โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่คืนเพชร แต่คืนดี? จากความบาดหมางไทย-ซาอุดิฯ สู่ทวิภาคีชาติอำนาจนิยม

VoiceTV

อัพเดต 26 ม.ค. 2565 เวลา 14.21 น. • เผยแพร่ 25 ม.ค. 2565 เวลา 06.01 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

คดีเพชรสีน้ำเงินและความสัมพันธ์ไทย-ซาอุดิอาระเบียถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดการเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการ จากคำเชิญของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีช อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 25-26 ม.ค.นี้

ความขัดแย้งดังกล่าวทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติขาดสะบั้นลง ส่งผลกระทบมาถึงตลาดแรงงานจากเดิมในช่วงก่อนทศวรรษที่ 2530 ที่มีแรงงานไทยเดินทางไปทำงานในซาอุดิอาระเบียกว่า 300,000 คน สร้างเม็ดเงินให้แก่ไทยได้กว่า 9,000 ล้านบาท จนหลังการตัดความสัมพันธ์นั้น เหลือแรงงานไทยในซาอุดิอาระเบีย ณ ปัจจุบันเพียงแค่ 16,900 คน

การเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียของ พล.อ.ประยุทธ์ ในครั้งนี้ สร้างคำถามให้แก่คนไทยทั้งประเทศว่า เดินทางไปเยือนเพื่ออะไร และความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุดิอาระเบียพัฒนาขึ้นในแง่บวกจากปัจจัยอะไร วอยซ์ขอพาคุณไปทบทวนเรื่องราวดังกล่าวตลอดระยะเวลา 32 ปีที่ผ่านมา เพื่อปูทางไปสู่การทำความเข้าใจความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติในอนาคต

ความสัมพันธ์ก่อนการเกิดคดีเพชรสีน้ำเงิน

ซาอุดิอาระเบียสถาปนาคาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทยตั้งแต่ปี 2500 ผ่านการที่ไทยตั้งสถานกงสุลใหญ่ที่เมืองเจดดาห์ และซาอุดิอาระเบียเปิดสถานกงสุลใหญ่ที่กรุงเทพฯ ระหว่างนั้น ไทยกับซาอุดิอาระเบียมีการแลกเปลี่ยนอุปทูตกันมาโดยตลอด จนกระทั่งในปี 2518 ไทยจึงได้มีการแต่งตั้งเอกอัครราชทูตประจำซาอุดิอาระเบีย และในกรุงริยาดหลังการย้ายเมืองหลวงเป็นต้นมา

ก่อนหน้านี้ ความสัมพันธ์ของไทยกับซาอุดิอาระเบียนั้นมีขึ้นอย่างไม่เป็นทางการมานานนับศตวรรษแล้ว หลังจากที่ซาอุดิอาระเบียได้ก่อตั้งประเทศขึ้นโดยสมเด็จพระราชาธิบดีอับดุลอะซีซ อัลซาอูด ในปี 2475 ทั้งนี้ มีเมืองศักดิ์สิทธ์ทางศาสนาอิสลามสองเมือง ได้แก่ เมกกะ และเมดินา ที่มีที่ตั้งอยู่ในซาอุดิอาระเบีย ราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียจึงกลายเป็นผู้พิทักษ์เมืองศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองไปโดยปริยาย

มุสลิมทั่วโลกรวมถึงชาวมุสลิมในไทยต่างเดินทางไปแสวงบุญกันที่เมืองศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาอิสลาม ที่ตั้งอยู่ในประเทศซาอุดิอาระเบีย อาทิ การประกอบพิธีฮัจญ์ในเมืองเมกกะ ทำให้ไทยมีความสัมพันธ์ผ่านการเดินทางไปมาหาสู่ระหว่างชาวมุสลิมไทยกับซาอุดิอาระเบียมาตั้งแต่ราวศตวรรษก่อนอยู่แล้ว

จุดเริ่มต้นคดีเพชรสีน้ำเงิน

6 ส.ค. 2532 เกรียงไกร เตชะโม่ง แรงงานไทยในซาอุดิอาระเบียที่ถูกว่าจ้างให้เป็นพนักงานทำความสะอาดในพระราชวังของกษัตริย์ ได้ลงมือกระทำการโจรกรรมเครื่องเพชรน้ำหนัก 91 กิโลกรัม ขณะเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด บิน อับดุล อาซิส แปรพระราชฐานไปพักผ่อนแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

การขโมยเครื่องเพชรในครั้งนั้น รวมถึงการลักลอบนำเพชรสีน้ำเงินกับอัญมณีอื่นๆ รวม 50 กะรัตไปด้วย ถูกกระทำโดยพนักงานทำความสะอาดอย่างเกรียงไกร ที่ดูทางทีไล่มาโดยตลอด เกรียงไกรอาศัยการแอบนำถุงกระสอบขนาดใหญ่เข้าไปในพระราชวังเพื่อขดมยนำเพชรดังกล่าวในช่วงเวลากลางคืน การขโมยทรัพย์สินในซาอุดิอาระเบียนั้นเสี่ยงต่อโทษการประหารชีวิต อย่างไรก็ดี เกรียงไกรทำการโจรกรรมสำเร็จ

เกรียงไกรอาศัยการแอบลักลอบนำเพชรจำนวนกว่า 91 กิโลกรัม ซุกซ่อนปะปนไปกับเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ที่ถูกจัดส่งมาพร้อมกันล่วงหน้าผ่านบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ ด่านศุลกากรของทั้งสองประเทศไม่สามารถตรวจพบเครื่องเพชรที่ถูกซุกซ่อนมาด้วยได้ เกรียงไกรตัดสินใจเดินทางกลับประเทศไทยทันทีหลังจากที่พัสดุที่มีเพชรซุกมาด้วยถึงไทยอย่างปลอดภัย

หลังจากการโจรกรรมและหนีกลับมายังไทยของเกรียงไกร เจ้าชายไฟซาลได้เสด็จกลับมายังพระราชวังก่อนพบว่าเครื่องเพชรประจำพระราชวงศ์ได้หายสาบสูญไปพร้อมกับคนงานทำความสะอาดที่เหลือสัญญาทำงานอีก 2 เดือน ทางการซาอุดิอาระเบียได้ติดต่อทางการไทยในทันที เพื่อขอให้รัฐบาลไทยติดตามเครื่องเพชรที่ถูกขโมยไปกลับคืนมา

เกรียงไกรได้ส่งเครื่องเพชรที่ขโมยไปมายังจังหวัดลำปาง ก่อนทำการขายเครื่องเพชรเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยเครื่องเพชรจำนวนมากถูกขายให้แก่ สันติ ศรีธนะขัณฑ์ ช่างทำเพชรในกรุงเทพฯ ตำรวจได้ตามจับกุมเกรียงไกรและสืบหาปลายทางเพชรที่หายไปต่อ เกรียงไกรถูกศาลตัดสินจำคุก 7 ปีฐานลักทรัพย์ ก่อนได้รับการลดโทษเหลือ 3 ปี 6 เดือน แทนการส่งตัวไปดำเนินคดีที่ซาอุดิอาระเบีย

คืนเพชร (ปลอม) ให้ซาอุดิฯ สู่การอุ้มฆ่า 

หลังจากการดำเนินคดีเกรียงไกร ทางการไทยได้ทำการส่งมอบเครื่องเพชรคืนไปยังซาอุดิอาระเบีย อย่างไรก็ดี เพชรสีน้ำเงินซึ่งเป็นเพชรขนาดใหญ่ที่สุดกลับหายไป และเครื่องเพชรจำนวนกว่าครึ่งที่ถูกส่งคืนนั้นเป็นของปลอม ในช่วงเวลานั้น มีข่าวลือในไทยพบภาพภรรยาข้าราชการหลายคนสวมสร้อยคอเพชรลักษณะคล้ายที่ถูกขโมยไปจากซาอุดิอาระเบียจำนวนมาก ทำให้ทางการซาอุดิอาระเบียสงสัยว่าตำรวจไทยอาจยักยอกเพชรเอาไว้เอง อย่างไรก็ดี ข่าวลือดังกล่าวยังไม่ได้รับการยืนยัน

โมฮัมหมัด ซาอิค โคจา อุปทูตซาอุดิอาระเบียประจำประเทศไทย ได้ว่าจ้างชุดสืบสวนพิเศษเพื่อแกะรอยหาเพชรที่หายไปอย่างลับ ๆ ในขณะที่ทางการไทยมี พล.ต.ท.ชลอ เกิดเทศ หัวหน้าชุดเฉพาะกิจติดตามเพชรที่หายไป ในอีกทางหนึ่ง ทางการซาอุดิอาระเบียได้ส่ง โมฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจที่เป็นเครือญาติของราชวงศ์เข้ามาเพื่อสืบสวนเรื่องเพชรที่หายไปอย่างลับๆ ด้วยเช่นกัน

ก่อนการเดินทางมาไทยในปี 2533 ของอัลรูไวลีนั้น ในไทยกลับเกิดเหตุการเกิดสังหารนักการทูตชาวซาอุดิอาระเบียสามคน เงื่อนไขทางเหตุการณ์และเวลาทำให้ทางการซาอุดิอาระเบียเกิดความสงสัยในเงื่อนงำว่าอาจมีความเกี่ยวข้องกันกับตำรวจไทย อย่างไรก็ดี หลักฐานในภายหลักเชื่อมโยงว่าคดีการฆ่านักการทูตทั้งสามในไทย เป็นส่วนหนึ่งจากความบาดหมางระหว่างซาอุดิอาระเบียกับกลุ่มติดอาวุธเลบานอนฮิซบุลลอฮ์

อัลรูไวลีที่เดินทางเข้ามาสืบสวนกรณีเพชรของชาติตนเองที่หายไป กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจไทยจับตาและสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับการตายของนักการทูตซาอุดิอาระเบียเกี่ยวพันกับผลประโยชน์ทับซ้อนในเรื่องการจัดส่งแรงงานไทยไปซาอุดิอาระเบีย เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยทำการอุ้มอัลรูไวลี เพื่อบีบให้รับสารภาพจนเกิดความผิดพลาดขึ้น ปัจจุบันไม่มีใครทราบชะตากรรมของอัลรูไวลี แต่มีข้อสันนิษฐานอย่างแน่ชัดแล้วว่า อัลรูไวลีอาจเสียชีวิตลงจากการอุ้มหายโดยทางการไทย

การหายตัวไปของอัลรูไวลียิ่งสร้างความบาดหมางของซาอุดิอาระเบียที่มีต่อไทยมากยิ่งขึ้น ทางการซาอุดิอาระเบียได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย และไม่อนุญาตให้วีซ่าแก่แรงงงานไทยไปในตัว แรงงานไทยที่เดินทางไปยังซาอุดิอาระเบียจากเดิมกว่าหลายแสนคน ลดลงมาเหลือไม่กี่พันคน ซาอุดิอาระเบียยังประกาศไม่ให้ประชาชนของตนเองเดินทางมายังประเทศไทยด้วยเช่นกัน 

"ถ้าเรื่องไม่เกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจในประเทศไทย เรื่องก็จะไม่ใหญ่ขนาดนี้" คือคำให้การของเกรียงไกรในภายหลังจากคดีได้ผ่านมานานหลายปี ทั้งนี้ จากคำให้การของเกรียงไกรเดิม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปยังผู้รับซื้อเพชรอย่างสันติ โดนสันติยืนยันว่า เขาได้คืนเครื่องเพชรทั้งหมดไปให้แล้ว

จนกระทั่งปี 2537 เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้ทำการลักพาตัวภรรยาและลูกของสันติเพื่อบีบให้เขาคืนเครื่องเพชรให้ ถึงแม้จะมีการยืนยันจากตัวสันติเองว่าตนได้คืนเครื่องเพชรทั้งหมดไปแล้ว ในเวลาต่อมา ภรรยาและลูกของสันติกลับถูกพบว่าเสียชีวิตด้วยการจัดฉากว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทั้งๆ ที่ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลถูกซ้อมอย่างรุนแรง คดีเพชรซาอุดิฯ ที่ไม่สามารถหาเครื่องเพชรคืนให้แก่ต้นทางได้ ไหลวนลงสู่ปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ และแลกไปด้วยการสังเวยชีวิตผู้บริสุทธิ์ถึง 3 ราย

คดีการอุ้มหายของสองแม่ลูกศรีธนะขัณฑ์ ทำให้ พล.ต.ท.ชลอ ถูกตัดสินจำคุก 20 ปี ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวมาเมื่อไม่กี่ปีก่อน ในขณะที่คดีการอุ้มฆ่าอัลรูไวลีนั้น ทางการไทยได้ตั้งข้อกล่าวหาแก่ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภาค 5 และพวกอีก 4 คน ก่อนที่ศาลฎีกาจะพิพากษายกฟ้องเมื่อปี 2562 ส่งผลให้มีการคาดการณ์ว่า คดีที่ยังมืดมัวกับผลตัดสินที่ซาอุดิอาระเบียข้องใจ อาจส่งผลให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองชาติตกต่ำลงไปกว่าเดิม

สัญญาณของการคืนดี

ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศไทยตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 2530 เป็นต้นมา ได้มีความพยายามในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์ที่มีแก่ซาอุดิอาระเบีย ชาติที่ครองอิทธิพลเหนือชาติมุสลิมอื่นๆ กว่า 50 ประเทศ ผ่านการตั้งคณะสอบสวนและส่งเจ้าหน้าที่ทางการทูตพยายามเจรจาหารือมากว่าหลายทศวรรษ และความพยายามดังกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศได้เพิ่งมาผลิดอกออกใบในยุคสมัยของ พล.อ.ประยุทธ์

การสานสัมพันธ์เริ่มเกิดขึ้นในปี 2559 ขณะรัฐบาลคณะรัฐประหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังคงครองอำนาจ หลังมีการพบหารือ 3 ฝ่าย ในช่วงการประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (เอซีดี) ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 9-10 ตุลาคม ที่กรุงเทพฯ ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เจ้าชายเคาะลีฟะฮ์ บิน ซัลมาน อัลเคาะลีฟะฮ์ นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรบาห์เรนในขณะนั้น และ อาดิล บิน อะหมัด อัลณูบีร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบียในขณะนั้น

การมาเยือนไทยครั้งแรกในรอบหลายสิบปีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงซาอุดิอาระเบีย ด้วยการอาศัยความช่วยเหลือจากบาห์เรนเป็นตัวกลาง เป็นโอกาสในการหารือกับไทยถึงแนวทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างทั้ง 2 ประเทศ การพูดคุยเจรจาเพื่อรื้อฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้ามาเรื่อยๆ

จนเมื่อเดือน ม.ค. 2563 ที่ผ่านมา ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้รับคำเชิญจากเจ้าชายไฟซาล บิน ฟัลฮาน อัลซาอูด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศซาอุดิอาระเบีย เพื่อเข้าหารือแนวทางการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในอีกระยะ นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ได้พบกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน ในการประชุม G20 เมื่อปี 2562 ที่นครโอซากาที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงภายในซาอุดิฯ สู่นโยบายต่างประเทศใหม่

จากความพยายามที่ยาวนานของกระทรวงการต่างประเทศไทย สอดรับเข้ากับจังหวะการเปลี่ยนแปลงระบอบการเมืองภายในซาอุดิอาระเบียในปี 2558 หลังเจ้าชายโมฮัมเหม็ดขึ้นครองตำแหน่งมกุฎราชกุมาร และกลายเป็นผู้ปกครองประเทศในเชิงพฤตินัย แทนพระบิดาอย่างสมเด็จพระราชาธิบดีซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัล ซาอูด กษัตริย์แห่งซาอุดิอาระเบียพระองค์ปัจจุบันที่มีอายุมากแล้ว

มีการคาดการณ์จากนักวิชาการหลายฝ่ายว่า ด้วยความที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดเป็นคนรุ่นใหม่ และไม่ได้มีความทรงจำร่วมกับเหตุการณ์คดีเพชรซาอุดิฯ เท่ากับผู้บริหารประเทศชุดก่อนที่มักเป็นผู้อาวุโสของราชวงศ์ ทำให้ซาอุดิอาระเบียภายใต้การนำของเจ้าชายโมฮัมเหม็ดเดินหน้านโยบายต่างประเทศที่เปิดโอกาสและความเป็นไปได้ของตนเองที่มากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศคนใหม่ จากการมีรัฐมนตรีต่างประเทศคนเดิมมานานกว่า 40 ปี

หลังจากการขึ้นสู่อำนาจของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด ซาอุดิอาระเบียได้ประกาศ ‘วิสัยทัศน์ซาอุดิ 2030’ วิสัยทัศน์ดังกล่าวเป็นการวางนโยบายปฏิรูปซาอุดิอาระเบียไปสู่ความเป็นสมัยใหม่ และการกำหนดเป้าหมายให้ซาอุดิอาระเบียกลายเป็นประเทศที่ไม่พึ่งพาแต่การส่งออกน้ำมัน แต่วางโครงสร้างพื้นฐานไปสู่การพัฒนาด้านสาธารณสุข การศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน สถานพักผ่อน และการท่องเที่ยว

การเปิดความสัมพันธ์กับไทยของซาอุดิอาระเบียจึงมองเป็นแค่เหตุการณ์เดียวไม่ได้ เพราะถึงแม้ว่าซาอุดิอาระเบียจะยังปกครองด้วยระบอบการเมืองแบบอำนาจนิยม แต่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดพยายามปรับเปลี่ยนโครงสร้างประเทศใหม่ เช่น การยกเลิกการแบนโรงภาพยนตร์ การแสดงคอนเสิร์ต ที่ถูกแบนมาอย่างยาวนานจากกลุ่มหัวอนุรักษ์นิยมอิสลาม

เช่นเดียวกันกับการมอบสิทธิสตรีให้แก่พลเมืองมุสลิมหญิงในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น โดยซาอุดิอาระเบียเริ่มให้เด็กนักเรียนชายและหญิงสามารถเรียนหนังสือในชั้นเรียนเดียวกันได้ตั้งแต่ปี 2560 รวมถึงการอนุญาตให้ผู้หญิงสามารถขับรถเองได้ตั้งแต่ปี 2561 เป็นต้นมา เหล่านี้ล้วนเป็นความพยายามของซาอุดิอาระเบียในการเปิดความเป็นไปได้ใหม่ๆ ให้แก่ชาติของตน ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับไทย

ในวันที่ซาอุดิฯ หันหน้าหาตะวันออก

ภาพลักษณ์ของซาอุดิอาระเบียในเวทีโลกตกต่ำลงมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ในปี 2561 เกิดกรณีลอบสังหาร จามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียมาอย่างยาวนาน โดยคาช็อกกีถูกลักพาตัวหลังจากเดินทางเข้าไปรับเอกสารในสถานกงสุลซาอุดิอาระเบีย ณ กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี หลังจากนั้น คาช็อกกีหายตัวไปอย่างลึกลับ ก่อนมีหลักฐานว่าเขาถูกสังหารด้วยผู้ลงมือที่เดินทางมาจากซาอุดิอาระเบียเอง

หลักฐานหลายอย่างบ่งชี้ไปที่เจ้าชายโมฮัมเหม็ดว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการสังหารนักข่าวดังรายนี้ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในซาอุดิอาระเบียที่ย่ำแย่มาแต่เดิมทุนกลับตกต่ำลงกว่าเดิม ในทางตรงกันข้าม ขั้วพันธมิตรที่ซาอุดิอาระเบียมีมาแต่เดิมกับชาติตะวันตกกลับตกต่ำลงไปด้วยเช่นกัน ทั้งจากแนวนโยบายของประเทศที่มีความก้าวร้าว ประกอบกับปัญหาสิทธิมนุษยชน

ซาอุดิอาระเบียเองถูกกดดันอย่างหนักจากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรตะวันตก หลังจากเกิดเหตุการณ์วินาศกรรม 9/11 ประกอบกับในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ราคาน้ำมันโลกกลับตกต่ำลงเรื่อยๆ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเมืองและเศรษฐกิจของซาอุดิอาระเบีย ที่เคยพึ่งพาชาติตะวันตกตลอดจนการส่งออกน้ำมันมาโดยตลอด ทั้งนี้ เมื่อไม่กี่ปีก่อน ซาอุดิอาระเบียประกาศงบประมาณขาดดุลกว่า 98,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3 ล้านล้านบาท) สะท้อนภาพวิกฤตที่ซาอุดิอาระเบียกำลังประสบอย่างชัดเจน

ซาอุดิอาระเบียเริ่มพยายามปรับตัวผ่านการประกาศวิสัยทัศน์ซาอุดิ 2030 และเริ่มดำเนินนโยบายหันหน้าสู่ตะวันออกมากยิ่งขึ้น ทางออกหนึ่งของซาอุดิอาระเบียเองจึงหนีไม่พ้นประเทศเผด็จการในแถบเอเชียที่ไม่ได้สนใจปัญหาสิทธิมนุษยชน นักวิชาการหลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ซาอุดิอาระเบียเริ่มมีความใกล้ชิดกันกับจีนมากยิ่งขึ้นอย่างน่าจับตามอง 

เมื่อปี 2564 จีนเองประกาศว่าตนให้ความสำคัญแก่ซาอุดิอาระเบียเป็นอันดับต้นๆ ในการดำเนินนโยบายทางการทูตกับชาติตะวันออกกลาง ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของซาอุดิอาระเบียระบุว่า “จีนเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าเชื่อถืออย่างแท้จริง” ทั้งนี้ ถึงแม้ว่าซาอุดิอาระเบียกำลังจะลดการพึ่งพาทางเศรษฐกิจจากการส่งออกน้ำมัน แต่เชื้อเพลิงดังกล่าวคือสิ่งที่จีนสนใจ ในฐานะตัวช่วยเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของจีนที่ยังไม่ได้มีแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ตอบรับกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก

ไทยเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกของซาอุดิฯ

ไทยเองที่มีแนวนโยบายใกล้ชิดกับจีน และความพยายามอย่างหนักในการรื้อฟื้นความสัมพันธ์กับทางซาอุดิอาระเบียจึงพลอยได้ประโยชน์จากแนวนโยบายที่ซาอุดิอาระเบียพยายามหันหน้าเข้าหาระบอบเผด็จการตะวันออกอย่างจีน ที่มีการปกครองไม่แตกต่างกันไปมากนักด้วยเช่นกัน

ผลประโยชน์ที่ไทยจะได้จากการสานสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบียอีกครั้งคงหนีไม่พ้นภาคแรงงาน ความสัมพันธ์ระดับประชาชนกับประชาชน สังเกตได้จากการที่คณะเดินทางของ พล.อ.ประยุทธ์ มี สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเดินทางติดตามไปด้วย พร้อมกันนี้ ยังมี สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเดินทางเข้าหารือพร้อมกันกับ พล.ประยุทธ์ และ ดอน

การเปิดวิสัยทัศน์ 2030 ของซาอุดิอาระเบียกำลังจะทำให้ประเทศมหาอำนาจมุสลิมในภูมิภาคตะวันออกกลางแห่งนี้ มีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงประเทศ ผ่านการเปิดรับการลงทุนจากต่างชาติให้ได้มากที่สุด เพื่อหลีกหนีการพึ่งพาน้ำมันให้ได้มากที่สุด โครงการต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นในซาอุดิอาระเบีย และการเปิดประเทศสู่ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวจะทำให้ซาอุดิอาระเบียต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และคงหนีไม่พ้นการแสวงหาแรงงานจากไทยเข้าไปทำงานในประเทศตนเอง

ในทางกลับกัน ก่อนหน้านี้นักธุรกิจของซาอุดิอาระเบียที่ต้องการจะลงทุนในประเทศไทยนั้นยังทำได้ลำบาก เนื่องจากอุปสรรคจากความสัมพันธ์ที่ซาอุดิอาระเบียมีกับไทยนั้นห่างเหินกันมาเป็นเวลากว่า 30 ปี ผลประโยชน์ที่สอดคล้อง กับระบอบการเมืองที่ไม่แตกต่างกันของทั้งไทยและซาอุดิอาระเบีย ประกอบกับผู้นำรุ่นใหม่ของชาติมุสลิมแห่งนี้ อาจเพียงพอที่จะทำให้ทั้งสองชาติกลับมามีความสัมพันธ์ทวิภาคีที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ประชาชนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า หลังจากการเดินทางกลับมาของ พล.อ.ประยุทธ์และคณะในที่ 26 นี้ ไทยเองจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับมาบ้าง

ที่มา:

http://content.time.com/time/world/article/0,8599,1969920,00.html

https://www.independent.co.uk/news/world/saudi-gems-theft-leaves-deadly-trail-in-thailand-1450865.html

https://elibrary.law.psu.edu/cgi/viewcontent.cgi?referer=https://th.wikipedia.org/&httpsredir=1&article=1009&context=jlia

http://www.ias.chula.ac.th/article/%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2-%E0%B8%8B%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B5%E0%B8%A2-%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%AA/?fbclid=IwAR07g5-YztmQ8zHc3bLvouVbrExbm_wYRVM_nGQCVG2SdNZ9yEEeDJjIZzk

https://news.thaipbs.or.th/content/278636

https://www.bbc.com/news/world-asia-49824325

https://www.mfa.go.th/th/content/5d5bcc1c15e39c3060009fd4?cate=5d5bcb4e15e39c3060006870

https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/71540

https://www.bbc.com/thai/international-45840702

https://www.aa.com.tr/en/asia-pacific/china-says-ties-with-saudi-arabia-a-priority-in-its-middle-east-diplomacy/2395341

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...