โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สุวัฒน์” ชี้ SET ฟื้นตัวต่อ หลังศึก “ตะวันออกกลาง” คลี่คลาย ชู SCC-BCP-THAI เด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 มี.ค. เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 25 มี.ค. เวลา 04.39 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายสุวัฒน์ วัฒนพรพรหม ผู้อำนวยการสายงานวิจัย ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” วันที่ 25 มีนาคม 2569 ว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยและตลาดหุ้นเอเชียเช้าวันนี้ตอบรับเชิงบวกต่อพัฒนาการของสถานการณ์ตะวันออกกลาง โดยมองว่าข่าวดีดังกล่าวมีโอกาสส่งผลบวกได้มากกว่าระยะสั้น และอาจต่อเนื่องไปสู่ระยะกลาง หากสัญญาณการผ่อนคลายยังดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนมุมมองเชิงบวกมี 2 ประเด็นหลัก ได้แก่ การที่สหรัฐอเมริกาส่งสัญญาณผ่อนคลายมากขึ้นในการยื่นข้อเสนอให้อิหร่าน และการที่ฝั่งอิหร่านมีท่าทีเปิดกว้างมากขึ้นต่อการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลก โดยนายสุวัฒน์ประเมินว่า สัญญาณที่ผ่อนคลายพร้อมกันทั้ง 2 ฝั่ง ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาคพลังงานและบรรเทาความกังวลของตลาดได้ในระดับหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังมองว่าอิสราเอลมีแนวโน้มชะลอท่าทีลงมากขึ้น หลังหลายประเทศเริ่มเข้ามามีบทบาทเป็นตัวกลางทางการทูต ส่งผลให้ความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามจนกระทบโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานลดลง ซึ่งหากสถานการณ์ไม่บานปลาย ตลาดการเงินทั่วภูมิภาคมีโอกาสฟื้นตัวต่อได้

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายสุวัฒน์ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีสัญญาณบวกเพิ่มเติมจากภาคท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว โดยนักท่องเที่ยวปรับเพิ่มขึ้น 15% จากสัปดาห์ก่อน และขยายตัว 7.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะเดียวกันการนำเข้าสินค้าทุนและวัตถุดิบเพื่อการผลิตที่เพิ่มขึ้น 32% สะท้อนภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนที่เริ่มกระเตื้องขึ้น อีกทั้งการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีใหม่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาดราว 1 เดือน ซึ่งจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นได้เพิ่มเติม

ในด้านประมาณการตลาด บล.กรุงศรียังไม่จำเป็นต้องปรับลดสมมติฐานหลัก โดยประเมินว่า หากราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปี 2569 ไม่เกิน 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จะยังไม่สร้างแรงกดดันรุนแรงต่อประมาณการกำไรตลาด โดยปัจจุบันราคาน้ำมันเฉลี่ยตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ราว 76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล พร้อมคงประมาณการกำไรต่อหุ้นตลาดไว้ที่ 94 บาท และเป้าหมายดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยปีนี้ที่ 1,600 จุด ภายใต้ค่า P/E ที่ 17 เท่า

กลยุทธ์การลงทุนระยะสั้น แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากความกังวลด้านฟีดสต๊อกและต้นทุนน้ำมันที่เริ่มผ่อนคลาย ได้แก่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ราคาเป้าหมาย 218 บาท บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BCP ราคาเป้าหมาย 47.50 บาท และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ราคาเป้าหมาย 8.70 บาท โดยมองว่า THAI ได้อานิสงส์เด่นจากต้นทุนน้ำมันที่มีสัดส่วนสูงถึง 44% ของต้นทุนรวม รวมถึงยังมีโอกาสได้รับปัจจัยบวกจากการเข้าคำนวณดัชนี MSCI ในรอบเดือนพฤษภาคมนี้

ส่วนหุ้นในกลุ่มท่องเที่ยว แนะนำให้นักลงทุนเลือกหุ้นที่ราคาปรับลงลึกกว่าตลาดและมีฐานลูกค้าหลากหลาย เช่น บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC และบริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ขณะที่หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเร่งลงทุนและความคาดหวังต่อรัฐบาลใหม่ ได้แก่ กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม สาธารณูปโภค และสนามบิน เช่น บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

อย่างไรก็ดี นายสุวัฒน์มองว่าตลาดยังต้องติดตามความผันผวนของราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด โดยระบุว่าเหตุระเบิดที่โรงกลั่นในรัฐเท็กซัสของสหรัฐ ซึ่งมีกำลังการผลิตประมาณ 400,000 บาร์เรลต่อวัน หรือราว 0.4% ของการบริโภคน้ำมันโลก อาจทำให้อุปทานตึงตัวขึ้นและหนุนค่าการกลั่นในระยะสั้น จากเดิมที่นักวิเคราะห์มองค่าการกลั่นเฉลี่ยทั้งปีไว้ราว 5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อาจขยับขึ้นเป็น 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้

ขณะเดียวกันยังแนะให้นักลงทุนระมัดระวังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นที่เชื่อมโยงกับวัฏจักรการลงทุนด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยเฉพาะกลุ่มต้นน้ำ หลังตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อความคุ้มค่าของการเร่งลงทุนในธุรกิจดังกล่าว ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและแนวโน้มการสร้างผลตอบแทนที่อาจใช้เวลานานกว่าคาด

โดยสรุป นายสุวัฒน์มองว่าตลาดหุ้นไทยในช่วง 1-2 วันข้างหน้ายังมีโอกาสเคลื่อนไหวเชิงบวกจากแรงเก็งกำไรตามความคาดหวังต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ผ่อนคลายลง แต่ในระยะถัดไปยังจำเป็นต้องติดตามข่าวสารแบบวันต่อวัน เนื่องจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ยังมีความไม่แน่นอนสูง และสามารถเปลี่ยนทิศทางตลาดได้ตลอดเวลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...