โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้ตัวแล้วว่าแพงไป! “McDonald’s” วางกลยุทธ์ใหม่ “ปรับราคาลง” ดึงผู้บริโภคกลับเข้าร้าน

Positioningmag

อัพเดต 31 ก.ค. 2567 เวลา 06.55 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2567 เวลา 06.36 น.

“McDonald’s” กำลังพิจารณากลยุทธ์ “ปรับราคาลง” ให้สมเป็น “ฟาสต์ฟู้ด” เพื่อดึงผู้บริโภคกลับเข้าร้านอีกครั้ง หลังจากราคาที่สูงขึ้นในระยะหลังทำให้ยอดขายตกลงครั้งแรกนับตั้งแต่ผ่านพ้นการระบาดโควิด-19

สาขาของ McDonald’s ที่เปิดมาแล้วอย่างน้อย 1 ปี พบว่ามีค่าเฉลี่ยยอดขายตกลง -1% และกำไรลดลง -12% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า สภาวะยอดขายหดตัวเช่นนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงโรคระบาดโควิด-19 ในปี 2020 และถึงแม้ร้านจะพยายามจัดโปรโมชันเพื่อดึงลูกค้าแล้วแต่ก็ยังไม่เห็นผล
“คริส เคมป์ชินสกี้” ประธานกรรมการบริหารของ McDonald’s กล่าวว่า ผลการดำเนินงานที่ย่ำแย่ลงบีบให้บริษัทต้อง“คิดทบทวนอย่างรอบด้าน” เรื่องการตั้งราคาอาหาร
เขากล่าวกับนักลงทุนว่าขณะนี้บริษัทคาดว่าจะมีการลดราคาเพื่อหยุดไม่ให้ยอดขายตกต่ำไปกว่านี้ โปรโมชันต่างๆ จะยังจัดอย่างต่อเนื่อง เช่น ในสหรัฐฯ มีโปรโมชันอาหารเซ็ตละ 5 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ในสหราชอาณาจักรจัดโปรฯ เลือกได้ 3 เมนู ในราคา 3 ปอนด์


McDonald’s เริ่มขึ้นราคาอย่างเห็นได้ชัดในช่วงที่เกิดโรคระบาด โดยเคมป์ชินสกี้ระบุว่าบริษัทจำต้องขึ้นราคาสินค้าเพราะต้นทุนบางอย่าง เช่น วัตถุดิบอาหาร ค่าแรงงาน และค่ากระดาษ ปรับขึ้นสะสมถึง 40% ในบางประเทศในช่วง 2-3 ปีมานี้
อย่างไรก็ตาม การขึ้นราคามากก็ทำให้ลูกค้า ‘เท’ เดินเข้าร้านน้อยลงและมีเสียงวิจารณ์ว่าร้านขึ้นราคามากเกินไป ต่อมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2024 นี้เอง หัวเรือใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการในสหรัฐฯ มีการออกจดหมายเปิดผนึกต่อสาธารณะเพื่อตอบโต้กับเสียงวิจารณ์ว่า ‘โซเชียลมีเดียสร้างภาพที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง’ เขาระบุว่าดัชนีราคา “บิ๊กแม็ค” ในสหรัฐฯ ซึ่งตั้งราคาที่ 5.29 เหรียญสหรัฐต่อชิ้น ปรับขึ้นมา 21% เทียบกับปี 2019 ซึ่งก็ใกล้เคียงกับการปรับขึ้นของอัตราเงินเฟ้อ
แต่ล่าสุดเคมป์ชินสกี้ยอมรับกับนักลงทุนแล้วว่า บริษัทจะต้องทำงานเพื่อกู้ชื่อเสียงการเป็นผู้นำร้านอาหารราคา ‘คุ้มค่า’ กลับมาให้ได้ เขามองว่าการขึ้นราคาตามอัตราเงินเฟ้อทำให้ลูกค้าเริ่มพิจารณาเปลี่ยนอุปนิสัยการซื้อสินค้าใหม่ ซึ่งบริษัทต้องแก้ไขเพื่อให้ลูกค้ากลับมา


“ฌอน ดันลอป” นักวิเคราะห์หุ้นจากMorningstar มองว่ายอดขายที่ต่ำลงของบริษัทนี้เกิดจากผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนจากการไปทานอาหารนอกบ้าน เป็นการซื้อของสดไปทำกับข้าวกินเองที่บ้านเพื่อประหยัดงบ เพราะราคาของสดในซูเปอร์มาร์เก็ตเริ่มลดลงมาแล้วตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023

McDonald’s วิเคราะห์สภาวะตลาดว่า ลูกค้ากลุ่มรายได้ต่ำเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจที่อ่อนแอขณะนี้ ส่วนผู้ซื้อกลุ่มรายได้สูงกว่าก็ไม่ได้ลดกำลังซื้อลงมาทานอาหารฟาสต์ฟู้ดมากนัก ทำให้ไม่มีกลุ่มลูกค้าทดแทนกลุ่มรายได้ต่ำ สภาวะนี้เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดใน“สหรัฐฯ”
ส่วนในประเทศอื่นๆ ก็มีปัจจัยปัญหาอื่นแตกต่างกันไปด้วย เช่น “จีน” เป็นตลาดที่ McDonald’s ต้องเผชิญการทำสงครามราคาจากคู่แข่ง ขณะที่ “ฝรั่งเศส” เป็นหนึ่งในหลายประเทศที่ร้านถูกบอยคอตจากลูกค้าในข้อหาสนับสนุนอิสราเอลในการทำสงครามอิสราเอล-ปาเลสไตน์ โดยบริษัทอเมริกันอีกหลายแห่งก็ถูกบอยคอตด้วยข้อหาเดียวกัน เช่น Starbucks
“ผู้บริโภคมีความใส่ใจว่าพวกเขากำลังกินอะไร เมื่อไหร่ และที่ไหนมากขึ้น และผมขอพูดตามตรงว่าเราไม่ได้มองว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจสำคัญๆ ใน 2-3 ไตรมาสจากนี้” เคมป์ชินสกี้ กล่าวต่อนักลงทุน
ที่มา: BBC, CBS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...