โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"รากปลาไหลเผือก" สมุนไพรบันดาลแรงให้คุณลุง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 16 มิ.ย. 2566 เวลา 15.22 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2566 เวลา 15.00 น.

หลังเลือกตั้ง บรรดาคุณลุงกองเชียร์ของทุกพรรคต่างอ่อนแรงไปตามๆ กัน ถ้าคิดจะลุ้นกันต่อก็คงต้องหายาดีมาโด๊ปให้มีเรี่ยวแรงเสียก่อน (ฮา)

ในวัฒนธรรมสุขภาพของชาวมลายูรวมทั้งปักษ์ใต้บ้านเราเขามีสมุนไพรทีเด็ดเคล็ด (ไม่) ลับชนิดหนึ่ง ซึ่งช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกายและที่สำคัญคือทางเพศด้วย ซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ “ตงกัทอาลี” (Tongkat Ali) แต่คนไทยให้ชื่อว่า “ปลาไหลเผือก” (ชื่อพฤกษศาสตร์ Eurycoma longifolia Jack.)

แต่ดูเหมือนชื่อมลายูจะสื่อสรรพคุณได้ชัดเจนกว่าในความหมายว่า “ไม้เท้าของท่านอาลี” (ตงกัท แปลว่า ไม้เท้า) เพราะเอกลักษณ์สำคัญของต้นปลาไหลเผือกอยู่ที่มีรากยาวมากๆ ถึงขนาดทำไม้เท้าของท่านผู้เฒ่าได้เลย จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “พญารากเดียว”

มีเรื่องเล่าของชาวมาเลย์ว่า ท่านอาลีเป็นนักรบเก่งฉกาจ มีพละกำลังมหาศาล จึงเป็นการเปรียบเปรยว่า สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณที่ทำให้ร่างกายแข็งแรงทรงพลังเหมือนท่านนักรบอาลีนั่นเอง

ในทางแพทย์พื้นบ้านไทย รากปลาไหลเผือกใช้ต้มน้ำดื่มเพื่อบำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อย และแก้ไข้ พวกพรานไพรเดินดอยหรือนายฮ้อยทมิฬต้อนฝูงควายฝ่าดงพญาไฟมาได้ก็โดยอาศัยรากเอียนด่อน (ชื่อปลาไหลเผือกในภาษาถิ่นอีสาน) ต้มดื่มตัดไข้ป่าที่ชุกชุม แถมยังเชื่อกันว่ารากไม้นี้เป็นยาคงกระพันชาตรีอีกด้วย

ทั้งหมอหลวงและหมอพื้นบ้านต่างใช้รากปลาไหลเผือกเป็นส่วนประกอบสำคัญในตำรับยาหลายขนาน เช่น “ยาสามราก” ประกอบด้วย รากปลาไหลเผือก (เอียนด่อน) รากพญาไฟ (ฮังฮ้อน) และรากโลดทะนงแดง ช่วยทำให้อาเจียน ล้างยาเสพติดและถอนพิษสุราเรื้อรัง หรือประกอบกับหัวแห้วหมู รากผักติ้ว เป็นยาขับปัสสาวะ ขับนิ่วไต ทั้งเป็นตัวยาตัดไข้ในตำรับยาหลวงอย่าง “ยาจันทน์ลีลา” เป็นต้น

ในการศึกษาทางเภสัชวิทยาและทางคลินิกของปลาไหลเผือก พบว่าสารออกฤทธิ์สำคัญในส่วนราก นอกจากสารในกลุ่มแอลคาลอยด์บางชนิดออกฤทธิ์ยับยั้งเชื้อมาลาเรียที่ขึ้นสมอง (เชื้อพลาสโมเดียม ฟาลซิปาลัม) ในหลอดทดลองแล้ว ยังมีสารออกฤทธิ์สำคัญบางชนิดในกลุ่มสารควอซินอยด์ (Quassinoid) เช่น ยูรีโคมานอล (eurycomanol) และยูรีโคมาโนน (eurycomanone) เป็นต้น อันเป็นที่มาของชื่อพฤกษศาสตร์ว่า ยูรีโคมา นั่นเอง

ซึ่งนอกจากมีฤทธิ์บำรุงกำลัง แก้ปวดเมื่อยแล้ว ยังมีฤทธิ์เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งยืนยันชัดเจนจากการศึกษาทั้งในสัตว์ทดลองและในทางคลินิก

ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะการศึกษาวิจัยในคน เรื่องผลของการรับประทานสารสกัดน้ำรากปลาไหลเผือกต่อสมรรถภาพทางเพศของอาสาสมัครชายที่มีภาวะต่างๆ กันดังนี้

อาสาสมัครชายที่มีปัญหามีบุตรยากอายุ 30-55 ปี จำนวน 75 คน โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดรากปลาไหลเผือกขนาด 200 ม.ก./วัน นาน 9 เดือน พบว่าในช่วงระยะเวลา 3-6 เดือนแรกของการศึกษา มีคู่สมรสของอาสาสมัครจำนวน 11 คน (ร้อยละ 14.7 )เกิดตั้งครรภ์ตามธรรมชาติได้สำเร็จ

ส่วนอาสาสมัครที่เหลือเมื่อสิ้นสุดการศึกษาพบว่า มีปริมาณน้ำอสุจิและจำนวนสเปิร์มเพิ่มขึ้น มีการเคลื่อนไหวว่องไวแข็งแรงมากขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการคัดเลือกสเปิร์มเพื่อผสมในหลอดทดลองให้ได้ผลดียิ่งขึ้น

การศึกษาในคนอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งสำคัญไม่แพ้กัน คือ การศึกษาผลของการรับประทานสารสกัดรากปลาไหลเผือกในอาสาสมัครเพศชายที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) จำนวน 76 คน อายุเฉลี่ย 51 ปี โดยรับประทานสารสกัดน้ำรากปลาไหลเผือกขนาดวันละ 200 ม.ก. นาน 1 เดือน พบว่ามีผลช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนในเลือดของอาสาสมัครให้มีระดับใกล้เคียงกับผู้ที่มีภาวะฮอร์โมนเพศชายปกติ คือ 350-1000 นาโนกรัม/เดซิลิตร

ฮอร์โมนเพศชายนั้นสำคัญกว่าที่คิด เพราะไม่ใช่เพียงแค่สร้างลักษณะเอกบุรุษมาดแมนและความแกร่งแห่งชายชาตรีในวัยหนุ่มแน่นเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญต่อชายในวัยสูงอายุด้วย

โดยทั่วไป ชายช่วงหลังอายุ 40 เป็นต้นไป ฮอร์โมนเพศจะลดลง 1-2 % ครั้นอายุ 50 ก็ลดลง 10-20 % ทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลงเป็นธรรมดา แต่ไม่ถึงกับเป็นโรคหย่อนหรือหมดสมรรถภาพทางเพศ

ตามหลักแพทย์แผนไทยท่านว่าชายใด “ครุยหะหด” ในวัยกลางคนแสดงว่าร่างกายไม่ปกติ ในคัมภีร์มรณญาณสูตร กล่าวเตือนว่า

“อนึ่งลึงค์บุรุษใด ไม่เกิดราคตัณหา ผู้นั้นจะมรณา กำหนดในสิบเจ็ดปี”

ซึ่งตรงกับภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชาย ไม่เพียงทำให้ “หำหด” และน้ำอสุจิเหือดหายเท่านั้น แต่ยังทำให้การผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงลดน้อยลงมาก มวลกล้ามเนื้อหดลีบ กระดูกพรุน อ้วนลงพุง นอนไม่หลับ เฉื่อยชา เกิดภาวะซึมเศร้า หลงลืมบ่อย บางกรณีมีเครียด หงุดหงิดง่าย และอายุสั้นก่อนวัยอันควร

ภูมิปัญญาแพทย์พื้นบ้านอันเก่าแก่ มีสมุนไพรรากปลาไหลเผือกตอบโจทย์ปัญหาคุณชายวัยทองหย่อนสมรรถภาพทางกายและทางเพศได้ ซึ่งมีผลการศึกษาวิจัยสมัยใหม่ยืนยันอย่างชัดเจน โดยมีขนาดรับประทานในรูปแบบยาเม็ดหรือแคปซูลที่ได้จากผงสเปรย์ดราย (Spray Dry Powder) วันละ 200-300 ม.ก.หลังอาหารเช้า ติดต่อกันไม่เกิน 3 เดือน จากนั้นควรหยุดยาอย่างน้อย 7 วันหากจะรับประทานต่อ เพราะอาจมีผลทำให้ตับอักเสบได้

ต้องขอทำความเข้าใจว่ายารากปลาไหลเผือกไม่ใช่ยาโด๊ป และมิได้ออกฤทธิ์ติดปั๊บเหมือนยาไวอากร้า แต่จะออกฤทธิ์หลังจากรับประทานไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ พญานาคราชจึงคืนชีพ

ได้ข่าวว่าทางมาเลเซียเขาจดสิทธิบัตรและจำหน่ายสมุนไพรตงกัทอาลีในรูปของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมไปเรียบร้อยแล้ว ลุงๆ เมืองสยามเรามีภูมิปัญญาปลาไหล (เผือก) ใส่สเก๊ตมานมนาน อย่าให้น้อยหน้าเขาล่ะ •

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaihof.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...