โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บลจ.” เคาะซื้อ “ตราสารหนี้ไทย” ทะลุ 6 หมื่นล้าน จับตา “เฟด” ขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย หรือ ThaiBMA สรุปภาวะตลาดตราสารหนี้ไทยประจำวันนี้ มีมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 147,620 ล้านบาท โดยประเภทของนักลงทุนที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงที่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) มียอดซื้อสุทธิ 61,544 ล้านบาท และกลุ่มบริษัทประกัน มียอดซื้อสุทธิ 1,203 ล้านบาท ในขณะที่นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิ 2,325 ล้านบาท ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield) อายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 1.56% ซึ่งไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเมื่อวาน

สำหรับภาพรวมของตลาดในวันนี้ เส้นอัตราผลตอบแทน (Yield Curve) เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าประมาณ 0.01% ด้านกระแสเงินลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในวันนี้มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) 1,565 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากยอดซื้อสุทธิ (Net Buy) 2,325 ล้านบาท และมีตราสารหนี้ที่ถือครองโดยนักลงทุนต่างชาติหมดอายุ (Expired) 760 ล้านบาท

ด้านปัจจัยต่างประเทศ รายงานการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เมื่อวันที่ 17-18 มีนาคมที่ผ่านมา ระบุว่า มีกรรมการเฟดจำนวนมากขึ้นที่มองว่าจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อที่ยังคงสูงกว่าเป้าหมายที่ระดับ 2% ของเฟด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของเงินเฟ้อที่เกิดจากสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล

ขณะที่ โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ได้ปรับลดคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) และน้ำมันดิบสหรัฐฯ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2569 ลงสู่ระดับ 90 และ 87 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ตามลำดับ หลังจากสหรัฐฯ และอิหร่านตกลงหยุดยิงเป็นเวลา 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ตลาดอยู่ระหว่างการติดตามรายงานดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ของสหรัฐฯ ประจำเดือนกุมภาพันธ์ และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของสหรัฐฯ ประจำไตรมาส 4 ปี 2568 ในคืนนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...