โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

BCPG วิ่งต่อ 4% ลุ้นกำไร Q1 กระฉูด 3 เท่าตัว บุ๊กโรงไฟฟ้าสหรัฐ-ลาวหนุน เคาะเป้า 9.20 บ.

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 04.07 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาหุ้น บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG ณ เวลา 10:59 น. อยู่ที่ระดับ 6.95 บาท บวก 0.25 บาท หรือ 3.73% สูงสุดที่ระดับ 6.95 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 6.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 40.23 ล้านบาท

บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ FSSIA เปิดเผยบทวิเคราะห์ คาดการณ์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ของ บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG โดยประเมินว่าจะมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 673 ล้านบาท ซึ่งชะลอตัวลง 7% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 341% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นสัดส่วน 29% ของประมาณการกำไรทั้งปี

ปัจจัยที่ทำให้กำไรชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า มาจากรายได้ของโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศลาว (Monsoon) ที่ลดลงตามปริมาณลมที่ชะลอตัวตามฤดูกาล แม้โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (CCGT) ในสหรัฐอเมริกาจะมีการกลับมาเดินเครื่องตามปกติ หลังจากโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 2 แห่งหยุดซ่อมบำรุงตามแผนในไตรมาส 4 ปี 2568 แต่ก็ไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ได้รับแรงหนุนสำคัญจากกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ จากการปรับเพิ่มค่าความพร้อมจ่าย (PJM capacity prices) ในระดับที่สูงขึ้นมาก เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่ใกล้เคียงโรงไฟฟ้าไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าบริษัทที่เกี่ยวข้องกับศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าจำนวนมาก ประกอบกับเริ่มรับรู้กำไรจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำในลาวตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ บริษัทยังมีภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากยอดหนี้ที่ลดลงหลังจากการชำระคืนเงินกู้ก่อนกำหนด รวมถึงมีการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 90 ล้านบาท และรับรู้ผลขาดทุนจากการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง (Hedging) 28 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2 ปี 2569 คาดว่ากำไรสุทธิจะทรงตัวหรือชะลอตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากเป็นช่วงนอกฤดูกาล (Low season) ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม แต่จะยังคงเติบโตสูงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยบวกจากโรงไฟฟ้าพลังงานลมขนาด 260 เมกะวัตต์ในลาวที่เริ่มจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบ (COD) ตั้งแต่กลางปี 2568 เป็นต้นมา ผนวกกับอานิสงส์จากการปรับขึ้นค่าไฟฟ้ารอบใหม่ ทั้งนี้ หากมีการปรับขึ้นค่าไฟฟ้าในไทยจะมีผลกระทบต่อผลประกอบการเพียงเล็กน้อย เนื่องจากโรงไฟฟ้ากว่า 90% อยู่ในต่างประเทศ โดยฝ่ายวิจัยยังคงคาดการณ์ว่ากำไรสุทธิในช่วงปี 2569-2571 จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ที่ระดับ 28%

นอกจากนี้ BCPG ได้ตั้งเป้าหมายกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในปี 2569 จะเติบโต 18.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นของโรงไฟฟ้า CCGT ในสหรัฐฯ ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากราคาค่าความพร้อมจ่ายของตลาด PJM ที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 389 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวัน ในการประมูลปี 2569-2570 จากระดับ 270 ดอลลาร์สหรัฐต่อเมกะวัตต์ต่อวันในเดือนมิถุนายน 2568 เพื่อสะท้อนความต้องการใช้ไฟฟ้าจาก Data Center ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก พร้อมกันนี้ยังจะได้รับปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากการรับรู้รายได้เต็มปีของโรงไฟฟ้าพลังงานลมแห่งใหม่ในลาว และการเริ่ม COD ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แห่งใหม่ในไต้หวัน ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงและเสริมความแข็งแกร่งให้กับพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค

ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" พร้อมประเมินราคาเป้าหมายที่ 9.20 บาทต่อหุ้น โดยประเมินว่าความเสี่ยงด้านขาลงของราคาหุ้นอยู่ในระดับจำกัด เนื่องจากมูลค่าหุ้นมีความน่าสนใจ โดยปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่า -2SD ขณะที่คาดการณ์กำไรหลักจะสามารถเติบโตได้ถึง 69% และ 14.5% ในช่วงปี 2569-2570 ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...