่าตัวเองไม่เคยใช้เงินเลยตอนที่เป็นสาวใช้ ทำให้พอมีบ้าง แต่ก่อนวันที่จะปลุกพลังเจ็ดวัน

ท่านแม่ของเขาก็เกิดเป็นไข้ตัวร้อนขึ้นมาอย่างกะทันหัน ทำให้หนิงเฉิงจะต้องนำเงินเก็บทั้งหมดของท่านแม่แอบไปซื้อยาที่นอกจวน

แต่มันก็ไม่ทำให้ท่านแม่อาการดีขึ้นเลยแม้แต่น้อยและยิ่งเป็นหนักขึ้นไปอีกเรื่อยๆ จนท่านแม่เกิดอาการเพ้อขึ้นมา

ตอนนั้นหนิงเฉิงที่เป็นเด็กน้อยเพียงห้าขวบปีเท่านั้นได้ไปขอร้องให้ผู้เป็นนายท่านของบ้านให้เรียกหมอ

มารักษาท่านแม่ของตัวเองหน่อย ตอนแรกหนิงเฉิงคิดว่าอย่างน้อยๆ ถึงแม้นายท่านจะไม่เคยเห็นพวกเขาในสายตา

แต่ก็น่าจะมีจิตใจของมนุษย์อยู่บ้าง แต่มันไม่ใช่อย่างที่หนิงเฉิงคิดเลยแม่แต่น้อย หนิงเฉิงตอนนั้นช่างไร้เดียงสาไม่รู้จักโลกที่โหดร้ายเลยแม้แต่น้อย

นอกจากจะโดนปฏิเสธแล้วก็ยังโดนทุบตีอีกด้วย เพราะเข้าไปขัดขวางเวลาทานอาหารของพวกตนอีก พร้อมกับคำทิ้งท้ายที่ทำให้เด็กไร้เดียงสาอย่างหนิงเฉิงไม่มีอยู่อีกต่อไป

"แม่ของเจ้าจะเป็นจะตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้ากัน เป็นแค่อนุภรรยาที่เป็นสาวใช้มาก่อนก็เท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญกับข้าเลยสักนิด จะตายแล้วก็อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้ข้า!!"

.

.

.

.

.

.

.

.

(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) ฝากน้องหนิงเฉิงไว้ในอ้อมกอดด้วยนะคะทุกคน และอีกอย่างที่วันนี้ไรท์เปิดเรื่องใหม่ก็เป็นเพราะวันนี้เป็นวันเกิดไรท์พอดี ไรท์เลยถือโอกาสดีๆ นี้ นำน้องหนิงเฉิงมาฝากนักอ่านทุกท่าน 16/07/2566 (พรุ่งนี้ขอให้ทุกท่านถูกหวยด้วยนะคะ ฮ่าฮ่าฮ่า~)

ชีวิตก่อนของหนิงเฉิง (2)

ตอนที่ 2 ชีวิตก่อนของหนิงเฉิง (2)

"แม่ของเจ้าจะเป็นจะตายแล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้ากัน เป็นแค่อนุภรรยาที่เป็นสาวใช้มาก่อนก็เท่านั้น ไม่ได้มีความสำคัญกับข้าเลยสักนิด จะตายแล้วก็อย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้ข้า!!"

ประโยคของคำพูดของคนที่หนิงเฉิงคิดว่าเป็นทั้งพ่อและนายท่านของบ้านนั่น

ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี ความหวังที่จะช่วยเหลือท่านแม่เพียงหนึ่งเดียวก็สลายหายไปในพริบตา

แล้วแบบนี้เขาจะช่วยท่านแม่ได้ยังไงกันล่ะ! แต่ก่อนที่เด็กน้อยอย่างหนิงเฉิงจะได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ก็โดนทุบตีจนเจ็บระบมไปทั้งร่าง

หนิงเชิญแบกร่างกายที่แสนเจ็บปวดของตัวเองมายังเรือนท้ายจวนที่จะพังแหล่ไม่พังแหล่ของตัวเองที่อยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิด

แต่เมื่อมาถึงก็เห็นท่านแม่ที่มีอาการไม่สู้ดีอยู่แล้วตอนนี้ สีหน้าซีดเซียวที่จากแต่ก่อนซีดอยู่แล้วเข้าไปอีก

เขาที่ไม่รู้จะทำยังไงจึงได้แอบออกไปนอกจวนโดยใช้ทางที่สุนัขได้ขุดเอาไว้ตัวของเขายังเล็ก

สามารถลอดไปได้ไม่ยาก พอออกไปข้างนอกได้ครั้งแรกเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องขอความช่วยเหลือยังไง

จึงร้องขอความช่วยเหลืออยู่ข้างทาง แต่ก็ไม่มีใครคิดที่จะเข้ามาช่วยเหลือเขา

เพราะสภาพของเขาตอนนี้ไม่ต่างจากขอทานหรืออาจจะแย่กว่านั้นก็ได้ ทั้งร่างกายที่ผอมแห้ง

เสื้อผ้าที่ใส่ทั้งซีดเซียว มีรอยปะเต็มไปหมด ไหนจะเสื้อผ้าที่ตอนนี้ตัวทั้งเล็กทั้งสั้นไปหมด

ทุกคนก็ต่างเดินหนี หันหน้าหนีไม่มอง ไม่สนใจ และยังทำท่ารังเกียจเขาด้วย

เขาที่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่นานก็ไม่มีใครคิดจะช่วย เมื่อกำลังคิดที่จะถอดใจ

ก็มีชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่แต่งตัวซอมซ่อก็ไม่ต่างจากเขาเดินเข้ามาถามเขาว่าเป็นอะไร

เหตุใดเด็กน้อยอย่างเขาถึงได้มานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว แล้วพ่อกับแม่ของเขาไปอยู่ไหนกันหมด

หนิงเฉิงที่ตอนนั้นคิดอะไรก็ไม่รู้ ถึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดของตัวเองให้กับชายวัยกลางคนตรงหน้าฟังไปทั้งหมด

ตั้งแต่เรื่องที่ท่านแม่ท้อง จนพวกเขาใช้ชีวิตจนถึงปัจจุบันนี้ และว่าทำไมตอนนี้เขาถึงมานั่งร้องไห้อยู่ตรงนี้

ชายวัยกลางคนที่ได้ฟังก็ใช้มือลูบหัวของเขาด้วยความอ่อนโยนและพูดว่าเดี๋ยวเขาจะเป็นคนรักษาท่านแม่ให้หนิงเฉิงเอง

แต่มีข้อแม้ที่ว่าถ้าเขาไปรักษาแม่ให้กับหนิงเฉิงจนหายดีแล้ว หนิงเฉิงจะต้องมาเป็นลูกศิษย์ของเขา หนิงเฉิงก็ตอบตกลงทันทีอย่างไม่คิดอะไรให้มากความ

หนิงเฉิงที่ตอนนั้นถึงแม้จะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะรักษาท่านแม่ของตัวเองได้หรือไม่

แต่ก็ไม่อยากที่จะพลาดโอกาสเพียงหนึ่งเดียวของตัวเองที่มีอยู่ตอนนี้จึงได้พาชายวัยกลางคน

ตรงไปยังหลังจวนของเขาทันที เขาที่สามารถลอดผ่านช่องตรงนั้นได้ แต่ใช้วัยกลางคนไม่สามารถลอดได้

แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเมื่อเขาลอดเข้ามาได้เสร็จชายวัยกลางคนก็ยืนอยู่อีกด้านของกำแพงแล้ว

ตอนนั้นหนิงเฉิงไม่ได้คิดอะไรมาก จึงได้พาชายวัยกลางคนไปยังห้องที่ท่านแม่ที่นอนอยู่

ทันทีที่มาถึงท่านแม่ของหนิงเฉิงก็มีสีหน้าที่ซีดเซียวกว่าครั้งที่แล้วอีก หนิงเฉิงร้องไห้อย่างสติแตกและร้องเรียกท่านแม่ไม่หยุด

"ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้องร้อง เดี๋ยวข้าจะรักษาท่านแม่ของเจ้าให้เอง ยังไงเจ้าก็ต้องไปเป็นศิษย์ข้าอยู่แล้ว ข้าจะปล่อยให้ศิษย์ของข้าเศร้าเสียใจได้อย่างไร"

"ขอบคุณขอรับ! ขอบคุณท่านมาก ไม่ว่าท่านจะรักษาท่านแม่หายหรือไม่ ข้าก็จะตอบแทนบุญคุณของท่านอย่างดี"

ชายวัยกลางคนที่ได้ยินว่าที่ลูกศิษย์พูดอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจเป็นอย่างมาก

ดูเหมือนว่าที่ลูกศิษย์ของเขาคนนี้จะนิสัยใช้ได้เลย ทั้งที่โดนเลี้ยงดูอยู่ท้ายจวน ในสภาพแววล้อมแย่ๆ เรือนโกโรโกโส

โดยแม่ที่เป็นสาวใช้ก้นครัวธรรมดาพี่ไม่มีความรู้อะไรเลยคอยเลี้ยงดู แต่เด็กน้อยคนนี้กลับมีบรรยากาศเป็นเจ้าคนนายคนเป็นอย่างมากจนไม่คาดคิดเลย

เขาไม่รอช้าเรียกยาจากความว่างเปล่ามา 1 เม็ดแล้วป้อนใส่ปากแม่ของหนิงเฉิงที่ตอนนี้อาการแย่แล้วทันที

เมื่อยาเข้าสู่ร่างกายได้ไม่ถึงชั่วลมหายใจ แม่ของหนิงเฉิงจากที่ร่างกายที่ซีดเซียวเมื่อกี้ก็มีสีหน้าเลือดฝาดเหมือนคนร่างกายแข็งแรงปกติดีทุกอย่าง

รวมทั้งเนื้อตัวที่มีแต่เนื้อหุ้มกระดูกก็มีเนื้อเต่งตึงขึ้นมา ความแก่กว่าวัยที่มาก่อนอายุก็หายไปจนหมด

ทำให้ตอนนี้แม่ของหนิงเฉิงเหมือนได้กลับไปเป็นอรุณน้อยอีกครั้งหนึ่ง เมื่อหนิงเฉิงเห็นท่านแม่ของตัวเองลืมตาขึ้นมา

ก็ไม่รอช้าที่จะเข้าขอบคุณชายวัยกลางคนตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจสุดขีด

"ขอบคุณขอรับ ข้าจะติดตามท่านไปขอบใต้หล้า ไม่ว่าท่านจะไปที่ใด ข้าก็จะตามไปรับใช้ท่านจนสุดความสามารถของข้าแน่นอน"

"ไม่เป็นไรๆ ยังไงเจ้าก็ต้องเป็นลูกศิษย์ของข้าอยู่แล้ว ข้าสัญญาว่าข้าจะดูแลเจ้าเป็นอย่างดี"

หนิงเฉิงมองหน้ามองชายวัยกลางคนตรงหน้าที่จะกลายเป็นอาจารย์ของเขาใน ไม่ช้าที่จะพูดร้องขอขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า

"ข้าขอพาท่านแม่ไปด้วยได้หรือเปล่าขอรับ ถ้าท่านแม่อยู่ที่นี่ข้าก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ท่านก็น่าจะรู้สถานะของพวกเราสองแม่ลูกอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ข้าเกรงว่าถ้าปล่อยท่านแม่ไว้ที่นี่คนเดียวถ้าคงจะเป็นลูกอกตัญญูที่ทอดทิ้งมารดาผู้ให้กำเนิดแล้วพาตัวเองไปสบายเสวยสุขอยู่คนเดียว"

ว่าที่อาจารย์ที่ได้เห็นว่าที่ลูกศิษย์พูดแบบนั้นก็ยิ่งพอใจมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก นิสัย ท่าทางดีเยี่ยมขนาดนี้ข้าจะปล่อยให้หลุดมือไปไม่ได้!!!!

"ได้ๆ เรื่องนี้ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยังไงพวกเราออกไปตอนนี้ดีหรือไม่"

ว่าที่อาจารย์บอกลูกศิษย์ด้วยท่าทางใจดี แค่พาคนไปเพิ่มอีก 1 คนจะเป็นอะไรไป ยังไงก็คนกันเองทั้งนั้น

"ไปตอนนี้ก็ได้เลยขอรับ แต่ข้าขอพาท่านแม่ไปอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้หรือไม่ขอรับ"

ก็ท่านแม่น่ะสิหลังจากที่ตื่นขึ้นมาทั่วร่างกายของท่านแม่ก็มีเมือกสีดำๆ ส่งกลิ่นเหม็นไม่หยุด

ว่าที่อาจารย์ที่ได้ยินว่าที่ศิษย์พูดอย่างนั้นก็หันไปมองตามสายตาก็พบเข้ากับร่างที่ตัวเองเพิ่งจะรักษาไปเมื่อกี้ก็ร้องอ๋อในใจทันที

ทำไมเขาถึงตื่นเต้นจนลืมเรื่องนี้ไปได้นะ ว่าหลังจากที่ทานยาที่เขาปรุงขึ้นมาแล้วร่างกายจะขับส่วนที่เสียในร่างกายออกมามันเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา

"ได้ๆ เจ้าพาท่านแม่ของเจ้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียเถอะข้ารอได้"

"ขอบคุณขอรับ"

หนิงเฉิงเดินไปพยุงท่านแม่ให้ไปยังห้องน้ำข้างๆ เรือนทันที ระหว่างที่หนิงเฉิงกำลังช่วยท่านแม่ล้างเนื้อล้างตัว

ก็พูดเรื่องราวต่างๆ ทั้งหมดที่เขาไปขอร้องนายท่านและเรื่องที่ได้เจอกับว่าที่อาจารย์คนนี้ให้ท่านแม่ฟัง

ท่านแม่ที่ได้ฟังก็กล่าวขอโทษเขาซ้ำๆ แล้วถามเขาว่าเจ็บตรงไหนมากหรือไม่

หนิงเฉิงก็บอกว่าเขาไม่เจ็บเลยถ้าเทียบกับท่านแม่ที่หายสนิทแล้ว เมื่อท่านแม่ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้ว

พวกเขาทั้งคู่ก็เก็บข้าวของอันน้อยนิดของตัวเองเตรียมออกพร้อมเดินทางไปท่องโลกกว้าง

แต่ก่อนที่พวกเขาจะออกเดินทางหนิงเฉิงก็ขอเวลาก่อนสักครู่ โดยให้เหตุผลว่าลืมของ

ท่านแม่ของหนิงเฉิงก็จะพาลูกน้อยไปเอา แต่หนิงเฉิงบอกว่าไม่เป็นไร เขาไปเองเร็วกว่า

ท่านแม่ก็จำต้องปล่อยหนิงเฉิงไป โดยว่าที่อาจารย์ก็พูดว่าให้รีบไปรีบมา หนิงเฉิงรับปากอย่างหนักแน่น

แล้ววิ่งหายลับไปอย่างรวด เกือบหนึ่งเค่อหนิงเฉิงที่จัดการธุระตัวเองเสร็จก็วิ่งกลับมาหาว่าที่อาจารย์กับท่านแม่ทันที

และออกเดินทางไปโดยที่หนิงเฉิงไม่ได้บอกทั้งสองว่าของตัวเองไปเอามาเมื่อสักครู่คืนอะไร~

กรี๊ดดดดดดด!!

.

.

.

.

.

.

.

.

.

(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) เสียงใครกรี๊ดกันนะ? (มาช้าแต่มานะ 5555)

(หนึ่งเค่อ = 15 นาที)

ชีวิตก่อนของหนิงเฉิง (3)

ตอนที่ 3 ชีวิตก่อนของหนิงเฉิง (3)

"ไปเอาของมาแล้วหรือหนิงเฉิง ทำไมถุงผ้าที่ลูกไปเอามาถึงใหญ่เยี่ยงนั้นเล่า แม่ไม่เคยเห็นถุงผ้าอันนี้มาก่อนเลยล่ะลูก เจ้าไปเอามาจากไหนหรือ"

"ไม่มีอะไรหรอกขอรับท่านแม่ เนี่ยเป็นถุงผ้าของข้าเอง ท่านคงจะไม่เคยเห็น ข้าเย็บขึ้นมาเองเลยนะ แต่ของข้างในถุงผ้านั้น ข้าไม่บอกท่านหรอก เอาไว้พวกเราจวนตัวจริงๆ ข้าถึงจะบอกแล้วกันนะขอรับ ว่าของข้างในถุงผ้าคืออะไร แต่ท่านแม่รู้แค่ว่ามันสำคัญมากๆ ก็พอแล้ว"

"เจ้าคงไม่ได้ไปทำอะไรแปลกๆ มาใช่หรือไม่หนิงเฉิง"

ท่านแม่ของหนิงเฉิงมองลูกน้อยของตัวเองด้วยสายตารู้ทัน ถึงลูกของนางจะเป็นคนเรียบร้อย เชื่อฟังมากขนาดไหน

แต่นิสัยจริงๆ ของหนิงเฉิงแล้วนั้นเรียกได้ว่าดื้อตาใสด้วยซ้ำ จนบางครั้งแม่อย่างเขาก็อดที่จะปวดหัววันละหลายรอบไม่ได้

เนี่ยจากที่เห็นสายตาของหนิงเฉิงแล้ว นางว่าเจ้าตัวต้องไปทำอะไรแปลกๆ มาแน่

แต่นางก็ไม่อยากเซ้าซี้ลูกมากนัก เพราะเรื่องที่ลูกทำทุกอย่างต้องเป็นประโยชน์ต่อตัวพวกเขาทั้งคู่แน่ๆ

ระหว่างที่สองแม่ลูกคุยกัน ว่าที่อาจารย์ของหนิงเฉิงก็มองว่าที่ลูกศิษย์ของตัวเองด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

แต่ก็ไม่อยากถามเพราะถ้าหนิงเฉิงไม่อยากบอก เขาก็จะไม่ถามเซ้าซี้ ถ้าเจ้าตัวอยากบอกเมื่อไหร่ ค่อยรู้ตอนนั้นก็ยังไม่สาย

ทั้ง 3 คนขึ้นรถม้าที่ว่าที่อาจารย์ของหนิงเฉิงเรียกเอาไว้ก่อนหน้า นี้และเดินทางไปยังเมืองถัดไปทันที

โดยทิ้งความวุ่นวายไว้ข้างหลังโดยที่ทั้งสองไม่รู้ตัว แต่คนที่รู้ดีที่สุดคือหนิงเฉิงที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

จนทั้งแม่ของหนิงเฉิงและว่าที่อาจารย์มองอย่างเอ็นดูและคิดในใจว่าเด็กน้อยคนนี้อาจจะดีใจเพราะได้ออกท่องเที่ยวข้างนอกครั้งแรกในชีวิต

แต่ความจริงแล้วนั้นที่หนิงเฉิงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียวคือเรื่องที่เขาหายไปเกือบ 1 เค่อต่างหากล่ะ!

ไม่รู้ว่าคนที่นั่นจะทำสีหน้ายังไงเมื่อรู้ว่าของที่ตัวเองเก็บไว้ในอย่างดี อย่างกับสมบัติล่ำค่าหายไป หึหึหึ!

'ถือว่าเป็นค่าเสียหายของพวกข้าสองแม่ลูกก็แล้วกัน ข้ายังเหลือต่างหูหยกเล็กๆ ที่ดูไม่ค่อยสวยไว้ให้พวกเจ้าดูต่างหน้าอยู่หรอกนะ แล้วปึกเงินของพวกเจ้าที่เก็บไว้เฉยๆ ข้าจะเอาไปใช้อย่างดีเลย ฮ่าๆๆ ตอนแรกข้าก็แค่คิดจะไปเอาเครื่องประดับมาให้ท่านแม่ใส่ก็เพียงเท่านั้น แต่บังเอิ๊ญบังเอิญหันไปเห็นตั๋วตำลึงเงินที่อยู่ในกล่องปิดมิดชิดเข้าพอดี เลยหยิบติดมือมาหมดทั้งในกล่องเลย แค่เห็นว่าเก็บเอาไว้แล้วมันไม่มีประโยชน์เลยเอามาช่วยใช้ก็เท่านั้นเอง'

ครึ่งชั่วยามต่อมา~ (1 ชั่วโมง)

กรี๊ดดดดดดด!!

เสียงร้องของนายหญิงของจวนดังขึ้นในช่วงพบค่ำของวัน ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะคนรับใช้หรือนายท่านของบ้าน อนุภรรยาทุกคนก็ต่างรีบเร่งมาที่เรือนของนายหญิงกันหมด

"เป็นอะไรของเจ้า ทำไมถึงต้องส่งเสียงร้องดังขนาดนี้"

"ท่านพี่เจ้าคะ ของของข้า สมบัติของข้าทุกอย่าง เครื่องประดับของข้า ตำลึงเงินของข้าหายไปหมดเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่ยอมนะเจ้าคะ ในเรือนของเราทำไมขโมยเยี่ยงนี้ได้ ทั้งที่แต่ก่อนไม่เห็นเคยจะมี"

"แล้วเจ้าเอาไว้ดีหรือไม่เล่า ทำไมมันถึงหายได้ เรือนของเราไม่เคยมีขโมยขึ้นสักครั้ง"

"ข้าเก็บเอาไว้ดีเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่ามันจะหายไปได้เยี่ยงไร"

เหล่าอนุภรรยาคนที่เหลือที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่รอช้าที่จะวิ่งหายไปยังเรือนของตน และเช็คดูว่าข้าวของมีค่าของตัวเองหายไปหรือไม่

แต่ก็พบว่าค่าของตัวเองหายไปเหมือนกันไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ของที่ดูมีราคาและตัวตำลึงที่เก็บออมมาทั้งชีวิต

ก็หายไปจนหมด เหลือเพียงแค่ของชิ้นเล็กๆ ที่ดูไร้ราคาที่สุดไว้ พวกเขาก็ต่างส่งเสียงกรีดร้องกันไปทั่วเรือน

ทำเอานายท่านของเรือนถึงกับต้องมานั่งปวดหัวกับเสียงร้องโหยหวนของเหล่าสตรีของตัวเองที่ดังมาเกือบครึ่งเค่อ

ที่ร่ำร้องขอความยุติธรรมกับของที่หายไปของตัวเอง ทั้งที่ตนทำงานมาก็เหนื่อยแล้ว

ยังต้องมาเจอเรื่องน่าปวดหัวเยี่ยงนี้อีก แต่จะไม่ทำอะไรเลยเขาก็เกรงว่าคืนนี้จะไม่มีทางจบง่ายๆ แน่

เขาจึงให้คนรับใช้ของตัวเองไปค้นที่เรือนคนใช้ทั้งหมด ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

นั่งคิดไปสักพักเขาก็เด้งตัวขึ้นจากที่นั่งและวิ่งไปยังห้องเก็บสมบัติของเขาด้วยสีหน้าตื่นกลัว

เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็พบเข้ากับห้องสมบัติที่ดูเหมือนจะถูกรื้อค้นโดยใครบางคน

เขาไม่รอช้าเข้าไปตรวจดูสมบัติของตัวเองว่ามีสิ่งใดหายไปบ้าง ผลปรากฏว่าตั๋วเงินทั้งหมด 200,000 ตำลึงทอง

ของเขาหายไปจนหมด เหลือเพียงเครื่องประดับเล็กๆ ที่ดูไม่มีราคา กับแจกันใบใหญ่ไม่กี่ใบเท่านั้น ถ้าเอาไปขายก็คงจะได้ไม่กี่ร้อยตำลึงทอง

เมื่อนายท่านคงจวนได้รับรู้ความจริงนี้เข้าก็ถึงกับเป็นลมไปเลยทีเดียว เกือบ 1 วันเต็มๆ ที่นายท่านของจวนฟื้นขึ้นมา

แล้วก็สั่งให้คนใช้ของตัวเองออกค้นหาให้หมดว่าผู้ใดเป็นขโมย แต่เมื่อค้นจนทั่วแล้วก็ไม่เจอเศษเงินสักเหรียญ โดยทั้งจวนลืมพวกเขาสองแม่ลูกไปซะสนิท

จากนั้นไม่นานพวกเขาก็ต้องขายแจกันที่มีอยู่ไม่กี่ใบออกไปเพื่อมาใช้จ่ายภายในบ้าน

กิจการของพวกเขาก็ซบเซาลง ไม่ค้าขายดีเหมือนแต่ก่อน เพราะว่าตั้งราคาที่สูงเกินไป

ไม่ถึงครึ่งปีความมั่นคั่งของพวกเขาหลายชั่วอายุคนก็ดับสูญลงไป ลูกผู้หญิงผู้ชายหน้าตาสะสวยที่เกิดจากเขา

เขาก็ขายให้พวกตาแก่หื่นกามไปในราคาสูง ถึงแม้พวกนั้นจะไม่เต็มใจ แต่ก็เถียงอะไรไม่ได้

เพราะยังไงในที่นี้ผู้ชายเป็นช้างเท้าหน้า เมื่อแต่งออกไปชีวิตของพวกนางก็ไม่ได้ดีนัก เพราะได้แต่งกับคนรุ่นคราวเดียวกับพ่อของตัวเอง

หรือแก่กว่า ไหนจะต้องไปรับมือกับพวกภรรยาของชายผู้นั้น ด้วยฐานะที่ไม่ได้ดีเหมือนแต่ก่อน

ทำให้โดนข่มอยู่ตลอด นายท่านของจวนนำเงินที่ขายลูกกิน นั้นหมดกับการเล่นพนัน

ชีวิตบั้นปลายของตระกูลนั้นจึงแย่กว่าพวกเขาสองแม่ลูกแต่ก่อนมากนัก ถือว่าการแก้แค้นของหนิงเฉิงนั้น

ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ชีวิตของหนิงเฉิงกับแม่ หลังจากที่ได้ออกมาจากเรือนนั้นชีวิตของพวกเขาก็อยู่สุขสบาย

ท่านอาจารย์ที่รับหนิงเฉิงมาเป็นศิษย์นั้น หนิงเฉิงพึ่งได้มารู้ว่าเป็นหมอเทวดาที่คนใต้หล้าอยากฝากตัวเป็นศิษย์

แต่หนิงเฉิงเป็นคนที่โชคดีคนนั้น ออกเดินทางได้ไม่ถึงเดือนท่านอาจารย์ก็พาหนิงเฉิงไปปลุกพลัง

และได้พลังมิติขนาดใหญ่ที่มีภูเขากว้างใหญ่และแม่น้ำบ่อใหญ่บ่อ 1 นอกนั้นไม่มีอะไรเลย

ท่านอาจารย์ที่ได้รู้ว่าในหนิงเฉิงได้พลังอะไรก็พยักหน้าอย่างดีใจและบอกว่าพลังของหนิงเฉิงเหมือนกับตัวเอง

และหมอเทวดารุ่นก่อนก่อนก็มีพลังเช่นนี้เหมือนกัน ไหนจะยังบอกอีกว่ามันเป็นพรหมลิขิตของเส้นทางหมอเทวดา

ที่รุ่นต่อรุ่นจะมีพลังพิเศษอย่างนี้กันทุกคน หนิงเฉิงก็พยักหน้าเข้าใจแล้วไม่ถามอะไรเซ้าซี้ท่านอาจารย์

ถึงจะไม่เข้าใจก็ตามว่าทำไมถึงต้องมีพลังอย่างนี้กันทุกรุ่น บังเอิญเกินไปหรือไม่?

หลังจากที่ปลุกพลังได้หนิงเฉิงก็โดนท่านอาจารย์เคี่ยวเข็ญให้เรียนวิชาแพทย์กับท่านอย่างหนัก

ผ่านไปอีกสามเดือนในมิติของหนิงเฉิงตอนนี้ไม่ได้มีแค่ภูเขาโล่งๆ กับบ่อน้ำอย่างเดียวแล้วนะ

ตอนนี้หนิงเฉิงเอาทั้งสมุนไพร ทั้งผักผลไม้ อะไรก็ตามที่ทานได้เขาก็จับโยนใส่มิติไปปลูกทั้งหมด

ตามประสาคนเคยอดยาก แล้วบ่อน้ำบ่อใหญ่นั้นอาจารย์บอกว่ามันเป็นน้ำทิพย์ที่มีความวิเศษในการฟื้นฟู

เมื่อนำมาผสมเป็นวัตถุดิบในการปรุงยาจะทำให้ยามีประสิทธิภาพมากขึ้น นั่นจึงเป็นที่มาว่าทำไมหมอเทวดาถึงทำยาได้ดีกว่าหมอทั่วไป

.

.

.

.

.

.

.

.

.

(ปล.ยังไม่ได้ตรวจคำผิด) นี่แค่ 5 ขวบ น้องก็ไปยกเค้ามาแล้วนะ ไม่ธรรมดาจริงๆ ฮ่าๆๆ

(ปล. ที่2 ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะได้อัพไหม เพราะไรท์ดูเหมือนจะยุ่งๆ เอาไว้มีเวลาว่างจะมาเขียนให้ทุกคนอ่านนะคะ

)

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...