โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัน จอมพลัง นำแม่เด็ก 2 รายร้องทำเนียบ ลูกเสียชีวิตหลังฝากพี่เลี้ยง พบถูกทำร้าย

Khaosod

อัพเดต 19 ต.ค. 2566 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 19 ต.ค. 2566 เวลา 05.53 น.
กัน จอมพลัง นำแม่เด็ก 2 รายร้องทำเนียบ ลูกเสียชีวิตหลังฝากพี่เลี้ยง พบถูกทำร้าย

แม่เด็ก 2 ราย รุดทำเนียบ เข้าร้องทุกข์ ลูกเสียชีวิตหลังฝากพี่เลี้ยงดูแล ผลชันสูตรพบมีร่องรอยถูกทำร้าย ‘กัน จอมพลัง’ วอนหน่วยงานรัฐ เข้มกำกับดูแลสถานรับเลี้ยงให้มีมาตรฐาน-ตรวจสอบสภาพจิตใจพี่เลี้ยง

เมื่อวันที่ 19 ต.ค.2566 ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาลนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พาผู้เสียหาย 2 ราย ซึ่งเป็นแม่ของเด็กทารกชายวัย 2 เดือน และอีกรายเป็นเด็กทารกหญิงวัย 5 เดือน หลังฝากเลี้ยงที่สถานรับเลี้ยงเด็กแล้วเด็กเสียชีวิตในลักษณะคล้ายกัน จึงมายื่นหนังสือร้องเรียนที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ

กรณีของ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 19 ปี ระบุว่า ปกติจะดูแลลูกสาววัย 5 เดือนเอง แต่มีเหตุจำเป็นต้องไปทำงานต่างจังหวัด พี่สาวจึงช่วยหาพี่เลี้ยงเด็กผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยเจอสาวประเภทสอง เห็นว่าบุคคลิกเป็นคนใจดี จึงไว้ใจตกลงนำลูกไปฝากเลี้ยง ให้ค่าจ้างเดือนละ 5,000 บาท แต่ฝากลูกได้เพียงวันเดียวเท่านั้น

ช่วงบ่ายวันที่ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้โทรศัพท์วิดีโอคอลไปหาพี่เลี้ยง กลับพบว่าลูกมีไข้ตั้งแต่เช้า พี่เลี้ยงอ้างว่าเด็กสำลักนม และตอนนี้นอนไม่หายใจแล้ว จึงรีบโทรเรียกรถพยาบาล ทีมแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจกลับมาได้ แต่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา 10 วัน ก่อนเด็กจะเสียชีวิตเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งผลผ่าชันสูตรศพของโรงพยาบาล พบว่า เด็กมีเลือดออกในสมอง กะโหลกศีรษะ และจอประสาทตา ไม่ใช่สำลักนมอย่างที่พี่เลี้ยงกล่าวอ้าง ซึ่งเมื่อไปทวงถามความรับผิดชอบ พี่เลี้ยงยังขู่จะแจ้งความกลับด้วย

น.ส.เอ บอกอีกว่า หลังเกิดเหตุมาทราบภายหลังว่า พี่เลี้ยงรายนี้เคยมีประวัติทำร้ายร่างกายเด็กมาก่อนด้วย จึงไปแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.สำราญราษฎร์ ซึ่งขณะนี้พี่เลี้ยงถูกควบคุมตัวในชั้นศาลแล้ว และอยู่ระหว่างการดำเนินคดีทางกฎหมาย

ด้านน.ส.บี อายุ 24 ปี ได้นำลูกชายอายุ 2 เดือน ไปฝากเลี้ยงไว้กับสถานรับเลี้ยงเด็กที่อยู่ใกล้บ้านกับแม่สามี เป็นเวลานานราว 1 เดือนแล้ว โดยไปส่งไว้ตอนเช้าและรับกลับตอนเย็น ให้ค่าจ้างเดือนละ 3,500 บาท และเมื่อวันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้พาลูกไปฉีดวัคซีนที่โรงพยาบาล ก่อนนำมาส่งที่สถานรับเลี้ยงตามปกติ แต่จากนั้นเพียง 3-4 ชั่วโมง พี่เลี้ยงได้โทรมาแจ้งว่าเด็กไม่หายใจ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล ทีมแพทย์ช่วยปั๊มหัวใจกลับมาได้ แต่ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา 10 วัน ก่อนจะจากไปเมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา

ตอนแรก ก็เข้าใจว่าลูกเสียชีวิต เพราะอาการแพ้วัคซีน แต่ผลชันสูตรศพพบว่ามีรอยการถูกกระแทกที่ศีรษะกะโหลกแตกร้าว และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ปอดมีการอักเสบ

เมื่อไปทวงถามความรับผิดชอบจากพี่เลี้ยงเด็ก ก็ไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ รวมถึงยังไม่ได้ถูกดำเนินคดี แต่เบื้องต้นตนได้ไปแจ้งความไว้แล้วที่ สภ.วังน้อย และในช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะเดินทางเข้าไปให้ปากคำกับตำรวจเพิ่มเติม รวมถึง กัน จอมพลัง จะเข้าไปตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กด้วย เนื่องจากยังมีเด็กที่อยู่ในความรับผิดของสถานรับเลี้ยงแห่งนี้อีก 4 คน ซึ่งหากรวมน้องที่เสียชีวิตก็เป็นเด็ก 5 รายที่สถานรับเลี้ยงแห่งนี้ดูแล

นายกัน จอมพลัง เปิดเผยว่า ส่วนตัวอยากให้มีการตรวจสอบสถานรับเลี้ยงเด็กทั่วประเทศให้มีมาตรฐาน เพราะตามระเบียบปัจจุบัน สถานรับเลี้ยงเด็กจะต้องมีเด็กในความดูแลถึง 6 คนก่อน จึงจะสามารถจดทะเบียน และเข้ารับการอบรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ทำให้เกิดช่องว่างกับบุคคลหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก ที่ยังมีเด็กไม่ถึง 6 คน บางแห่งไม่ได้มาตรฐาน จึงอยากให้รัฐบาลกำกับดูแลสถานรับเลี้ยงเด็ก ตรวจสอบความพร้อม และสภาพจิตใจของผู้เลี้ยงด้วย รวมถึงการติดกล้องวงจรปิด เพื่อให้สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ต่างๆ ได้

ด้าน ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รับปากให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการมอบเงินเยียวยา และติดตามความคืบหน้าคดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...