โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

10 พืชทนแล้ง ปลูกได้ใช้น้ำน้อย ให้ผลผลิตดี

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 12 มี.ค. 2567 เวลา 07.39 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2567 เวลา 01.30 น.

วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแนะนำ “10 พืชทนแล้ง ใช้น้ำน้อย” ภาวะที่ปริมาณน้ำไม่มีเพียงพอต่อการเพาะปลูก ส่วนใหญ่มักจะเป็นพืชไร่ พืชที่มีอายุช่วงเก็บเกี่ยวสั้น ใช้เวลาไม่นานก็ให้ผลผลิต เป็นพืชที่ทนต่อความร้อนได้ดี และเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ อีกทั้งไม่ต้องดูแลมาก ก็สามารถเติบโตได้เองในทุกสภาพดิน

“น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเกษตร เมื่อการใช้น้ำปริมาณที่จำกัด ทางออกสำหรับเกษตรกรคือ ปลูกพืชน้ำน้อย แทนการทำนาหรือพืชไร่ที่ต้องใช้น้ำมาก พืชทนแล้งมีหลายชนิด ทั้งพืชสวนและพืชไร่ บางชนิดทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี มาดูกันว่าพืชทนแล้งชนิดไหน ที่จะทำให้ได้ผลผลิตดี และไม่ต้องดูแลมากนัก

คะน้า

คะน้า จัดเป็นพืชใบเขียวที่ใบมีสีเขียวจัด และเป็นผักที่กินได้ทั้งใบไปจนถึงก้าน โดยผักคะน้าจะมีอายุ 2 ปี แต่ปลูกเป็นผักฤดูเดียว ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดี ที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน

อายุการเก็บเกี่ยวของคะน้าอยู่ที่ประมาณ 45-55 วันหลังปลูก คะน้าที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือ คะน้าที่มีอายุ 45 วัน แต่คะน้าที่มีอายุ 50-55 วัน เป็นระยะที่เก็บเกี่ยวได้น้ำหนักมากกว่า

คะน้าต้องการปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนสูง อาจใส่ปุ๋ยสูตร 12-8-8 หรือ 20-11-11 ในอัตราประมาณ 100 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของดินและปริมาณปุ๋ยคอกที่ใช้โดยแบ่งใส่ 2 ครั้ง คือ หลังจากถอนแยกครั้งแรกและหลังจากถอนแยกครั้งที่ 2

ปริมาณการใช้น้ำ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 10 บาทต่อกิโลกรัม

เห็ดฟาง

เห็ดฟาง เป็นเห็ดที่ไม่ต้องคอยรดน้ำใส่ปุ๋ย ไม่ต้องดูแลก็โตได้ไวมากๆ ดังนั้น หากเพาะเห็ดฟางใช้เวลา 10 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้แล้ว โดย 3-4 วันแรก เป็นช่วงบ่มใย ส่วน 5-6 วันหลัง เป็นการบ่มดอกเห็ดให้เติบโต

เพาะเห็ดฟางให้โตไว เพาะเห็ดฟางในตะกร้า เนื่องจากต้นทุนต่ำ ใช้พื้นที่น้อย อีกทั้งเคลื่อนย้ายง่าย สะดวก เหมาะสำหรับปลูกในครัวเรือน โดยสิ่งที่ต้องรู้คือ เวลาปลูกในตะกร้า ควรนำตะกร้าใส่ถุงพลาสติก แล้วผูกปิดให้มิดชิด เพื่อกันอากาศเข้าในช่วง 3-4 วันแรก เส้นใยเห็ดจะได้เดินหาอาหารในตะกร้าได้อย่างเต็มที่ ควรหาก้านไม้ไผ่มาทำเป็นโครงในตะกร้าด้วย เพื่อไม่ให้พลาสติกติดกับหน้าดินที่จะเกิดเห็ดฟางขึ้นมา

พอครบเวลา 3-4 วัน ให้นำตะกร้าเพาะเห็ดฟางออกมา เพื่อรดน้ำตัดใย แล้วนำใส่ถุงพลาสติกอีกรอบ ทิ้งไว้ 7 วัน โดยรอบนี้ ให้คอยเปิดถุง รับลมเข้าตะกร้า ทุกเช้า-เย็น เป็นเวลา 10-15 นาทีด้วย เพื่อให้เส้นใยจับดอก เพียงเท่านี้ ก็จะได้เห็ดฟางดอกโตๆ ไว้กินที่บ้าน หรือนำไปขายสร้างรายได้เสริมได้แล้ว

ปริมาณการใช้น้ำ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 50 บาทต่อกิโลกรัม

กวางตุ้ง

เป็นพืชที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี ปลูกได้ดีในดินทุกชนิดที่มีความชื้นสูง และเติบโตได้ดีหากให้น้ำที่ไม่เพียงพอ คัดเลือกพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ตรงตามความต้องการของตลาด พันธุ์ดอก เป็นพันธุ์ที่ออกดอกเร็ว อายุเก็บเกี่ยว 30-40 วัน พันธุ์ใบ มีหลายพันธุ์ ลักษณะแตกต่างกัน มีทั้งพันธุ์ก้านใบแบน เช่น ผักกาดฮ่องเต้ พันธุ์ก้านใบมน และพันธุ์ก้านใบกลม ได้แก่ พันธุ์ผักกาด กวางตุ้งที่จำหน่ายตามร้านค้าเมล็ดพันธุ์ทั่วไป มีอายุเก็บเกี่ยว 40-50 วัน

ก่อนปลูกหว่านปุ๋ยเคมีสูตร 20-10-10 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ หลังถอนแยก หว่านปุ๋ยเคมีสูตร 20-10-10 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่ ผสมกับปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 อัตรา 10-20 กิโลกรัมต่อไร่

ปริมาณการใช้น้ำ 300 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 10 บาทต่อกิโลกรัม

ถั่วฝักยาว

ถั่วฝักยาว ลำต้นเป็นไม้เลื้อย ต้องการสิ่งค้ำจุน สามารถม้วนพันสิ่งยึดเกาะได้ เถามีสีเขียวอ่อน เนื้อแข็งและค่อนข้างเหนียว ใบเรียวยาวขอบเรียบ คล้ายรูปหอก 1 กิ่ง มีใบอยู่รวมกัน 3 ใบ ส่วนดอก ออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ มีสีขาวอมม่วง ส่วนฝักมีลักษณะกลมมน สีเขียวอ่อนถึงสีเขียวเข้ม ยาวประมาณ 20-80 เซนติเมตร

ระยะเวลาปลูกถั่วฝักยาว ตั้งแต่เริ่มต้นเพาะเมล็ด จนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิต เฉลี่ยใช้เวลา 40-45 วัน ทั้งนี้ช้าเร็วขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของแต่ละคน แนะนำให้ปลูกสายพันธุ์ถั่วเนื้อจะดีที่สุด เพราะฝักอวบ เนื้อเยอะ โดยสายพันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบัน ได้แก่ ถั่วฝักยาวพันธุ์พิจิตร 2 พันธุ์พิจิตร 3 ลายเสือจักรพันธ์ เบอร์ 1 พันธุ์หยกขาว พันธุ์น่าน 1 เป็นต้น

ช่วงที่ให้ผลผลิตดีที่สุดก็คือ ช่วงฤดูฝน หากต้องการปลูกแนะนำให้ปลูกช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤศจิกายนจะดีที่สุด ต้นถั่วฝักยาวชอบดินที่ระบายน้ำและอากาศได้ดี ดินที่มีความร่วนซุย ก่อนปลูก ให้นำดินร่วนมาผสมกับปุ๋ยคอก กาบมะพร้าวสับ แกลบดิบ แล้วหมักทิ้งไว้ นอกจากจะทำให้ดินโปร่งดีแล้ว ยังเพิ่มธาตุอาหาร ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

ปริมาณการใช้น้ำ 400 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 23 บาทต่อกิโลกรัม

มะระจีน

มะระ เป็นพืชเถา มีเถาช่วยพยุงเลื้อยโดยใช้เถายึดลำต้นให้ติดค้าง สามารถปลูกได้ทุกฤดูกาล และปลูกขึ้นได้ดีกับดินแทบทุกประเภท ในดินควรมีความชื้นสูงสม่ำเสมอ และควรได้รับแสงแดดเต็มที่

ในการปลูกมะระ ฤดูหนึ่งจะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 3 เดือน และเริ่มเก็บผลผลิตหลังปลูก ประมาณ 45-50 วัน เมื่อเก็บจนหมดฤดูจะเก็บได้ประมาณ 15-20 ครั้ง เกษตรกรนิยมปลูกมะระและพืชผักตามช่วงฤดูกาลเพราะง่ายกับการดูแลรักษานั่นเอง

การเตรียมดินให้ร่วนซุยที่สุด การเตรียมดินก็ต้องไถและพรวนดินให้ลึกประมาณ 10-12 นิ้ว เก็บหญ้าออกให้หมด แล้วตากทิ้งไว้สัก 7-10 วัน ในขณะพรวนดินควรใส่ปุ๋ยมูลสัตว์ วัว ควาย เมื่อปลูกแล้วให้หลุมห่างกันประมาณ 50 เซนติเมตร ระยะแถวห่างกันประมาณ 1 เมตร

ปริมาณการใช้น้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 15 บาทต่อกิโลกรัม

แตงกวา

แตงกวา ควรปลูกในระยะห่างระหว่างต้น 25 เซนติเมตร โดยก่อนหยอดเมล็ดลงหลุมปลูก จะทำการคลุกเมล็ดด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา เพื่อป้องกันเชื้อราและโรคพืช หากเป็นช่วงอากาศร้อนคลุมด้วยผ้าพลาสติก ส่วนฤดูอื่นๆ จะใช้ฟางคลุม

ตัวจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใส่ช่วงหลัง เพราะแตงกวาเจริญเติบโตจนสุดแล้วรากเขาเริ่มแตกหาอาหารไม่ได้แล้ว ตัวจุลินทรีย์จะไปช่วยย่อยธาตุอาหารในดินเพื่อให้แตงกวาดูดสารอาหารได้เลย อัตราส่วนปุ๋ยเคมีประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อน้ำ 200 ลิตร ปุ๋ยหมักกับจุลินทรีย์สังเคราะห์แสงใช้อัตราส่วนเหมือนกันคือ 200 มิลลิลิตรต่อน้ำ 200 ลิตร

ปริมาณการใช้น้ำ 560 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 5 บาทต่อกิโลกรัม

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของประเทศไทย ผลผลิตที่ได้ส่วนใหญ่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ ที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ตามการขยายตัวของอุตสาหกรรมการผลิตอาหารสัตว์ ในขณะที่ผลผลิตยังไม่เพียงพอกับความต้องการใช้ในประเทศ จึงต้องนำเข้าจากต่างประเทศ

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นับว่าเป็นพืชไร่ชนิดหนึ่ง ที่มีศักยภาพที่จะใช้ปลูกในฤดูแล้งหลังเก็บเกี่ยวข้าว เนื่องจากเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อยกว่าการทำนาประมาณ 2-3 เท่า ปัจจุบันนิยมปลูกได้ทั่วไปในเขตร้อนและเขตอบอุ่นทั่วโลก

ข้าวโพดพันธุ์นครสวรรค์ 1 เป็นพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูง ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์สุวรรณ 1 ประมาณ 10% โดยเฉพาะเมื่อปลูกในช่วงปลายฤดูฝน (กรกฎาคม-สิงหาคม) จะให้ผลผลิตเฉลี่ยสูงกว่าพันธุ์สุวรรณ 1 ประมาณ 21% พันธุ์ข้าวโพดนครสวรรค์ 1 มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 110-120 วัน อายุการออกไหมประมาณ 52-54 วัน

การใช้ปุ๋ย ควรใช้ปุ๋ยเคมีและปุ๋ยอินทรีย์ (ปุ๋ยคอก, ปุ๋ยหมัก, ปุ๋ยพืชสด) ร่วมกัน ปุ๋ยเคมีในดินสีแดง ควรใช้ 20-20-0 อัตรา 30-50 กิโลกรัมต่อไร่ ดินสีดำควรใช้ปุ๋ยยูเรีย 20-30 กิโลกรัมต่อไร่ หลังปลูกประมาณ 4 สัปดาห์

ปริมาณการใช้น้ำ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 8.93 บาทต่อกิโลกรัม

พริก

พริก เป็นพืชในเขตร้อนหรือกึ่งร้อนที่ทนความแห้งแล้งได้ดีพอควร และสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่ดินที่เหมาะสมที่สุดคือ ดินร่วนปนทราย มีการระบายน้ำดี ไม่มีน้ำท่วมขังหรือชื้นแฉะ เพราะจะทำให้รากเน่าและตายได้

ปลูกได้ตลอดปี แต่ปลูกได้ผลดีที่สุดระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่เก็บผลผลิตในฤดูแล้งทำให้สะดวกในการตากแห้ง และช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของพริกชี้ฟ้า พริกขี้หนู 24-29 องศาเซลเซียล สำหรับการปลูกให้ได้ราคาสูงจะต้องปลูกในเดือนเมษายน-พฤษภาคม และสิงหาคม-กันยายนเป็นช่วงที่ปลูกพริกยากที่สุด

ตั้งแต่การเพาะเมล็ดจนถึงวันเก็บเกี่ยวใช้เวลาประมาณ 95-100 วัน และสามารถเก็บเกี่ยวต่อเนื่องได้อีก 1-3 ปี แตกต่างกันตามสายพันธุ์ ควรเลือกใช้พันธุ์พริกที่ตลาดมีความต้องการมีความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม ปัจจุบันนิยมใช้พันธุ์ลูกผสมซุปเปอร์ฮอท

ปริมาณการใช้น้ำ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 15 บาทต่อกิโลกรัม

มันเทศ

มันเทศ เป็นพืชหัวที่ปลูกง่าย ปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว ดินร่วน ดินร่วนปนทราย และดินทรายริมแม่น้ำก็สามารถปลูกมันเทศได้ ดินที่เหมาะสมที่สุดเป็นดินร่วนปนทรายระบายน้ำดี มันเทศเป็นพืชที่ต้องการน้ำเพื่อการเจริญเติบโตค่อนข้างน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับข้าวหรือพืชไร่บางชนิด

การปลูกมันเทศเพื่อให้ผลผลิตสูง หัวมีคุณภาพดี ควรมีการคัดเลือกท่อนพันธุ์เฉพาะส่วนยอดยาว 30 เซนติเมตร มาปลูกเท่านั้น การเตรียมยอดพันธุ์มันเทศ หลังจากตัดยอดมันเทศมาใหม่ๆ ไม่ควรจะนำยอดมันเทศเหล่านั้นไปปลูกลงแปลงทันที เพราะว่ายอดพันธุ์มันเทศที่ตัดมาใหม่นั้น ยังไม่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของแปลงปลูกเนื่องจากยังไม่มีราก จะมีผลทำให้มันเทศชะงักการเจริญเติบโต และตั้งตัวลงหัวได้ช้า

อายุเก็บเกี่ยว การเก็บเกี่ยวมันเทศจะช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับพันธุ์และสภาพแวดล้อม โดยทั่วไปจะเก็บเกี่ยวมันเทศเมื่ออายุได้ 90-150 วัน หลังจากการปลูก

ปริมาณการใช้น้ำ 750 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 11 บาทต่อกิโลกรัม

ถั่วเขียวผิวมัน

ถั่วเขียว เป็นพืชทนแล้ง ใช้น้ำน้อย ฤดูแล้งเหมาะสําหรับการปลูกในนาหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ปลูกในเดือนมกราคม เก็บเกี่ยวในเดือนมีนาคม การปลูกในฤดูแล้งนี้ไม่เหมาะสมสําหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพราะมีอากาศหนาวเย็น เนื่องจากถั่วเขียวเมื่อต้นเล็กไม่ทนทานต่ออากาศที่เย็นเกินไป

ถั่วเขียวจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่ผลิตไว้ใช้ในประเทศ ถั่วเขียวเป็นพืชที่มีโปรตีนสูง นิยมใช้ทั้งการบริโภคและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ หลายรูปแบบ ได้แก่ ถั่วงอก วุ้นเส้น ขนมหวาน แป้งถั่วเขียว สบู่ และครีมทาผิว เป็นต้น รวมถึงการใช้ประโยชน์ด้านการเกษตรในการปรับปรุงบำรุงดิน เนื่องจากถั่วเขียวเป็นพืชอายุสั้น มีประสิทธิภาพการตรึงไนโตรเจนในอากาศ 10-56 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี และต้นถั่วเขียวยังสามารถใช้เป็นปุ๋ยพืชสดได้ดี โดยทั่วไปจะให้ปริมาณไนโตรเจนสูงถึง 5-6 กิโลกรัมต่อไร่

ปริมาณการใช้น้ำ 350 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่

ขาย 23 บาทต่อกิโลกรัม

#พืชใช้น้ำน้อย #ทนแล้ง #ปลูกผัก #เทคโนโลยีชาวบ้าน #Technologychaoban

ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมส่งเสริมการเกษตร, allkaset.com, rakbankerd.com, sgethai.com

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 10 พืชทนแล้ง ปลูกได้ใช้น้ำน้อย ให้ผลผลิตดี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...