โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

ฉากต่อสู้ระหว่าง Michelle Rodiguez และ Charlize Theron ใน Fast X ถ่ายทำกันเองโดยไม่มีผู้กำกับ

BT Beartai

อัพเดต 24 พ.ค. 2566 เวลา 07.22 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2566 เวลา 07.12 น.
ฉากต่อสู้ระหว่าง Michelle Rodiguez และ Charlize Theron ใน Fast X ถ่ายทำกันเองโดยไม่มีผู้กำกับ

มีการเอ่ยถึงเนื้อหาบางส่วนใน Fast X

เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของแฟรนไชส์ Fast นอกเหนือจากฉากแอ็กชันที่บ้าระห่ำ เวอร์วัง ไร้กฏเกณฑ์ทางฟิสิกส์ใด ๆ แล้ว ก็คือฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่าอันดุเดือดนี่แหละ และหนึ่งในนักแสดงที่เราได้เห็นเธอได้โชว์ฉากต่อสู้อยู่เป็นประจำก็คือ มิเชล โรดริเกซ (Michelle Rodriguez) ผู้รับบท เล็ตตี้ ที่เธอเองก็เคยฝากฉากแอ็กชันสุดมันส์มาแล้วใน Furious Seven (2015) ในภาคนั้น เธอได้ต่อสู้กับ คารา ตัวร้ายฝ่ายหญิงที่รับบทโดย รอนดา เราซีย์ (Ronda Rousey) นักมวย MMA หญิงตัวจริงเสียงจริงที่หันมาเอาดีทางการแสดง และเป็นหนึ่งในฉากที่แฟน ๆ ยกนิ้วให้ว่าเป็นฉากต่อสู้ที่ดีที่สุดของแฟรนไชส์ Fast เลยก็ว่าได้

ฉากต่อสู้ระหว่างเล็ตตี้ กับ คารา ในตำนาน

ผ่านมาจนถึง Fast X บทในภาคนี้ก็เปิดโอกาสให้โรดริเกซในวัย 44 ปี ได้โชว์ลีลาพะบู๊อันดุเดือดอีกครั้ง และรอบนี้คู่ต่อสู้ของเธอก็คือ ชาร์ลิซ เธอรอน (Charliz Theron) นักแสดงดีกรีออสการ์ในวัย 47 ปี เจ้าของบท ‘ไซเฟอร์ ‘อีกหนึ่งวายร้ายตัวฉกาจของแฟรนไชส์ ที่ดูเหมือนว่าทางผู้สร้างจะพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้เธอย้ายมาอยู่ฝั่งเดียวกับดอมอีกแล้ว ในฉากนี้ เล็ตตี้ฟื้นขึ้นมาในศูนย์พยาบาลของ CIA โดยมีไซเฟอร์นอนอยู่บนเตียงข้างเธอ ในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังหาทางหลบหนีออกจากศูนย์ เล็ตตี้ซึ่งมีบัญชีแค้นอยู่แล้วกับไซเฟอร์ ก็เป็นฝ่ายเปิดฉากจู่โจมเข้าใส่ไซเฟอร์ก่อน กลายเป็นฉากต่อสู้ด้วยมือเปล่า และใช้ข้าวของรอบตัวเป็นอาวุธ ที่ดุเด็ดเผ็ดมันส์ไม่แพ้ฉากต่อสู้ของตัวละครชาย แต่รู้หรือไม่ครับว่า ฉากนี้เป็นการที่ มิเชลล์ โรดริเกซ และ ชาร์ลิซ เธอรอน ตัดสินใจขอแสดงกันเองโดยไม่ต้องมีผู้กำกับ

เพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่า หนัง Fast X มีปัญหาในการเปลี่ยนตัวผู้กำกับกลางคัน จัสติน ลิน (Justin Lin) ผู้กำกับดั้งเดิมมีปัญหากับ วิน ดีเซล (Vin Diesel) ขอลาออกจากตำแหน่งผู้กำกับกะทันหัน หลังเปิดกล้องไปได้ไม่นาน ทำให้ทีมผู้สร้างต้องเร่งหาผู้กำกับใหม่อย่างเร่งด่วน แล้วก็ได้ตัว หลุยส์ เลเทอร์เรียร์ (Louis Leterrier) มาเสียบแทนภายในสัปดาห์เดียว แม้ว่ากองถ่ายจะเว้นว่างผู้กำกับเพียงแค่สัปดาห์เดียว แต่ว่าบรรดานักแสดงทั้งหลาย คงจะเบื่อกับการรอคอยแล้ว ก็เลยขอถ่ายทำฉากนี้กันเอง โดยมีผู้กำกับหน่วยที่ 2 ทำหน้าที่ดูแลควบคุมแทน

เบื้องหลังฉากต่อสู้ของ เล็ตตี้ และ ไซเฟอร์

ซึ่ง มิเชลล์ โรดริเกซ ก็เป็นผู้ที่เปิดเผยเรื่องนี้เองระหว่างที่ให้สัมภาษณ์กับ Vanity Fair
“ฉันจะบอกคุณยังไงดี พูดแบบตรง ๆ เลยนะว่า ชาร์ลิซนี่เธอเป็นสัตว์ประหลาดตัวจริงเลย เราถ่ายทำฉากต่อสู้นี้กันโดยไม่มีผู้กำกับนะ”
ในขณะที่ตัวโรดริเกซ ตัดสินใจขอถ่ายทำฉากนี้กับเธอรอนโดยไม่ต้องรอผู้กำกับแล้ว เธอก็เอ่ยกับทีมงานว่า
“พรรคพวก เราทำกันได้อยู่แล้ว วางไมค์ แล้วใส่กันเลยดีกว่า”
“เราอยู่กันพร้อมหน้าแล้ว เราไม่ต้องการผู้กำกับแล้ว ลงมือกันเลย เรามีผู้กำกับหน่วยที่ 2 แล้ว เอาน่า เราให้งานมันเดินหน้าไปก่อนระหว่างที่รอหลุยส์เข้ามารับงานต่อ และชาร์ลิซเธอก็เป็นมืออาชีพมาก ฟันศอกได้คมกริบ และมีจรรยาบรรณในการทำงานที่เหนือชั้นมาก”

โรดริเกซเผยเหตุผลที่เธอตัดสินใจถ่ายทำฉากต่อสู้นี้เอง และปลาบปลื้มมากที่สตูดิโอได้ตัวเลเทอร์เรียร์มารับช่วงได้ทันท่วงที
“คือตอนนั้นเราพร้อมกันแล้ว เราอยากถ่ายกันต่อ แต่ผู้กำกับของพวกเราเพิ่งลาออกไป ปวดหัวกันล่ะสิทีนี้”
“น้ำตาไหลกันเลยล่ะตอนนั้น เพราะเราต่างก็ไม่อยากให้สถานการณ์มันลงเอยด้วยความวุ่นวายแบบนี้ เพราะทางสตูดิโอก็เร่งมาอยากให้จบเร็ว ๆ หรือเพราะเขากังวลเรื่องงบที่บานปลายกันเกินไปจนลืมสนใจคุณภาพของหนังกันไปแล้ว ฉันก็แอบสงสัยนะ ว่าเขาจะหาผู้กำกับที่มีความกระตือรือร้นเพียงพอ และใส่ใจกับหนังเพียงพอที่จะมารับช่วงต่อได้ไหม ?”
แล้วเธอก็เล่าต่อว่า แล้วเลเทอร์เรียร์ก็เป็นผู้เปิดประตูเดินเข้ามา
“เขามาช่วยเราแล้ว เขามาช่วยแก้ไขความซวยให้เราแล้ว”

หลังจากฉากต่อสู้กับโรดริเกซแล้ว เธอรอนก็ยังคงถ่ายฉากแอ็กชันอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างที่รอให้เลเทอร์เรียร์เข้ามารับหน้าที่ ฉากต่อมาที่เธอถ่ายทำก็คือฉากที่เธอต้องต่อสู้กับบรรดาลูกน้องชายของตัวเอง และขณะที่ถ่ายทำฉากนี้ เลเทอร์เรียร์ก็เข้ามาเยี่ยมชมกองถ่ายและทักทายกับทีมงาน และได้ดูเธอรอนแสดงฉากแอ็กชันนี้ด้วยตัวเธอเอง ก็ยิ่งทำให้เขาอึ้งมากกับความสามารถของนักแสดงหญิงผู้นี้

“มันเหมือนการบรรลุเป้าหมายแล้วน่ะครับ จาก F9 ที่เหมือนเราเอาเธอไปใส่ไว้ในกล่อง แล้วเราก็พยายามเอาเธอออกมาได้โชว์ความร้ายกาจ ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่าชาร์ลิซเองเธอก็ต้องการอย่างนั้นด้วย”
“ตอนที่ผมมาถึงกองถ่าย ตอนนั้นชาร์ลิซกำลังถ่ายทำฉากที่ ไซเฟอร์ต้องสู้กับลูกน้องของเธอเอง ทำเอาผมตะลึงพอควรเลยล่ะ ทั้งที่ผมเองก็ผ่านงานหนังแอ็กชันมาแล้วนะ แต่ผมไม่เคยเห็นนักแสดงคนไหนทุ่มเทกับงานแสดงขนาดนี้ โอ้ พระเจ้า ผมนี่หันไปถามผู้กำกับหน่วยที่ 2 เลย ‘นี่มันไม่เกินไปหน่อยเลย ? เราให้เธอทำมากเกินไปรึเปล่า ? เขาก็ตอบว่า ‘ไม่เลยครับ เธอชอบแบบนี้แหละ’ กลายเป็นว่านี่คือความต้องการของชาร์ลิซเอง เธออยากจะทำทุกอย่างเท่าที่เธอพอจะทำได้เอง กลายเป็นว่าทีมงานต้องคอยห้ามปรามเธอไว้ ไม่งั้นเธอจะแสดงทุกฉากสตันท์ของไซเฟอร์เองหมด”

หลุยส์ เลเทอร์เรียร์ และเหล่านักแสดง
หลุยส์ เลเทอร์เรียร์ และเหล่านักแสดง

และดูเหมือนว่า หลุยส์ เลเทอร์เรียร์ จะเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง เพราะเขาสามารถเข้ากับทีมงานได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกับ วิน ดีเซล ที่พึงพอใจในตัวผู้กำกับคนนี้ ถึงกับประกาศให้เลเทอร์เรียร์ได้กำกับ Fast X : Part 2 ต่อเลยตั้งแต่ Part 1 ยังไม่ออกฉาย

Fast X : Part 1 กำลังกวาดรายได้ทั่วโลก ตัวเลขขณะนี้พ้นหลัก 300 ล้านเหรียญไปแล้ว สตูดิโอได้ทุนสร้างคืนแล้วล่ะ ที่เหลือนี้ก็ลุ้นกันว่าหนังจะทำกำไรไปได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา : comicbook ign movieweb

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...