AEONTS โชว์กำไรปี 69 โต 8% ทะลุ 3 พันลบ. แจกปันผล 2.95 บาท ขึ้น XD 27 เม.ย.นี้
บริษัท อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AEONTS รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2569 สิ้นสุด ณ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 มีกำไรสุทธิ ดังนี้
โดยบริษัทมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่รวมทั้งสิ้น 3,094 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 12.44 บาท เติบโตขึ้นร้อยละ 8.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับผลงานเฉพาะไตรมาสที่ 4 ของปีบัญชี 2568 มีกำไรสุทธิ 912 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวร้อยละ 47.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
ส่วนของรายได้จากธุรกิจบัตรเครดิต มีรายได้รวม 6,764 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 8.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4 มีรายได้ 1,643 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 3.7 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการปรับกลยุทธ์เน้นบริหารคุณภาพพอร์ตลูกค้าระดับบน อย่างไรก็ตาม AEONTS ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "บัตรเครดิตอิออน เพ็ทสเตอร์ วีซ่า แพลทินัม" เพื่อรุกตลาดสัตว์เลี้ยงที่มีการเติบโตสูง
ด้านธุรกิจสินเชื่อเงินกู้ มีรายได้รวมทั้งปี 9,348 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.0 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาสที่ 4 มีรายได้ 2,275 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 3.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลงร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ตามภาวะเศรษฐกิจซบเซาและหนี้ครัวเรือนสูง ทั้งนี้ AEONTS ได้เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์ "OneLoan" เพื่อช่วยเหลือลูกค้าในการรวบหนี้และสร้างวินัยทางการเงิน
ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ มีรายได้รวมปีบัญชี 2568 ที่ 1,475 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 16.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไตรมาสที่ 4 มีรายได้ 379 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.1 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขยายเครือข่ายพันธมิตรกลุ่มรถยนต์และรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้อื่นรวม 4,188 ล้านบาท เติบโตร้อยละ 12.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากรายได้หนี้สูญรับคืนในไตรมาสที่ 4 ที่ทำได้ถึง 677.4 ล้านบาท เติบโตขึ้นร้อยละ 30.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบริหารรวม 8,342 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 4.9 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการควบคุมต้นทุนและปรับกลยุทธ์การตลาด ทำให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-Income Ratio) อยู่ที่ร้อยละ 38.4 สำหรับการตั้งผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) อยู่ที่ 7,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในไตรมาสที่ 4 มีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจในกัมพูชา และวิกฤตพลังงานจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
ส่วนต้นทุนทางการเงินรวมอยู่ที่ 2,054 ล้านบาท ปรับตัวลดลงร้อยละ 8.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการบริหารโครงสร้างเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ
พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 มีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสดในอัตรา 2.95 บาทต่อหุ้น (มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท) โดยกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record Date) ในวันที่ 28 เมษายน 2569 และจะขึ้นเครื่องหมายไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 27 เมษายน 2569 ทั้งนี้ มีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 โดยจ่ายจากงวดการดำเนินงานวันที่ 1 กันยายน 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2569 และกำไรสะสม