'เศรษฐา' กลับถึงไทย 'ฟิต' ร่วมสัมมนาหอการค้าต่อทันที ย้ำ สำหรับตัวเอง เศรษฐกิจวิกฤตแล้ว
‘เศรษฐา’ กลับถึงไทยแล้ว หลังเข้าร่วมประชุมเอเปคที่สหรัฐ ‘ฟิต’ ร่วมสัมมนาหอการค้าทั่วประเทศต่อทันที ขอบคุณ “เจ้าสัวธนินท์” ที่สนับสนุนดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่น พร้อมรับฟังทุกความเห็นต่าง ย้ำ สำหรับตัวเอง เศรษฐกิจวิกฤตแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความเคลื่อนไหวของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน ว่า ภายหลัง นายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากการเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 30 (2023 APEC Economic Leaders’Meeting) และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 12-19 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 07.40 น. ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
จากนั้นเวลา 08.20 น. นายเศรษฐาเดินทางมาถึงห้องภิรัชฮอลล์ 1-3 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ถนนเทพรัตน (กม.1) เขตบางนา กรุงเทพฯ โดยนายเศรษฐาได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท แต่ขณะเดียวกัน ยังมีเสียงต่อต้านการกู้เงินมาใช้ในโครงการว่า “ครับ ก็รับฟังครับ พร้อมรับฟังความเห็นต่าง และขอบคุณเจ้าสัวธนินท์ที่ให้การสนับสนุน ต้องไปดูว่าความจริงแล้ว ประเทศเราต้องการการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยนโยบายหลักของเรา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เราได้ทำมาแล้ว ทั้งเรื่องการสนับสนุนเรื่องการท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลในระยะสั้นและระยะยาวด้วย รวมทั้งการย้ายถิ่นฐานการผลิตของบริษัทต่างๆ กว่าที่จะมีการตอกเสาเข็มและมีสินค้าออกไปก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายปี และ 9 ปีที่ผ่านมาการขยายตัวทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ที่เพียง 1.8% แต่เราต้องการวิธีใหม่ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ”
เมื่อถามย้ำว่า แต่ยังมีคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกู้เงินมาใช้ในโครงการ เพราะมองว่าเศรษฐกิจของเรายังสามารถที่จะเจริญเติบโตได้อยู่ ไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤตถึงขนาดจำเป็นต้องกู้เงินมา นายเศรษฐากล่าวว่า “รับฟังครับ รับทราบ และอย่างที่ผมพูดมาตลอดเวลาว่ามันมีประเด็นอยู่ประเด็นเดียวคือ วิกฤตและจำเป็นหรือเปล่า แต่ผมถือว่าวิกฤต แต่ถ้าท่านบอกว่าวิกฤตคือจีดีพีต้องติดลบ อันนั้นก็เป็นวิกฤต แต่ถ้ามองดูว่า 10 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจเราโตแค่เพียง 1.8% คู่แข่งของเราก็ยังเป็นฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ก็ต้องไปดูว่าเขาขยายตัวเท่าไหร่ ท่านก็ไปดูตัวเลขย้อนหลังออกมาก็แล้วกัน ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างไรบ้าง ค่าแรงขึ้นไม่ได้ ค่าแรงขั้นต่ำก็ขึ้นไม่ได้ เพราะธุรกิจเรารายได้ไม่ขยายตัวขนาดนั้น รายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 300-337 บาท ต่ำมากนะครับ แต่ผมเองก็เห็นใจผู้ประกอบการ ทั้งรายกลางและรายย่อยว่าไม่สามารถขึ้นค่าแรงได้ เพราะมีหลายๆ เหตุผล กว่า FTA จะเจรจาเสร็จ ใช้เวลา 1-2 ปี และกว่าเขาจะมาตั้งโรงงานได้ต้องใช้เวลาพอสมควร กว่านโยบายหลายๆ นโยบายจะประสบความสำเร็จได้ก็ต้องใช้เวลา และระหว่างนี้เราจะทำอย่างไรกันล่ะ ก็ต้องฝากไว้ด้วยนะครับ”