โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

"วิษณุ" แจงกักกันใช้แทนจำคุกไม่ได้

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 08 มิ.ย. 2566 เวลา 06.25 น. • เผยแพร่ 08 มิ.ย. 2566 เวลา 06.06 น.

"วิษณุ" แจงกักกันใช้แทนจำคุกไม่ได้ ออกตัวระเบียบนี้ควรออกมาก่อนแล้ว ยันระเบียบราชทัณฑ์ ไม่เอื้อ "ทักษิณ" ย้ำขอประราชทานอภัยโทษต้องติดคุกก่อน

เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2566 เมื่อเวลา10.50น. ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ แพลทินัม ประตูน้ำ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลและรักษาการ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีวันที่ 6 มิ.ย. ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566 ซึ่งถูกตั้งข้อสังเกตว่าเอื้อให้กับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ว่า การกักกันไม่ใช่โทษตามกฎหมายไทย เพราะโทษตามกฎหมายไทยมีอยู่ 5 อย่าง คือ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน ซึ่งกักกันไม่ได้อยู่ใน 5 อย่างดังกล่าว แต่เป็นสิ่งที่เรียกว่าวิธีการเพื่อความปลอดภัย ดังนั้น ปัญหาคือ การกักกันจะทำที่ไหน อย่างไร ทางกรมราชทัณฑ์จึงต้องออกระเบียบว่าถ้าคนที่จะต้องถูกกักกันจะต้องถูกกักกันที่ไหน เช่น ที่บ้าน หรือที่ไหนอย่างไรก็ได้ เป็นคนละอย่างกับเรื่องโทษ หากศาลสั่งจำคุกจะไปเปลี่ยนเป็นกักกันไม่ได้ สมมุติว่าเด็กและเยาวชนทำผิด ศาลบอกให้กักกันก็ส่งไปอยู่กับบ้าน กับผู้ปกครองได้ แต่คนบางส่วนเข้าใจว่าการกักกันสามารถรวมกับโทษได้ แล้วไปคิดถึงเคสนักโทษกลับมาเข้ามามอบตัวและไปกักกันที่บ้านอย่างนั้นก็ไม่ใช่ จะใช้ในเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะคุณต้องโดนโทษไม่ได้โดนกักกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ระเบียบดังกล่าวออกมาในห้วงเวลานี้ทำให้หลายคนวิเคราะห์กันไป นายวิษณุ กล่าวว่า มันมีอะไรหลายอย่างที่ควรจะออกมาก่อนหน้านี้แล้วแต่ติดขัดอยู่ จึงเพิ่งจะออกมาได้ อย่างเช่น กรณีที่มีการไปลงข่าวกันเรื่องคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติว่ามีอำนาจใหญ่โต สามารถปลดนายกรัฐมนตรีได้ โดยมีตน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ร่วมเป็นกรรมการ มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นประธาน ทั้งที่คณะกรรมการชุดนี้ตั้งมานานแล้ว แต่เพิ่งออกมา และไม่ได้มีอำนาจไปปลดใครอย่างที่เป็นข่าวหรือวิพากษ์วิจารณ์กัน และข้อสำคัญนายกฯเป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ

เมื่อถามว่าขณะนี้ระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ถูกกักกัน พ.ศ.2566 ถูกนำไปโยงเรื่องการกลับมาประเทศไทยของนายทักษิณ นายวิษณุ กล่าวว่า "คงไม่โยง เพราะผมให้สัมภาษณ์ไปก่อนหน้านี้นานแล้วว่านโยบายของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีต รมว.ยุติธรรมที่บอกว่าหากมีโทษและให้ไปรับโทษ โดยไปกักตัวไว้ที่บ้านได้นั้นมันยังไม่ออกมา ขณะนี้ที่ออกมาแล้วคือกฎกระทรวงปี 2552 สมัยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็น รมว.ยุติธรรม ซึ่งออกมาว่าสำหรับคนที่จะต้องถูกขัง 3 ประเภท ให้เปลี่ยนเป็นไปขังที่บ้านได้คือ 1.คนที่อยู่ระหว่างการสอบสวน เช่น แบม ตะวัน 2.คนที่ศาลสั่งให้ลงโทษจำคุก และรับโทษจำคุกมาแล้ว 1 ใน 3 และ 3.หญิงมีครรภ์ที่ถูกศาลสั่งประหารชีวิต แต่ยังไม่คลอด บุคคลเหล่านี้จะต้องนำไปขังไว้ก่อน เช่น ที่บ้านหรือที่โรงพยาบาล มีแค่ 3 ข้อนี้เท่านั้น ไม่มีข้อที่ 4 ซึ่งระเบียบดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกัน และควรจะออกมาตั้งแต่ 2-3 เดือนที่แล้ว แต่เพิ่งตรวจกันเสร็จและเพิ่งออกมาตอนนี้"

เมื่อถามถึงกรณีนักโทษทางการเมือง มีความเป็นไปได้ที่จะขออภัยโทษหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะเป็นนักโทษทางการเมืองหรือไม่ใช่นักโทษทางการเมืองก็ตามใช้หลักเกณฑ์เดียวกันทั้งหมดคือ 1.ขอเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ปัญหาคือ เมื่อขอไปแล้วหากถูกยกถ้าจะขออีกต้องใช้เวลาประมาณ 2 ปี อันนี้หมายถึงการขอพระราชทานอภัยโทษเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการขอพระราชทานอภัยโทษแบบครอบจักรวาลคือ การออกมาเป็นพระราชกฤษฎีกาเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ ใครอยู่ในเกณฑ์เหล่านั้นให้ว่ากันไป แต่ในขณะนี้ยังไม่มีพระราชกฤษฎีกานั้น แต่อาจจะมีในปีหน้า ในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ หรือ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อถามว่า แม้ว่าจะไม่ได้มารับโทษก็อยู่ในเกณฑ์ที่จะขอพระราชทานอภัยโทษหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ถึงอย่างไรก็ต้องรับโทษก่อนถึงจะขอพระราชทานอภัยโทษได้ ส่วนการขอนั้นจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ก็แล้วแต่กระบวนการ เมื่อถามว่า การจะขอพระราชทานอภัยโทษจะต้องรับโทษไปแล้วกี่ปี นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่มี เพราะการขอพระราชทานอภัยโทษ เป็นพระมหากรุณาธิคุณ เป็นพระราชอำนาจ ไม่มีกำหนดในเรื่องดังกล่าว แต่ถ้าการอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกมาสำหรับคราวหนึ่งเพื่อคน 3 หมื่นคน ก็มีเกณฑ์ของเขาอยู่ว่าจะต้องรับโทษมาแล้ว 1 ใน 3 หรือจำคุกมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี โดยขณะนี้กฎหมายนี้ยังไม่มี มีไปคราวล่าสุดก็ออกไปแล้ว ปล่อยออกมาจากคุกไปแล้ว 3 หมื่นคน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...