โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สะเทือนใจ! ปิดตำนาน ถนนต้นตาล ดาบวิชัย หลังถูกสั่งโค่นขยายถนน

แนวหน้า

เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 17.00 น.

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์สนั่นโซเชียล เมื่อ "วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์" อดีต ผอ.ไทยพีบีเอส โพสต์ไว้อาลัยผลงานชิ้นสุดท้ายของ "ดาบวิชัย" คนบ้าปลูกต้นไม้ หลังพบต้นตาลนับถูกโค่นทิ้งเพื่อโครงการขยายถนนสายปรางค์กู่-อุทุมพรพิสัย

นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ นักเขียนชื่อดังและอดีตผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีการตัดต้นตาลบริเวณ ถนนสาย ต.ตูม - อ.ปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นผลงานการปลูกด้วยมือของ ร.ต.ต.วิชัย สุริยุทธ หรือ "ดาบวิชัย" อดีตตำรวจที่อุทิศตนปลูกต้นไม้กว่า 3 ล้านต้นตลอดระยะเวลากว่า 20 ปี จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของความร่มรื่นในพื้นที่

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นายวันชัย ได้โพสต์ระบุข้อความว่า " เมื่อต้นตาลของนายดาบวิชัยถูกโค่น ด้วยความอัปยศ ผมเคยไปสัมภาษณ์นายดาบวิชัย เมื่อสามสิบปีก่อน แห่งอำเภอปรางค์กู่ จังหวัดศรีสะเกษ ในฐานะคนบ้า ผู้ปลูกต้นตาลสามล้านต้นริมถนน โดยไม่มีใครบังคับตลอดยี่สิบกว่าปี จนทำให้ศรีสะเกษเป็นจังหวัดที่มีถนนร่มรื่นย์แห่งหนึ่งของประเทศ และตั้งชื่อถนนว่า ถนนต้นตาลดาบวิชัย

แต่ล่าสุด มีโครงการของทางการได้ขยายถนน ด้วยการตัดต้นตาล บริเวณถนน ปรางกู่ - อุทุมพรพิสัย จากโครงการของแขวงทางหลวงชนบทศรีสะเกษ ถนนสาย ต.ตูม - อ.ปรางค์กู่
ไม่รู้เป็นความปัญญาอ่อนขั้นไหนของหน่วยราชการ

ต้นตาลเป็นต้นไม้ที่เติบโตช้ามากๆ กว่าจะปลูกได้สูงใหญ่ขนาดนี้ต้องใช้เวลาสามสิบถึงสี่สิบปีและความบ้าระดับไหนของนายดาบวิชัย ที่ "ประหลาด" ในสายตาชาวบ้านด้วยการเที่ยวได้ขนถุงเมล็ดพืชหรือกล้าไม้ไปปลูกตามริมถนน ตามพื้นที่สาธารณะอยู่คนเดียวเป็นประจำ ปลูกทุกวันเช้าเย็นมายาวนาน จนคนแถวนั้นเรียก นายดาบผีบ้า

ต้นไม้ที่โตขึ้นด้วยสองมือของนายดาบวิชัย นอกจากจะมีร่มเงาอยู่แนวถนนสายหลักนี้แล้วก็อยู่บนถนนอื่นๆ ทั่วอำเภอปรางค์กู่ รวมทั้งตามวัด โรงเรียน ที่ว่าการอำเภอ สถานที่สาธารณะต่างๆ เป็นเวลานาน

แต่หน่วยราชการใช้เวลาไม่กี่นาทีโค่นสิ่งที่ดาบวิชัยทำมาตลอดชีวิต
ผมไปเยี่ยมดาบวิชัย ก่อนจะเสียชีวิตไม่นานที่บ้าน ท่านยังพูดถึงการปลูกต้นตาล

หากท่านยังมีชีวิตอยู่และทราบข่าวนี้
น้ำตาของท่านคงไหลนองจนหมดสิ้น "

ขณะนี้ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ใช้วิธีการออกแบบถนนที่หลบเลี่ยงต้นไม้ใหญ่ หรือใช้วิธีล้อมย้ายแทนการโค่นทิ้ง เพื่อรักษา "มรดกทางธรรมชาติ" ที่เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอปรางค์กู่ไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...