โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ป้องกัน "ไฟไหม้" ความรู้เบื้องต้นที่ทุกคนต้องรู้

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 04 มิ.ย. 2567 เวลา 16.04 น.

"อัคคีภัย" เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อและสร้างความเสียหายตามขนาดของไฟที่ไหม้ การซ้อมดับไฟและอพยพเมื่อไฟไหม้ เป็นทักษะสำคัญที่ทุกคนต้องเรียนรู้ นอกจากช่วยเหลือตนเองให้ปลอดภัยได้แล้ว ยังสามารถช่วยผู้อื่นและระงับเหตุไม่ให้ลุกลามไปได้

สามเหลี่ยมแห่งไฟ ปัจจัยหลัก 3 สิ่งที่ก่อให้เกิดไฟ ได้แก่ เชื้อเพลิง, ออกซิเจน, ความร้อน หากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไป "ไฟ" จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้

วิธีการดับไฟทำได้ 4 วิธี

1.การกำจัดเชื้อเพลิง คือทำให้เชื้อเพลิงเหลืออยู่ในบริเวณที่เกิดไฟน้อยที่สุด

- นำเชื้อเพลิงออกไปจากบริเวณเกิดอัคคีภัย

- ถ้านำเชื้อเพลิงออกไปไม่ได้ ให้ใช้สิ่งของหรือสารอื่น มาเคลือบผิวของเชื้อเพลิงเอาไว้ เช่น การใช้ผงเคมี โฟม น้ำละลายด้วยผงซักฟอก ฉีดลงบนผิววัสดุที่ไฟไหม้อยู่

2.การทำให้อับอากาศ เป็นการปิดกั้นออกซิเจนไม่ให้ไปรวมตัวกับไอของเชื้อเพลิง

- ฉีดน้ำหรือสารปกคลุมไปคลุมผิวเชื้อเพลิงหรือฉีดแก๊สเฉื่อย เช่น ไนโตรเจน หรือ คาร์บอนไดออกไซค์ ไปปกคลุมบริเวณเพลิงไหม้ เพื่อให้จำนวนออกซิเจนมีปริมาณลดลงจนสันดาปไม่ได้อีกต่อไป

3.การลดความร้อน เมื่อทำให้อุณหภูมิของเชื้อเพลิงลดลงต่ำกว่าจุดวาบไฟ แม้จะมีเชื้อเพลิงและออกซิเจนผสมกันอยู่ก็ไม่เกิดการสันดาป ไฟก็จะสงบลง

- ให้ใช้น้ำทำการดับไฟ เป็นวิธีทำให้เชื้อเพลิงเย็นตัวลง

-ในกรณีที่เชื้อเพลิงเป็นน้ำมันหรือแก๊ส ให้ใช้สารเคมีแทนน้ำลดความร้อนของเชื้อเพลิง

4.การตัดปฏิกิริยาลูกโซ่ มีสารเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่า ฮาลอน (HALON) เมื่อฉีดใส่ไฟ มันจะเข้าไปแทนที่ออกซิเจนอย่างรวดเร็ว แต่ต้องระวังในการใช้ เพราะอาจจะทำให้ผู้ใช้ขาดอากาศหายใจได้ สารเคมีดังกล่าว ได้แก่ พวกไฮโดรคาร์บอน ประกอบกับ ฮาโลเจน (Halogented-Hydrocarbon) เช่น HALON 1211, HALON 1301

การดับไฟให้มีประสิทธิภาพ ควรทราบประเภทของไฟที่เกิดจากเชื้อเพลิงต่างๆ เพื่อที่จะสามารถใช้สารดับเพลิงได้อย่างถูกต้องและเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าไปดับไฟ

4 ประเภทของไฟ

ไฟประเภท A ได้แก่ ไฟที่ลุกไหม้จากเชื้อเพลิงธรรมดา เช่น ไม้ กระดาษ เสื้อผ้า พลาสติก ฝ้าย หญ้า ฯลฯ วิธีดับไฟประเภทนี้คือ ลดความร้อน (Cooling) โดยใช้น้ำ

ไฟประเภท B ได้แก่ ไฟที่ลุกไหม้จากวัตถุเชื้อเพลิงเหลว และ ก๊าซ เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ทินเนอร์ แอลกอฮอล์ วิธีดับไฟประเภทประเภทนี้คือ กำจัดออกซิเจน โดยใช้ผงเคมีแห้ง ใช้ฟองโฟม

ไฟประเภท C ได้แก่ ไฟที่ลุกไหม้จากอุปกรณ์ที่มีกระแสไฟฟ้า วิธีดับไฟประเภทนี้คือ ตัดกระแสไฟฟ้า แล้วใช้ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์หรือน้ำยาเหลวระเหยที่ไม่มี CFC ไล่ออกซิเจนออกไป

ไฟประเภท D สารเคมีติดไฟ เช่น ผงแมกนีเซียมเซอร์โครเมียม ไททาเนียม ผงอลูมิเนียม วิธีดับไฟประเภทนี้คือ ทำให้อับอากาศหรือใช้สารเคมีเฉพาะ (ห้ามใช้น้ำเป็นอันขาด)

ปัจจุบันมีการผลิตเครื่องดับเพลิงที่สามารถดับไฟได้หลายประเภท วิธีการใช้ต้องดูที่ถังว่ามีป้าย A-B หรือ B-C หรือแม้แต่ A-B-C เพื่อนำไปดับไฟได้มีประสิทธิภามากที่สุด

ประเภทของถังดับเพลิง ขึ้นอยู่กับสารที่บรรจุไว้ในถัง

1.ผงเคมีแห้ง เป็นผงสารเคมีที่ถูกบรรจุอยู่ในถังที่อัดก๊าซที่ไม่ติดไฟไว้ เมื่อกดปุ่ม ก๊าซก็จะผลักดันให้ผง เคมีออกจากถัง

2.ฮาลอน (Halon) เป็นสารดับเพลิงที่มีลักษณะเป็นก๊าซ ใช้ดับไฟได้ทุกประเภทของไฟ เมื่อฉีดไปแล้วจะไม่ทิ้งคราบไว้ตรงบริเวณที่ฉีด ทำความสะอาดได้ง่าย แต่มีข้อเสียคือ สามารถดับเพลิงได้ในระยะใกล้ๆ เท่านั้น

3.น้ำ เป็นถังดับเพลิงที่บรรจุน้ำธรรมดาและก๊าซที่ถูกอัดไว้ เหมาะสำหรับดับเพลิงประเภท A เท่านั้น

4.คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เป็นก๊าซที่ถูกอัดแน่นจนเป็นของเหลวเมื่อฉีดออกมาจะเกิดโฟมที่เย็นจัด ช่วยลดอุณหภูมิในบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้ ใช้ได้ดีมากกับไฟไหม้ประเภท B และ C แต่สามารถดับไฟได้ดีแค่ระยะ 1-2 เมตร

ข้อควรระวังในการดับไฟที่เกิดจาก น้ำมัน และ ไฟฟ้า ให้ฉีดน้ำยาดับไฟจากปลายของไฟไปหาฐานของไฟ ส่วนกรณีที่ไฟเกิดจากกระแสไฟฟ้า ให้ตัดกระแสไฟก่อนดับไฟ

ที่มา : THAI PBS

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...