ปิดเส้นเกาะกูด เปิดเกม UNCLOS ‘อัษฎางค์’ เตือนไทยต้องมีกรอบใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิม
วันนี้ 9 พฤษภาคม 2569 นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์ร้อนแรง กรณีรัฐบาลไทยประกาศยกเลิก MOU44 อย่างเป็นทางการ โดยมองว่าเป็นกลยุทธ์ ปิดเกมเก่า เพื่อเปิดเกมใหม่ ในระดับสากล ภายใต้หัวข้อ ยกเลิก MOU44 ไทยปิดเกมเส้นบนเกาะกูด แต่เปิดเกมใหม่ในทะเลกฎหมายโลก ซึ่งมีรายละเอียดระบุว่า "“ยกเลิก MOU44: ไทยปิดเกมเส้นบนเกาะกูด แต่เปิดเกมใหม่ในทะเลกฎหมายโลก”
#อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ “ยกเลิก MOU” ไม่ได้แปลว่า “ข้อพิพาทหายไป” ฝ่ายการเมืองอาจขายภาพว่า “ไม่มี MOU แล้ว เส้นที่ทำให้คนกังวลก็หายไป” ซึ่งในเชิงการเมืองภายในประเทศอาจจริงระดับหนึ่ง แต่ในเชิงกฎหมายระหว่างประเทศ การยกเลิกกรอบเจรจาไม่ได้ทำให้การอ้างสิทธิของกัมพูชาหายไปโดยอัตโนมัติ มันแค่เปลี่ยนจาก “กรอบทวิภาคีแบบ MOU44” ไปเป็น “กรอบใหม่ภายใต้ UNCLOS/กฎหมายทะเล” Reuters และ AP รายงานตรงกันว่าไทยยกเลิก MOU44 หลังเจรจามากว่า 20 ปีแทบไม่คืบหน้า และกัมพูชาระบุว่าจะใช้กระบวนการภายใต้ UNCLOS ต่อไป
กัมพูชาไม่ได้ถอย แต่เปลี่ยนสนาม ในโพสต์ของนายกฯ อนุทิน ประโยคสำคัญคือ กัมพูชาจะใช้ “Compulsory Conciliation” ภายใต้ UNCLOS นี่ไม่ใช่การฟ้องศาลให้มีคำตัดสินผูกพันแบบทันที แต่เป็นกระบวนการประนอมข้อพิพาทภาคบังคับที่อาจดึงข้อพิพาทออกจากโต๊ะเจรจาลับสองฝ่าย ไปอยู่ในสนามที่มีคณะกรรมการและบันทึกทางกฎหมายระหว่างประเทศชัดขึ้น โดย Annex V ของ UNCLOS ระบุว่า รายงานหรือข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประนอม “ไม่ผูกพันคู่กรณี” ดังนั้นคำว่า Compulsory ไม่ได้แปลว่าไทยถูกบังคับให้แพ้ แต่แปลว่าถูกดึงเข้าสู่กระบวนการที่ต้องรับมืออย่างเป็นระบบมากขึ้น
นายกฯ อนุทินได้แต้มการเมือง แต่ไทยเสียหรือได้อะไรทางยุทธศาสตร์? ฝ่ายรัฐบาลได้แต้มชัดเจนในประเทศ เพราะตอบโจทย์กระแสชาตินิยมและลดข้อครหาเรื่อง “MOU44 ทำให้ไทยเสียเปรียบ” แต่ต้นทุนคือ ไทยอาจเสียกรอบที่เคยเปิดช่องให้ “พักข้อพิพาท แล้วแบ่งผลประโยชน์พลังงานร่วมกัน” พูดง่าย ๆ คือ ได้ความสบายใจทางอธิปไตย แต่ต้องแลกกับความไม่แน่นอนของการเจรจาพลังงานในอ่าวไทยต่อไป Reuters รายงานว่า MOU44 เดิมถูกมองเป็นกรอบสำหรับการสำรวจ/พัฒนาแหล่งไฮโดรคาร์บอนร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อน แต่เจรจามานานโดยไม่คืบหน้า
นี่คือการ Reset หรือสร้างสุญญากาศ? วาทกรรมรัฐบาลคือ “ยกเลิกเพื่อเริ่มใหม่บนกติกาเดียวกัน” เพราะกัมพูชาเพิ่งให้สัตยาบัน UNCLOS และอนุทินพูดในทำนองว่าจากนี้ทั้งสองประเทศจะอยู่ใต้กติกาเดียวกัน ข้อมูล UN Treaty Collection ระบุว่ากัมพูชาให้สัตยาบัน UNCLOS เมื่อ 6 ก.พ. 2026 และมีผลใช้บังคับกับกัมพูชา 8 มี.ค. 2026
แต่คำถามเชิงวิเคราะห์คือ “การยกเลิก MOU44 ทำให้ไทยมีอำนาจต่อรองมากขึ้นจริงหรือไม่” หรือ “ทำให้กัมพูชามีเหตุผลมากขึ้นในการพาข้อพิพาทเข้าสู่เวทีระหว่างประเทศ” นี่คือจุดที่บทความจะคมมาก เพราะไม่ใช่แค่เชียร์ว่ารัฐบาลกล้าหาญ แต่ถามต่อว่า หลังจากกล้าฉีกกรอบเดิมแล้ว ไทยมีกรอบใหม่ที่แข็งแรงกว่าเดิมหรือยัง
สรุป “ยกเลิก MOU44: ไทยปิดเกมเส้นบนเกาะกูด แต่เปิดเกมใหม่ในทะเลกฎหมายโลก”"
หลังจากโพสต์ของ นายอัษฎางค์ ยมนาค หรือ เอ็ดดี้ อัษฎางค์ เผยแพร่ออกไป ชาวโซเชียลต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างหลากหลาย เช่น
"หนักใจจังเลยค่ะ"
"จะรอดูฝีมือของเสี่ยนู๋ และรมต.ต่างประเทศ ขอให้ทำเพื่อชาติ คราวหน้าจะเลือกอีก "
"ต่อไปนี้ ไทยต้องทำการบ้าน เตรียมข้อมูลอย่างรัดกุม เพื่อที่จะไปต่อสู้กันในเวทีโลก..กระทรวงตปท.คงมั่นใจว่ามีข้อมูลสามารถนำไปสู้ได้ จึงยกเลิกMOU..ขอเป็นกำลังให้ครับ"
"ฉลาดให้ทันเล่ห์เหลี่ยมเขมร อย่าเผลอ อย่าประมาท อย่าไว้วางใจ ไทยมักเสียท่าเพราะเหตุนี้"
"การทำ MOU ใดๆ ก็ตาม จะเป็นข้อผูกมัดไม่ทางตรงก็ทางอ้อมตลอดไปหรือ? ถ้าการทำ MOU เป็นแบบ แล้วจะทำ MOU กันทำไม?"
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพจาก เพจเฟซบุ๊ก เอ็ดดี้ อัษฎางค์