โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Metthier ปักธงเบอร์ 1 SECaaS สัญชาติไทย ลุยขยายฐาน 2 ธุรกิจใหม่

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. เวลา 03.56 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด หรือ Metthier เปิดเผยว่า ในปี 2568 ที่ผ่านมา Metthier มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นโดยทำรายได้รวมสูงถึง 2,825 ล้านบาท เติบโตขึ้น 105% จากปี 2566 ส่งผลให้บริษัทก้าวขึ้นสู่ 1 ใน 3 ผู้นำธุรกิจรักษาความปลอดภัยสัญชาติไทยที่ทำรายได้สูงสุด โดยได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าภาครัฐและภาคเอกชนมากกว่า 1,000 สัญญา ให้บริการครอบคลุมอสังหาริมทรัพย์ถึง 8 ประเภท ตั้งแต่ที่พักอาศัยไปจนถึงพื้นที่ขนาดใหญ่อย่างอุตสาหกรรมและการคมนาคมขนส่งสาธารณะ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในประสิทธิภาพการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์อัจฉริยะ (Smart Facility Management) ที่แข็งแกร่งและครบวงจรของ Metthier

“การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยกำลังเปลี่ยนผ่านจากการแก้ปัญหาเมื่อเกิดเหตุ สู่การป้องกันก่อนเกิดเหตุ (Predictive & Pre-Crime) ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการพลังงานและความยั่งยืน (ESG) ที่สามารถวัดผลได้จริง ซึ่งทั้งสองสิ่งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนา Smart City ในปัจจุบัน ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดบริการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ในไทยที่มีมูลค่าสูงถึงราว 1 แสนล้านบาท นี่จึงเป็นโอกาสของ Metthier ในการนำความเชี่ยวชาญด้าน Big Data และ AIoT มาพัฒนาโซลูชันการบริหารจัดการความปลอดภัยและการดูแลอาคารที่มีความแม่นยำ ตรวจสอบได้ พร้อมรายงานผลอย่างโปร่งใส เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวของแต่ละอาคาร และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของลูกค้าองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม” นายขยล กล่าว

นายขยล กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมา Metthier ปรับกลยุทธ์และโซลูชันให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้อย่างตรงจุดและทันสมัย ตั้งแต่การเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรด้วยแนวคิด “Heartmade Technology” ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ากับหัวใจบริการของบุคลากร อาทิ รปภ. แม่บ้าน ช่างอาคารกว่า 12,000 คน ให้ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการ

รวมถึงลดภาระงานซ้ำซ้อนหรือมีความเสี่ยงสูง ด้วยโซลูชันอัจฉริยะอย่างหุ่นยนต์ METTBOT, ระบบบริหารจัดการอาคาร METTRIQ (Metthier Reformative IQ) ที่รวม 12 ระบบเทคโนโลยีไว้ในหนึ่งเดียว เช่น Pre-Crime วิเคราะห์พฤติกรรมต้องสงสัยเพื่อป้องกันก่อนเกิดเหตุ และระบบบริหารจัดการพลังงานและทรัพยากร, การสื่อสารเพื่อบริหารจัดการกำลังคนผ่าน METTLINK Application และ METTTALK Digital Walkie Talkie รวมถึงนำ Agentic AI มาปรับใช้จริง เพื่อให้ตัดสินใจและแก้ไขปัญหาหน้างานได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมวางเป้าหมายมุ่งสู่การเป็นผู้นำอันดับ 1 ในด้านการให้บริการ SECaaS สัญชาติไทย

ทั้งนี้ ในปี 2569 ทาง Metthier ยังตอกย้ำการเป็นผู้นำ Smart Facility Management ด้วยการขยายฐานบริการสู่ “งานซ่อมบำรุงเชิงป้องกันแบบครบวงจร” (Total Preventive Maintenance) ที่ผสานขีดความสามารถของ AI เข้ากับความเชี่ยวชาญของทีมวิศวกร ผ่านแพลตฟอร์มอัจฉริยะ METTRIQ ซึ่งใช้เทคโนโลยี Digital Twin และ 3D Visualization จำลองโครงสร้างอาคารเสมือนจริงเพื่อวิเคราะห์ความเสี่ยงรอบด้าน ตั้งแต่การบริหารจัดการฝูงชนไปจนถึงความปลอดภัยเชิงรุก พร้อมระบบ Predictive Maintenance ที่คาดการณ์ความเสียหายล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการอาคารในระยะยาว

พร้อมกับเปิดตัว “บริการทำความสะอาดขั้นสูง” (Advanced Hygiene Solution) ยกระดับพนักงานทำความสะอาดสู่ผู้เชี่ยวชาญความสะอาดเฉพาะด้านตามมาตรฐาน BS EN 13549:2001 (Cleaning Services Standard), ISO 9001:2015 (Quality Management System), ISO 45001:2018 (Workplace Safety & Standards), และ ISO 14001:2015 (Environmental Management) เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจ Healthcare & Wellness เช่น คลินิก โรงพยาบาล และศูนย์การแพทย์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโตสูงและมีความต้องการด้านสุขอนามัยที่ละเอียดอ่อน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเล็งเห็นถึงศักยภาพของเทคโนโลยี “Humanoid Robotics” ในการต่อยอดสู่การใช้งานจริง โดยมีเป้าหมายในการนำมาสนับสนุนภารกิจด้านความปลอดภัยและงานบริการทำความสะอาด โดยเฉพาะในงานที่ต้องการความแม่นยำสูง มีลักษณะซ้ำ หรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยง อาทิ การตรวจการณ์และลาดตระเวนด้านความปลอดภัย รวมถึงงานทำความสะอาดเฉพาะทางในพื้นที่ที่ต้องการมาตรฐานสุขอนามัยขั้นสูง เพื่อเสริมศักยภาพการทำงานของบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน และยกระดับคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ Metthier ยังเดินหน้าพัฒนาระบบอาคารอัตโนมัติ พร้อมขับเคลื่อน Net Zero Building เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินธุรกิจขององค์กร และเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระดับสากลและประเทศไทย โดยจะนำ AGI (Artificial General Intelligence) มาประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจอย่างเต็มตัว เพื่อเชื่อมสู่การสร้าง Smart Sustainable City ที่มีระบบบริหารจัดการและตัดสินใจได้ด้วยตัวเองอย่างอัจฉริยะ ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจอย่างยั่งยืน แต่ยังเป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคม พร้อมสร้างความได้เปรียบและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...