โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปิดจ็อบส่งออกข้าว 6 ล้านตัน “เอเซียโกลเด้นไรซ์” ยืนหนึ่งคว้ายอด 8 แสนตัน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 25 ม.ค. 2565 เวลา 07.46 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 11.34 น.

ปิดปี’64 ไทยส่งออกข้าวได้ 6 ล้านตัน “เอเซีย โกลเด้น ไรซ์” ยังครองแท่นเบอร์ 1 คว้า 8 แสนตันต่อเนื่อง สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยคาดปี’65 ส่งออกได้ 7 ล้านตัน “ธนสรรไรซ์” มั่นใจอิรักออร์เดอร์ข้าวไทยต่อเนื่องอีก 4-5 แสนตัน หอการค้าแนะเอกชนไทยปรับตัวลุยสู้ข้าวคุณภาพดี-เน้นสุขภาพ ลดการแข่งขันราคา

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่า ภาพรวมการส่งออกข้าวไทยปี 2564 มีปริมาณ 6.05 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ส่งออกได้ 5.72 ล้านตัน ซึ่งเป็นไปตามคาดการณ์ของสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย และกระทรวงพาณิชย์ก่อนหน้านี้ เป็นผลจากการส่งออกข้าวเดือนธันวาคม 2564 ส่งออกได้ปริมาณ 665,185.65 ตัน ลดลงจากเดือนพฤศจิกายน 2564 ที่ทำได้ 755,492 ตัน ซึ่งภาพรวมการส่งออกดังกล่าวทำให้ไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 3 ของโลก รองจากอินเดียและเวียดนาม

สำหรับรายชื่อผู้ส่งออกข้าวไทยสูงสุด 5 อันดับแรกของปี 2564 นำโดย กลุ่มเอเซีย โกลเด้น ไรซ์ ปริมาณ 864,172.13 ตัน รองลงมา คือ กลุ่มนครหลวงค้าข้าว 727,447.97 ตัน กลุ่ม ซี.พี. 468,400.39 ตัน โกลเด้น แกรนารี่ 354,207.83 ตัน และไร้ซ์แลนด์ อินเตอร์ฯ 300,697.54 ตัน

ปี’65 ดันส่งออก 7 ล้านตัน

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2564 ไทยส่งออกได้ 6 ล้านตัน ซึ่งถือว่าดีขึ้น เพราะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ไทยประสบปัญหาภัยแล้ง และค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้ราคาข้าวไทยแพงกว่าคู่แข่งขันได้ลำบาก ส่วนแนวโน้มปี 2565 สมาคมคาดการณ์ว่าการส่งออกข้าวจะทำได้ถึง 7 ล้านตัน เพราะจากการติดตามประเมินสถานการณ์น้ำในเขื่อนยังอยู่ระดับที่ดี และมีพื้นที่ปลูกมากขึ้น คนหันกลับไปทำนามากขึ้น ซึ่งจะทำให้ผลผลิตดีขึ้น

รถไฟจีน-ลาวแก้ตู้สินค้าขาด

อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์ปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งปัจจุบันเริ่มมีการใช้รถไฟจีน-ลาว จะเป็นทางเลือกหนึ่งในการส่งออก แต่ผู้ส่งออกและผู้นำเข้าต้องเทียบว่าการขนส่งขึ้นไปถึงคุณหมิง ซึ่งเป็นโซนเหนือสุดของจีนต้องถูกส่งกลับทางรถไฟในประเทศ เพื่อมาที่กว่างโจว ซึ่งเป็นตลาดข้าวหลัก ใช้เวลา 2-3 วัน ว่า ต้นทุนจะคุ้มค่าหรือไม่ หากเทียบกับค่าเรือไปฮ่องกงที่เพิ่มจาก 100 เหรียญสหรัฐต่อตู้ เป็น 1,300 เหรียญสหรัฐ หรือไปจีนจาก 280 เหรียญสหรัฐ เป็น 1,300-1,400 เหรียญสหรัฐต่อตู้ อย่างไรก็ตาม มองโอกาสอีกด้านว่าหากไปคุณหมิงก็อาจจะขนส่งต่อไปทางรัสเซียที่เชื่อมต่อกับจีนได้

เอเซียฯ​ตั้งเป้า 8 แสนตัน

นายสมบัติ เฉลิมวุฒินันท์ ประธานบริษัท เอเซีย โกลเด้น ไรซ์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2565 นี้ยังมองว่าการส่งออกข้าวไทยจะได้ใกล้เคียงกับปี 2564 คือ ปริมาณ 6-6.2 ล้านตัน ซึ่งในส่วนของบริษัทก็ยังคงวางเป้าหมายที่จะรักษาการส่งออกให้ได้ 8 แสนตัน ใกล้เคียงกับปีก่อน

ส่วนแนวโน้มด้านราคาข้าวในปีนี้มองว่า ช่วงสั้นมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นบ้าง ส่วนระยะยาวต้องติดตามสถานการณ์การส่งออกของอินเดียว่าจะมีการส่งออกมากขึ้นหรือไม่

“ในส่วนของการส่งออกไทยช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถือว่าตัวเลขของเราลดลงมามากพอสมควร โอกาสที่จะฟื้นกลับไปเป็น 8-9 ล้านตัน ไม่มีทางเลย เพราะพื้นที่เพาะปลูกข้าวเราก็ลดลง ชาวนาลดการปลูกไปพอสมควร และในปีนี้เป็นปีแรกที่กัมพูชาได้มีโอกาสส่งออกข้าวไปสหภาพยุโรปโดยปลอดโควตาด้วย สามารถขายได้ไม่จำกัดจำนวน ในส่วนเราก็คงต้องพยายามรักษาการส่งออกของเราให้ได้ปริมาณเดิมให้ได้”

ลุ้นขายข้าว “อิรัก” อีก

ด้านนายศุภชัย วรอภิญญาภรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท ธนสรรไรซ์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปี 2564 บริษัทได้คำสั่งซื้อจากตลาดอิรัก 4 ลำ ลำละ 44,000 ตัน รวมปริมาณ 176,000 ตัน ซึ่งเป็นการหวนกลับมาสั่งซื้อข้าวไทยครั้งแรกในรอบ 7 ปี ส่งผลให้การส่งออกของธนสรรไรซ์ในปี 2564 มีปริมาณ 300,000-400,000 ตัน

ขณะที่แนวโน้มปี 2565 บริษัทคาดการณ์จะส่งออกได้ 400,000-500,000 ตัน โดยยังมองว่าปัจจัยหลักตลาดอิรักจะยังคงซื้อข้าวไทยต่อเนื่อง มีโอกาสซื้อมากถึง 400,000-500,000 ตัน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับสัดส่วนไปมุ่งเน้นการทำตลาดข้าวถุงในประเทศแบรนด์จัสมินมากขึ้นและแตกไลน์ผลิตข้าวหุงต้นฤดูรุกออกมาทำตลาด เพราะในส่วนของตลาดส่งออกปีที่ผ่านมาแข่งขันกันรุนแรงและมีหลายตลาดที่ต้องระวังการรับออร์เดอร์จากลูกค้ามากขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี อาจจะมีการผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้นจึงต้องรอดูจังหวะ

แนะรุกตลาดข้าวคุณภาพสูง

ขณะที่นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย และประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปีนี้การส่งออกข้าวของไทยซึ่งเป็นสินค้า 1 ใน 5 สินค้าหลักของกลุ่มอาหาร ติดลบ 11% ซึ่งหลังจากนี้มองว่าเราควรมาเน้นในเรื่องของข้าวที่มีมูลค่า เช่น ข้าวที่มีผลดีต่อสุขภาพ บริโภคแล้วมีปริมาณน้ำตาลต่ำ ข้าวพันธุ์พิเศษ อย่างข้าวไรซ์เบอรี่ ซึ่งเป็นข้าวที่มีมูลค่าสูงเป็นหลัก เพราะการแข่งขันด้านราคาคงยากขึ้น

เพราะที่ผ่านมาผู้ส่งออกต้องเผชิญปัจจัยเสี่ยง ทั้งเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ขาดแคลน และมีต้นทุนสูง หลังตรุษจีนจะดีขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายของสายเรือว่าจะยินดีจะแบกตู้เปล่ากลับมาได้มากน้อยเพียงใด เพราะว่าก็ยังจะมีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนในอนาคตอาจจะต้องใช้ระยะเวลาพร้อมทั้งจะต้องมีการพัฒนาในเรื่องของสายพันธุ์ข้าวใหม่เพื่อมาแข่งขัน

“ก่อนหน้านี้ เรามีแนวทางการผลิตข้าวขาวที่เป็นสัดส่วนค่อนข้างมาก แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ปรับว่าควรมาเพิ่มข้าวที่มีคุณภาพสูงแทนข้าวขาว เพราะหากจะเพิ่มปริมาณข้าวขาว เท่ากับว่าเราไปแข่งที่ราคา ซึ่งเราควรมาแข่งขันเรื่องคุณภาพมากกว่า เรามาถึงจุดนี้ ถอยหลังไปไม่ได้ เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปุ๋ยยาแรงงานเราสูงกว่าเพื่อนบ้านหมด จะแข่งขันเรื่องของราคาเป็นไปไม่ได้แล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...