ศธ.เบรกด่วน วอนนักเรียน สกร. อย่าเพิ่งลาออก ปมถูกตัดสิทธิบัตรคนจน
วันนี้ (19 ก.ค.2569) กระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเกี่ยวกับมาตรการคัดกรองคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกลุ่มนักเรียนในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรืออดีตการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) โดยเฉพาะกลุ่มผู้เรียนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปหรือกลุ่มคนทำงานที่เข้ามาศึกษาต่อเพื่อพัฒนาวุฒิการศึกษา
เนื่องจากระบบตรวจพบว่า บุคคลกลุ่มนี้มีสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษา จึงทำให้ถูกปรับตกเกณฑ์และถูกตัดสิทธิการรับความช่วยเหลือ จนนำไปสู่การตัดสินใจยื่นใบลาออกจากการศึกษาบางส่วน เพื่อขอรับสิทธิสวัสดิการกลับคืนมา
จากกรณีดังกล่าวส่งผลให้ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ต้องออกมาแถลงชี้แจงอย่างเร่งด่วน โดยระบุว่าทางกระทรวงฯ รับทราบความเดือดร้อนดังกล่าวแล้ว และไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมทั้งสั่งการให้เร่งประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาทางออกโดยเร็วที่สุด พร้อมกล่าวอ้อนวอนให้นักเรียนกลุ่มดังกล่าวอย่าเพิ่งตัดสินใจลาออก โดยเน้นย้ำว่า หน้าที่การเรียนเป็นสิ่งสำคัญ ส่วนการแก้ไขปัญหาเชิงระบบเป็นหน้าที่ของทางภาครัฐ
เสียงสะท้อนจากพื้นที่-ความคลาดเคลื่อนของฐานข้อมูล
นอกเหนือจากประเด็นสถานะนักศึกษาแล้ว ในภาคประชาชนยังพบปัญหาความคลาดเคลื่อนของข้อมูลภาครัฐ เช่น ในพื้นที่ จ.ระยอง น.ส.เป้า ซึ่งประกอบอาชีพเก็บของเก่าขายเพื่อประทังชีวิต ได้เปิดเผยข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน "ทางรัฐ" ที่ระบุว่า ตนไม่ผ่านเกณฑ์ เนื่องจากเป็นผู้ถือครองรถยนต์เกิน 2 คัน ทั้งที่ในความเป็นจริงปัจจุบันไม่มีรถยนต์เลยแม้แต่คันเดียว ระบุว่าหากมีรถจริงคงนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ ไม่ต้องมาทนความยากลำบากเช่นนี้
เช่นเดียวกับที่ จ.นครราชสีมา นางสุนีย์ หลาบกลาง เดินทางมายื่นอุทธรณ์ ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาเดอะมอลล์ นครราชสีมา หลังระบบแจ้งว่า ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากมีรถจักรยานยนต์ 1 คัน และมีเงินฝากในบัญชีธนาคารเกินกว่า 100,000 บาท โดยเธอบอกว่า เงินฝากจำนวนดังกล่าวเป็นเงินเก็บสะสมก้อนสุดท้ายในชีวิต ที่ตั้งใจสำรองไว้ใช้ยามเจ็บป่วยชราภาพ เนื่องจากปัจจุบันไม่มีงานประจำและต้องเช่าบ้านอยู่ เกณฑ์การคัดกรองของภาครัฐในปัจจุบัน จึงไม่ได้สะท้อนถึงระดับความเดือดร้อนที่แท้จริงของประชาชน
ขั้นตอนการอุทธรณ์สิทธิ
ขณะที่บรรยากาศ ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาพิษณุโลก ท่าทอง ยังคงมีประชาชนเดินทางมาต่อคิวตรวจสอบ ยืนยันสิทธิ และยื่นอุทธรณ์กันอย่างแน่นขนัด ปัญหาสำคัญที่พบในพื้นที่คือ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถดำเนินการยืนยันสิทธิผ่านระบบโทรศัพท์มือถือหรือเว็บไซต์ได้ด้วยตนเอง ทำให้ญาติสนิทต้องเดินทางมาดำเนินเรื่องแทน
ทว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารจำเป็นต้องมอบหนังสือมอบอำนาจกลับไปให้เจ้าของสิทธิต้นทางพิมพ์ลายนิ้วมือที่บ้าน ก่อนจะนำเอกสารกลับมายื่นใหม่อีกครั้ง ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่ซ้ำซ้อนและสูญเสียเวลาเป็นจำนวนมาก จนเกิดคำถามถึงความคุ้มค่าต่อเม็ดเงินช่วยเหลือที่จะได้รับ
ท่ามกลางกระแสในโลกออนไลน์ที่เพจชื่อดังและผู้ใช้งานจำนวนมากต่างออกมาแสดงความคิดเห็นเรียกร้องให้ภาครัฐทบทวนกฎเกณฑ์ดังกล่าว โดยมองว่าไม่ควรตัดสิทธิผู้ที่ใฝ่รู้ในระบบ กศน. หรือ สกร. เนื่องจากเป็นการตัดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและโครงสร้างแรงงานของประเทศ
อ่านข่าว :
"แอนดี เบิร์นแฮม" นั่งหัวหน้าพรรคแรงงาน เตรียมขึ้นเป็นนายกฯ อังกฤษ
สภาพอากาศวันนี้ ทั่วไทยมีฝน 20-30% พื้นที่ อันดามัน-อ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร
เปิดจราจร ถ.ประชาธิปก ขาเข้า หลังประเมินโครงสร้างไม่พบทรุดตัวเพิ่ม