โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เมียเฉิ่มของมาเฟีย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 01 พ.ค. 2567 เวลา 12.51 น. • เผยแพร่ 01 พ.ค. 2567 เวลา 12.51 น. • Golden Daffodil
เฉิ่มแล้วไง ฉันนี่ไง เมียมาเฟีย

ข้อมูลเบื้องต้น

เจย์เดน & นุ่มนิ่ม

นางเอกเฉิ่มแต่สู้คน

พระเอกสายเปย์ คลั่งรัก

‘เจย์เดน’ มาเฟียผู้ตามหาสาวที่ตัวเองเปิดซิงจากบัตรพนักงานร้านสะดวกซื้อที่เธอทำตกไว้ แต่รูปในบัตรกลับเป็นสาวเฉิ่มหน้าจืดที่ไม่รู้ว่าใช่เธอคนนั้นหรือไม่

‘นุ่มนิ่ม’ สาวเฉิ่มที่มีชีวิตธรรมด๊าธรรมดา แต่ตั้งแต่ผ่านคืนปาร์ตี้เลี้ยงรุ่นเพื่อนเก่าจบลง ชีวิตของเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

*สปอยล์เนื้อหา*

“อีป้าหน้าจืดเนี่ยนะ เมียคุณเจย์เดน มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่ แค่เห็นหน้าก็อยากจะหัวเราะให้ฟันหัก มีดีตรงไหนวะ เฉิ่มชะมัด”

“ใช่ ห้อยหลวงปู่มั่นเต็มคอก็ไม่ช่วยให้เขาชายตาแลหรอก อย่างดีก็เป็นแค่ขี้ฝุ่นในเศษเล็บตีนเขาเท่านั้นแหละ”

“เออ ไม่มีใครสวยเท่าแม่มึงแล้วค่ะ” นริศราจีบปากจีบคอด่าพลางกลอกตามองบนใส่พีอาร์สาวสวยสองคนที่นินทาเธอระยะเผาขนอย่างหาได้แคร์ไม่ พวกมันกล้าด่าเธอขนาดนี้ มีหรือจะก้มหน้าก้มตายอมโดนด่าฟรี ถึงเธอจะเฉิ่มเชยเหมือนป้าอย่างที่โดนว่าก็ตาม แต่เธอก็เป็นคนเหมือนกัน แรงมาก็แรงกลับ ปาก้อนหินมาเธอก็จะปาขี้หมากลับเหมือนกัน!

*คำเตือน*

*นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นเพื่อความบันเทิง ไม่มีเจตนาพาดพิงบุคคล หรือสถานที่ใด

**มีการใช้คำหยาบ เพื่ออรรถรสในความบันเทิง โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

**สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ไม่อนุญาตให้แสกนหนังสือ หรือคัดลอกเนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งเพื่อสร้างฐานข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ไม่เช่นนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ มีความผิดทางอาญา

บทนำ ครั้งแรก

“เธอแม่งเด็ด…โอว…” เสียงครางแหบพร่ากระเส่าข้างเรียวหูคู่งามของหญิงสาวใต้ร่าง เด็ดอย่างเดียวไม่พอ เขายังได้เป็นคนเปิดซิงเธอด้วย

บ่งบอกได้จากเยื่อพรหมจรรย์ที่เขาเป็นคนฝ่าเข้าไปเป็นคนแรก ทำเธอเจ็บจนน้ำตาไหลออกมาจากหางตาและยังคงฝืนก้อนสะอื้นอยู่ในลำคอเช่นตอนนี้

อีกทั้งของเขาที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานชายไทย เนื่องจากเขาเป็นลูกครึ่งอเมริกา เลยอาจจะทำเธอเจ็บไปเสียหน่อย ไม่หน่อยเลยล่ะ

“จะ…เจ็บ…” ไม่ต้องบอกก็รู้ เมื่อเขาเหลือบสายตาไปมองเบื้องล่าง ดุ้นยักษ์ที่ดุนดันเข้าออกในร่องคับแคบนั้นเปื้อนหยดน้ำสีแดงออกมาด้วย เขารู้ว่าเธอเจ็บมาก การโน้มใบหน้าลงไปจูบแลกลิ้นและกวาดกลืนเอาความหอมหวานในโพรงปากงามนั้นอาจจะช่วยบรรเทาความเจ็บของเธอลงบ้าง

เสียงกระทบกันของอวัยวะกึ่งกลางลำตัวคนทั้งสองดังเป็นจังหวะ หลังจากที่ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับเขยื้อนบั้นท้ายเข้าออกช้าๆ ให้คนใต้ร่างได้ทำความเคยชินกับการมีดุ้นยักษ์อยู่ในลำตัว

“โอว…เสียว…” แม่งเสียวเหลือเกิน ของเธอมันทั้งแน่น บีบรัดท่อนความเป็นชายของเขาจนมันแทบจะแตกเสียแล้ว ทั้งที่เพิ่งเข้าไปไม่นาน

หญิงสาวจิกเล็บที่แผ่นหลังกว้าง ทั้งเกร็งทั้งเจ็บ ไม่ว่าเขาจะทำเบาๆ หรือช้าๆ แค่ไหน แต่ครั้งแรกยังไงก็เจ็บ แต่มันก็เหมือนจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อเขาดุนดันแท่งความเป็นชายเข้าออกจนเกิดความเสียดสี น้ำใสๆ ตามธรรมชาติไหลออกมาพบกับการกระแทกของเขาจนเกิดเสียงอันน่ารัญจวนหัวใจ

“ดีขึ้นไหม…”

“อื้อ…” หญิงสาวพยักหน้าพลางครางเสียงกระเส่าอย่างไม่ได้ตั้งใจจะตอบเขาจริงๆ ใบหน้าสวยหวานบิดเกร็งพลางเบี่ยงออกด้านข้าง แต่ก็ต้องหันกลับมาตรงๆ อีกครั้งเมื่อมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยสักของเขาเชยมาและส่งเรียวลิ้นหนาลงมาดูดริมฝีปากเธอ

ร่างกายสะโอดสะองและอวบในส่วนที่ควรจะอวบนั้นคลายความเกร็งลงมากพอสมควร เธอจูบตอบเขาอย่างสะเปะสะปะราวกับไม่เคยจูบกับผู้ชายมาก่อน ทว่าก็ไม่น่าแปลกใจเท่ากับความซิงที่เขาโขมยมันมาจากเธอ จูบก็ไม่เป็น แถมไม่เคยผ่านชายใดมาก่อน ดูจากใบหน้าของเธอก็ไม่ใช่เด็กสาวแรกแย้ม สมัยนี้ยังมีผู้หญิงอายุเท่านี้ที่ยังไม่เคยต้องมือชายใดอยู่อีกหรือ นี่เขาควรจะดีใจหรือเสียใจดี

ดีใจที่ได้เธอเป็นคนแรก แต่ที่เสียใจคือ เขากลายเป็นคนทำลายเธอ หากเธอใช้ความซิงเพื่อต้องการผูกมัดเขา แต่บอกไว้เลยว่าเขาไม่มีทางให้เธอได้

ชายหนุ่มเริ่มเร่งเครื่องช่วงล่างเป็นจังหวะหนักหน่วงขึ้น ทำเอาคนใต้ร่างที่โดนกระแทกกะเพื่อมสั่นไหว หน้าอกอวบใหญ่เกินตัวกระเด้งกระดอนจนเขาต้องกอบกุมเอาไว้พลางบีบคลึงมันไปมาอย่างมันเขี้ยว ยอดอกน่ารักและป้านสีหวานล่อตาล่อใจให้เขาโน้มลงไปดูดกลืนอย่างห้ามไม่อยู่ ทำเอาเธอสะดุ้งเฮือกเมื่อลิ้นสากแตะสัมผัสมันพลางดูดกลืนลึกเข้าลำคอ

“อ๊ะ…อืม…” หญิงสาวครางกระเส่า ทั้งเสียวทั้งเกร็ง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเซ็กส์มันจะทำให้เธอไม่เป็นตัวเองขนาดนี้

ความเจ็บมันเริ่มลดลงแล้วล่ะ ความเสียวมากขึ้นเรื่อยๆ และมากจนร่างของเธอสั่นเกร็งเมื่อมันเสียวสุดๆ และภายในกระตุกตุบๆ มันคงบ่งบอกว่าเธอเสร็จสมไปแล้ว

“อู้ววว…แม่งเด็ดจริงๆ” เสียงทุ้มพร่าแหบแห้งเอ่ยอย่างเสียวกระสันเมื่อช่องอุ่นร้อนอันแสนคับแคบนั้นกระตุกบีบรัดท่อนลำเอ็นของตัวเองเป็นจังหวะ ราวกับดุ้นของเขาจะขาดออกจากกันรอนๆ

ไม่ไหวแล้ว ตอนแรกว่าเสียวมากแล้ว ยิ่งเธอบีบรัดเขาถี่แบบนี้ก็ยิ่งทำให้เขาแทบจะควบคุมมันไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

เอาล่ะนะ รอรับจังหวะกระแทกของม้าพยศตัวนี้ได้เลย

ชายหนุ่มเร่งจังหวะกระแทกกระทั้นดุ้นยักษ์เข้าออกในร่องคับแคบอย่างรุนแรงและหนักหน่วง เกิดเป็นเสียงอันดังก้องไปทั่วทั้งห้องสูทกว้าง

‘ปึก ปึก ปึกๆ’

“อร๊าย!” ร่างอรชรใต้ร่างสูงใหญ่กรีดร้องอย่างแสนกระสัน มันทั้งเจ็บทั้งเสียว และดูเหมือนว่าเธอกำลังจะเสร็จอีกครั้ง

เขาเร่งเครื่องช่วงล่างเข้าออกไม่หยุด สะโพกหนาตะบี้ตะบันใส่ไม่ยั้งจนคนใต้ร่างหัวสั่นหัวคลอน เรือนร่างโยกไปด้านบนตามแรงมหาศาลของเขา เล็บสั้นจิกแน่นที่แผ่งหลังกว้างจนเลือดซิบ กึ่งกลางลำตัวมันเกินคำว่าเจ็บ กลายเป็นความชาเสียแล้ว

“อูว…มันฉิบ…โคตรเสียว…” เขาควบคุมตัวเองไม่อยู่ ร่างกายมันบอกว่าสุดยอดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเอามันขนาดนี้มาก่อนเลย ทั้งที่คนอย่างเขาก็ผ่านมานักต่อนักแล้ว

“กรี๊ดดด / อาห์…” เสียงครางของทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน

เสียงกรีดร้องอย่างแสนจะมีความสุขดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างหนาของชายหนุ่มดีดผึงขึ้นจากเตียงนอนในห้องสูทสุดหรูอย่างอัตโนมัติ ความพร่าเบลอค่อยๆ เลือนหายแทนที่ด้วยความค่อยๆ กระจ่างชัดของภาพบรรยากาศรอบตัว

ข้าวของภายในห้องยังคงเหมือนเดิม ทว่าเตียงขนาดคิงไซส์นั้นเละเทะไม่มีชิ้นดี หมอนใบใหญ่ หมอนข้างหล่นไปคนละทิศละทางที่ข้างเตียง ผ้าห่มค้างอยู่ปลายเตียงจะหล่นแหล่มิหล่นแหล่ ขณะที่ผ้าปูที่นอนที่มันเคยเรียบตึงราวกับถูกรีดไว้นั้นเหมือนถูกกระชากออกมาจากมุมทั้งสี่ อีกทั้งยังยับยู่ยี่ราวกับผ่านสมรภูมิอันดุเดือด เท่านั้นยังไม่พอ มันยังเต็มไปด้วยคราบน้ำกามสีขาวขุ่นเปียกแฉะเป็นวงกว้างราวกับมีคนเอาน้ำมาสาด

“เชี่ยอะไรวะเนี่ย” ชายหนุ่มสบถกับตัวเอง สมองพยายามระลึกถึงเรื่องที่แสนหฤหรรษ์เมื่อคืน นี่เขาเมามันส์จนทำเตียงเละขนาดนี้เลยเหรอ

แล้วเธอล่ะ ยัยคนสวยที่ทำเขาใส่ไม่ยั้งเมื่อคืนนี้หายไปไหน

อยู่ในห้องน้ำหรือเปล่านะ เธออาจจะอายจนเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วไม่กล้าออกมาหรือเปล่า

ชายหนุ่มยืนเต็มความสูง เดินโทงๆ ไปที่ตู้เสื้อผ้าพลางเอื้อมมือไปคว้าชุดคลุมสีขาวมาสวม ขณะที่มือกำลังผูกสายรัดเอวดวงตาคมลึกตวัดมองที่ประตูห้องน้ำ ทำไมเงียบๆ เหมือนไม่มีคนอยู่เลย จึงเดินไปผลักประตูห้องน้ำออกก็พบแต่ความว่างเปล่า

เธอหายไปไหน?

เขาหมุนตัวหันหลังกลับพลางกวาดสายตาไปทั่วห้อง ไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ ทั้งนั้นนอกจากตัวเอง ให้ตาย เธอหายไปไหนนะ

สองเท้าเดินไปเดินมาภายในห้องอย่างไม่รู้จะไปไหน ในที่สุดก็หยุดยืนอยู่หน้าเตียงนอนคิงไซส์ที่สภาพเละเทะยิ่งกว่าจะเรียกว่าที่นอน ดวงตาหยุดจ้องที่คราบสีแดงจางๆ เคล้ากับน้ำคาวสีใส

เห็นไหม นี่ไม่ได้ฝันไป เมื่อคืนเขาฟันสาวซิง! แต่ๆๆๆ…

เธอหายไปไหน เขายังไม่ได้ให้ค่าตอบแทนสักบาท หายไปตอนที่เขายังไม่ตื่น ไม่คิดจะเรียกร้องค่าตอบแทนเยื่อพรหมจรรย์ของตัวเองที่สูญเสียไปเลยหรือยังไง

แต่อีกสิ่งหนึ่งที่น่าเสียดาย เธอแม่งเอามันส์ขนาดนี้ เขาไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเธอด้วยซ้ำ แล้วจะติดต่อไปเผื่ออยากซ้ำใหม่ยังไง ให้ตาย…

แต่เขาไม่เคยอยากซ้ำกับผู้หญิงคนไหนเลยนี่หว่า… ทำไมมีความรู้สึกนี้กับยัยผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้ละเนี่ย

มือหนาที่เต็มไปด้วยรอยสักสัญลักษณ์อักษรโรมันเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่โต๊ะข้างหัวเตียงพลางโทรออกหาบอดี้การ์ดคนสนิท

‘ครับนาย มีอะไรหรือเปล่าครับถึงโทรมาแต่เช้า’ ครามกรอกเสียงรับอย่างงุนงงและแปลกใจเล็กน้อยเพราะปกติเวลานี้ผู้เป็นนายจะยังไม่ตื่นนอกจากมีธุระสำคัญจริงๆ

ก็แหงล่ะ ถ้าหากไม่สะดุ้งตื่นเพราะฝันถึงยัยนางฟ้าเมื่อคืน ป่านนี้เขาก็ยังคงไม่ตื่นหรอก แล้วพอตื่นมาจำเรื่องราวทั้งหมดได้ก็ทำเอาตาสว่างจนนอนต่อไม่หลับจนถึงตอนนี้

“ผู้หญิงเมื่อคืนที่มึงหามาให้กูคนนั้นใคร”

‘ก็เด็กในเลานจ์ของนายไงครับ’ ครามตอบทันทีอย่างไม่รีรอ

“ไม่ใช่”

‘จะไม่ใช่ได้ยังไงล่ะครับนาย เมื่อคืนผมเอามาจากในเลานจ์ของนายจริงๆ’

“พีอาร์ทุกคนกูรู้จักดี…หรือมึงรับใครเข้าทำงานโดยไม่บอกกู” ครามเป็นมือขวาของเขา แม้ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนผ่านมือเขาทว่าหากเขาติดธุระด่วนหรือสำคัญจริงๆ เขาจะเป็นคนให้ครามจัดการ

‘มะ…ไม่นี่ครับนาย ไม่มีครับ’ ครามเริ่มเสียงอ่อยลงพลางพยายามครุ่นคิด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยรับใครเข้าทำงานโดยไม่รายงานผู้เป็นเจ้านายนี่นา ‘งั้นเดี๋ยวผมเช็คให้นะครับว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น’

ชายหนุ่มวางสาย พลันสายตาคู่มคมเหลือบไปเห็นป้ายอะไรสักอย่างวางตกอยู่ที่หน้าประตูห้อง จึงเดินไปหยิบมันขึ้นมาดูทันที

มันคือป้ายห้อยคอพนักงานพาร์ททามที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง มีรูปของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ตรงกลางหน้ามองตรงอย่างกับถ่ายบัตรประชาชน ผมหยิกฟู ใส่แว่นหนาเตอะ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแบบพนักงานทั่วไป

แล้วนี่มันเป็นป้ายพนักงานของใคร? มาตกอยู่ในห้องของเขาได้ยังไง นอกเสียจากว่าเป็นของผู้หญิงคนเมื่อคืน

แต่จะให้เพ่งพิจารณา หรือวิเคราะห์อยู่นานก็ไม่เห็นจะเหมือนยัยนางฟ้าคนเมื่อคืนเลยสักนิด

นี่กูจะบ้า! เป็นเอามากจนเรียกยัยผู้หญิงคนนั้นว่านางฟ้าไม่หยุด แต่ด้วยอะไรก็ตาม เมื่อคืนเธอสวยราวกับนางฟ้าจริงๆ

ต่างกับคนในป้ายพนักงานนี้อย่างสิ้นเชิง ผู้หญิงในป้ายที่เขากำลังถืออยู่นี้จะเรียกว่ายัยป้าหน้าบ้านๆ ก็คงไม่ต่าง เพราะเธอทั้งดูเฉิ่ม เชย โบราณสุดๆ

‘ตื๊ดดด…’ เสียงโทรศัพท์สั่นขึ้น ครามโทรกลับมาอีกครั้ง

“ว่าไง”

‘เอ่อ…นายครับ เมื่อคืน ผู้หญิงในเลานจ์ที่ผมดีลไว้ให้นายไม่ได้ขึ้นไปหานายครับ’

“มึงว่าไงนะ แล้วผู้หญิงเมื่อคืนนี้ใคร”

‘เอ่อ…เรื่องนั้น เดี๋ยวผมจะสืบให้อีกทีครับนาย’

“เออ” เขาว่าแค่นั้นก่อนที่จะวางสาย ดวงตาคมลึกยังคงจ้องที่รูปสาวเฉิ่มคนนั้นไม่วางตา จะว่าไปแล้วสาวในรูปก็มีโครงหน้าคล้ายคลึงกับผู้หญิงเมื่อคืนอยู่ไม่น้อย

มาเฟียหนุ่มเดินกลับมาที่เตียง ปลดเสื้อคลุมของทางโรงแรมทิ้งแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป ภายในหัวสมองยังคงคิดถึงเรื่องราวบนเตียงระหว่างตัวเองกับผู้หญิงคนนั้นไม่หยุด ยิ่งคิดก็ยิ่งเหมือนมีไฟร้อนๆ มาสุมอยู่ที่กลางอก ดุ้นความเป็นชายขยับขยายใหญ่โตขึ้นอีกครั้ง

ทำไมเธอมีอานุภาพร้ายกาจทำให้เขาผู้ที่ไม่เคยสูญเสียความเป็นตัวเองให้ผู้หญิงคนไหนเป็นเอามากขนาดนี้นะ

เขาเป็นถึงมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เชียวนะโว๊ย!

ตอนที่1 อีป้าหน้าจืด

“ทำไมวันนี้มาสาย!” เสียงแหลมของจิราภาเอ่ยทักคนที่วิ่งกระหืดกระหอบแทบไม่ลืมหูลืมตาเข้ามาในร้านกาแฟก่อนที่จะรีบถอดเสื้อคลุมตัวโคร่งออกเหลือแต่ชุดฟอร์มของทางร้านพลางจัดการทรงผมฟูฟ่องหลังจากที่เพิ่งลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์ แต่จะว่าไป แม้เธอไม่ได้ขับรถมอเตอร์ไซค์มาสภาพทรงผมที่หยิกฟูนั้นก็แทบจะไม่ต่างจากเดิมอยู่แล้ว

ร่างบอบบางขยับแว่นตาหนาเตอะบนหน้าตัวเองให้เข้าที่ ผ่อนลมหายใจให้คงที่แล้วหันมามองหน้าเพื่อนสนิทที่เอ่ยทักเมื่อสักครู่

“ตื่นสาย” เอ่ยเท่านั้นก็ไปประจำตำแหน่งที่หน้าเคาเตอร์กาแฟและทำเป็นจัดแจงโน่นนี่ตามปกติหน้าที่

“ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นมึงตื่นสาย” จิราภายังคงกระเซ้าเย้าแหย่อย่างสนอกสนใจ แต่เพื่อนสาวกลับไม่สนใจ ง่วนอยู่กับเครื่องทำกาแฟตรงหน้า

โชคดีในวันที่เธอมาสายไปเกือบครึ่งชั่วโมงนั้นเพิ่งมีลูกค้ามาประเดิมคนแรก ภายในร้านจึงไม่ค่อยชุลมุนวุ่นวายสักเท่าไร ถ้าหากเธอมาสายในวันที่ลูกค้าเยอะ คงโดนยัยเพื่อนที่สนิทกันมาตั้งแต่เรียนอนุบาลด่าหูแหก

“เมื่อคืนกลับดึกเหรอ” จิราภาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนมีงานปาร์ตี้เพื่อนเก่าสมัยมัธยม แต่เธอไม่ได้ไปด้วยเพราะไม่สบาย

“ปละ…เปล่า”

“อ้าว กูคิดว่ามึงไปปาร์ตี้แล้วกลับดึกเลยตื่นสาย”

“เมื่อคืนพอกลับมา กูดูซีรี่ส์รวดเดียวจบ” มีเพียงเธอคนเดียวที่รู้อยู่แก่ใจว่าเมื่อคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น ไม่ได้กลับมาดูซีรี่ส์อย่างที่อ้างเพื่อนไปแบบนั้น

“นี่มึงยังมีเวลากลับมาดูซีรี่ส์อีกเหรอกูล่ะคารวะความขยันของมึงเลยเชียว”

“ก็ทำไมล่ะ กูชอบของกู”

ด้วยความสนิทสนมกันมาตั้งแต่อนุบาลเลยทำให้ความสัมพันธ์ทั้งคู่แน่นแฟ้นจนเรียก มึง-กูชินปาก

“กาแฟสักแก้วไหมมึง” เจนจิราถามเพื่อนสาวเมื่อเห็นเธอหาวหวอดๆ ไม่สงวนท่าที

“ก็ดีเหมือนกันนะ” ปกติเธอไม่ค่อยกินกาแฟตอนเช้าๆ อย่างนี้ แต่เห็นทีตอนนี้คงต้องเป็นอเมริกาโน่สักแก้วแล้วล่ะ

โชคดีที่เพื่อนสาวไม่ได้เซ้าซี้เรื่องมาสายมากสักเท่าไร ไม่เช่นนั้นเเธอก็ไม่รู้จะหลุดโป๊ะเรื่องบางอย่างออกมาหรือเปล่า

“นุ่มนิ่ม เจน พี่ซื้อน้ำเต้าหู้ปลาท่องโก๋มาฝาก” ร่างสูงชะลูดราวกับนายแบบปรากฏตัวขึ้นพลางยกน้ำเต้าหู้ปลาท่องโก๋ในมือและส่งยิ้มให้กับทั้งสองสาว ใบหน้าหล่อตี๋ตาชั้นเดียว ยามยิ้มทีไรราวกับโลกนี้สดใสทั้งใบ ทำเอาจิราภายิ้มแก้มแทบฉีกตาม

ศรัณญูเป็นเจ้าของร้านกาแฟ ‘You & Me cafe’ และได้จ้างพนักงานประจำร้านสองคนคือจิราภาและนริศรา เขาเป็นคนใจดีไม่ถือตัวแม้จะหล่อลากดินและเป็นทายาทเศรษฐีก็ตาม

จิราภาส่งยิ้มสดใสให้กับศรัณญูพลางศอกกระทุ้งเพื่อนสาวและกระซิบที่ได้ยินกันสองคน “น้ำเต้าหู้ปลาท่องโก๋ของโปรดมึงอีกแล้ว”

“เขาก็ซื้อมาฝากมึงกับกูนั่นแหละ เกี่ยวไรกับของโปรดกู”

“ก็กูไม่กิน ปลาท่องโก๋อะไร ของมันๆ ทั้งนั้น กูอ้วนแล้ว มีแต่มึงที่ยังกินคนเดียว” ศรัณญูซื้ออย่างนี้มาให้ประจำทั้งที่จิราภาไม่กิน จะว่าไปแล้วที่เขาซื้อมาเพราะเป็นของโปรดของคนๆ เดียวมากกว่า

“ไม่กินก็ไม่ต้องกิน กูกินคนเดียวก็ได้”

“ขอบคุณนะคะพี่ยู” ทั้งสองตะโกนขอบคุณพลางส่งยิ้มให้

แต่ดูเหมือนคนที่ศรัณญูดีใจที่ได้รับรอยยิ้มนั้นมาจะเป็นหญิงสาวคนๆ เดียวที่เขาตั้งใจซื้อของมาฝาก เขาดูเขินจนเอามือเกาหัวแกรกๆ ก่อนที่จะเดินหายเข้าไปในห้องทำงานภายในร้าน

‘นุ่มนิ่ม’ หรือ นริศรา หญิงสาวอายุยี่สิบห้าปี รูปร่างผอมบางทว่ากลับมีสัดส่วนที่เพอร์เฟคอยู่ภายใต้ชุดฟอร์มที่หลวมโคร่งนั้น ผมของเธอหยิกฟูฟ่องหลังจากที่อาบน้ำสระผมและขับรถมอเตอร์ไซค์มาเมื่อเช้า อันที่จริงไม่ว่าจะนั่งหรือไม่นั่งมอเตอร์ไซค์สภาพผมหยิกที่มาจากกรรมพันธ์ก็ยุ่งเหยิงอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ใบหน้ารูปไข่ไร้เครื่องสำอางใดๆ ยกเว้นลิปมันและครีมกันแดด ภายใต้แว่นตาหนาเตอะที่หากไม่ใส่เธอจะมองไม่เห็นหน้าใครในระยะสามสิบเมตร

ใครๆ ก็มักจะล้อว่าเธอเฉิ่มเชย อีป้าหน้าจืดนี่โดนล้อประจำ ไม่ว่าจะจากคนสนิทหรือไม่สนิท อีกทั้งยังเป็นอินโทรเวิร์ท ไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับใคร แต่เธอหาได้แคร์คนทั้งโลกไม่ เธอรู้สึกพอใจในชีวิตของตัวเอง วันๆ ทำแต่งาน ไม่ยุ่งกับใคร ชอบใช้ชีวิตสงบๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ

“กูว่าพี่ยูเขาชอบมึง” เสียงแหลมของจิราภาดังเข้าหู ปลุกคนที่กำลังใช้เครื่องปั่นครีมกาแฟคาปูชิโน่หันขวับไปมองแล้วส่งสายตาค้อนให้

“มึงหยุดล้อกูได้แล้ว พูดแล้วทำมายิ้ม กูไม่เขินหรอก” นริศรารู้สภาพตัวเองดี คนรูปหล่อพ่อรวย ทำร้านกาแฟเป็นงานอดิเรกอย่างศรัณญูน่ะหรือจะมาชอบยัยเฉิ่มเบ๊อะหน้าบ้านๆ แบบตัวเธอ

“กูก็ยิ้มปกติ กูไม่ได้ล้อมึงสักหน่อย กูรู้สึกว่าพี่ยูเขาชอบมึงจริงๆ นะ”

“ยังไง กูไม่เห็นจะรู้สึกเลยว่าเขาจะชอบคนอย่างกู”

“เขาดูแลเทคแคร์มึงเป็นพิเศษ มึงไม่สังเกตเห็นบ้างเหรอ”

นริศราส่ายหัวพรืด ถ้าเขาชอบเธอก็ดีสิ คนเพอร์เฟคแบบนั้นใครจะไม่อยากให้มาชอบบ้าง

“อย่างเช่น ไอ้เรื่องซื้อน้ำเต้าหู้ปลาท่องโก๋มาฝากทุกวันเนี่ยนะ ประสาทแดกแล้วมึง”

“ก็นอกเหนือจากนั้นก็มี มึงอย่าโง่สิ สังเกตบ้าง ไม่ใช่ทำงานงกๆ ไม่สนใจอะไรรอบข้างเลย อย่าให้กุต้องด่ามึงเลย”

“อ้าว อีเจน กูอยู่แบบนี้แล้วกูผิดอะไร พอๆ โน่นลูกค้ามาโน่นแล้ว ไปรับออเดอร์ไป” ทั้งที่ว่าเพื่อนกลับอย่างนั้นแต่ภายในใจเธอก็เต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ เพราะก็รู้สึกเหมือนอย่างที่เพื่อนสาวพูดเหมือนกันแต่ไม่กล้าแสดงอาการอะไรออกมามากนัก

ก็เธอไม่ได้สวยนี่นา หน้าบ้านๆ ผมก็หยิกแถมฟูอย่างกับฝอยขัดหม้อ ใส่แว่นหนาเตอะอย่างกับเอาแว่นตากันน้ำมาใส่ ไม่เหมาะสมกับคนอย่างเขาเลยสักนิด

‘อีป้าหน้าจืด’

‘มนุษย์แว่น’

‘สิงโตใส่แว่น’

เอาอะไรมามั่นว่าเขาจะชอบคนอย่างเธอ…

เจย์เดน เลอนอส มาเฟียหนุ่มผู้รูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าคมคร้ามตามแบบฉบับลูกครึ่งคมเข้ม ภายใต้ชุดสูทสีดำด้านในเป็นเสื้อเชิ้ตสีดำเช่นเดียวกันด้านล่างเป็นกางเกงแสล็คสีดำขลับและสวมเข็มขัดหนังแบรนด์เนม ที่ข้อมือสวมนาฬิกายี่ห้อหรูราคาหลักล้าน กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังวัวในห้องวีวีไอพีภายใน ‘BKK the legend bar’ ของตัวเองขณะที่สายตาคู่คมกริบกำลังจ้องมองพีอาร์สาวสวยระดับตัวท้อปแทบทุกคนในเลานจ์พลางยกแก้วว้อดก้ามาร์ตินี่ขึ้นมากระดก

‘ไม่มี ไม่ใช่เลยสักคนเดียว’ มองแล้วมองเล่า สังเกตแล้วสังเกตอีก ก็ไม่มีผู้หญิงที่นอนกับเขาเมื่อคืน

พีอาร์พวกนี้สวยๆ กันหมดทุกคนก็จริง แต่ไม่มีใครสวยสะดุดหัวใจเท่าผู้หญิงคนเมื่อคืนที่อยู่ใต้ร่างของเขา

สักพัก ครามและคิริน บอดี้การ์ดมือขวาและซ้ายเดินนำพีอาร์ระดับตัวท้อปคนหนึ่งมาที่เขา เธอส่งรอยยิ้มแพรวพราวดวงตาเป็นประกายโปรยเสน่ห์ให้ เพราะเขาทั้งหล่อและมีอิทธิพลมากที่สุด หากเขาจะเรียกใช้พีอาร์แต่ละคนนั้น ทุกคนล้วนเต็มใจและอยากขึ้นเตียงกับเขาจนตัวสั่น

“สวัสดีค่ะคุณเจย์เดน” ลิลลี่ พีอาร์ตัวท้อปของทางเลานจ์ ค่าตัวเฉพาะแค่นั่งดริ้งค์เฉยๆ ก็ได้ชั่วโมงละเป็นแสน ทว่าเธอกลับดีใจมากกว่าที่ได้มาดูแลเจ้าของไนต์คลับที่ทั้งหล่อ รวยและมีอำนาจมากขนาดนี้

สองมือเรียวงามยกขึ้นมาบีบคลึงที่หัวไหล่กว้างของมาเฟียหนุ่ม สองตามองเขาหวานหยาดเยิ้ม

หัวคิ้วของเจย์เดนขมวดเข้าหากันอย่างครุ่นคิดก่อนที่จะกวาดสายตาเลื่อนมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้แต่มือคู่นี้ก็ไม่เหมือนกับของเธอคนเมื่อคืน

“ลิลลี่ดีใจจังเลยนะคะที่คุณเจย์เดนเรียกใช้ลิลลี่อ่ะ ก็เมื่อคืนลิลลี่อุตส่าห์แต่งตัวรอคุณเจย์เดนโดยเฉพาะเลยนะ…” ลิลลี่ยังพูดไม่จบ เจย์เดนก็โพล่งถามในสิ่งที่อยากรู้ทันที

“เมื่อคืนเธอไม่ได้ขึ้นไปหาฉันใช่ไหม”

“จะไปได้ยังไงล่ะคะ ลิลลี่ขึ้นไปหาคุณแล้วแต่คุณก็ไม่ออกมาเปิดประตูให้ลิลลี่เลย”

เจย์เดนหันมามองทั้งครามและคิรินทันทีด้วยสายตาเป็นเชิงตั้งตำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมื่อคืนสองคนนั้นนัดลิลลี่ขึ้นไปหาเขาแต่กลับปล่อยให้มีผู้หญิงคนอื่นสวมรอยขึ้นไปแทน หากศัตรูใช้โอกาสนี้เอานกต่อขึ้นไปเพื่อโจมตีเขาจะเกิดอะไรขึ้น

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ งั้นคืนนี้ลิลลี่จะดูแลปรนนิบัติคุณเจย์เดนเอง ว้อดก้าของคุณเจย์เดนหมดแล้วเดี๋ยวลิลลี่ไปเอามาให้…”

“ไม่ต้อง” สิ้นเสียงทุ้มห้าวดังกังวานเต็มไปด้วยอำนาจที่ทำเอาคนที่กำลังคว้าแก้วหยุดการกระทำลงทันที

“คะ?”

“เธอไปได้แล้ว”

“อะไรกันคะ คุณเจย์เดนไม่ให้ลิลลี่ดูแลเหรอคะ” ลิลลี่เอ่ยเสียงอ่อย พยายามทำตัวในน่ารักที่สุดเพื่อหวังให้เขาเรียกใช้เธอ อุตส่าห์ชูคอลอยหน้าลอยตาพีอาร์สาวคนอื่นว่าวันนี้ได้ดูแลเขา ทว่ามานั่งยังไม่ถึงห้านาทีกลับโดนเขาไล่เสียนี่

ครามและคิรินส่งลิลลี่ออกไปก่อนที่จะนั่งลงด้านข้างมาเฟียเจ้าของเลานจ์อย่างรู้ดีว่าเขาต้องการพูดคุยด้วย

“เมื่อคืนนี้ใคร”

ครามส่ายศีรษะ สีหน้าแสดงออกอย่างเห็นได้ชัดว่ามีความเป็นกังวลเพราะยังหาคำตอบให้กับผู้เป็นเจ้านายไม่ได้ ทั้งที่เช็คกล้องวงจรปิดแล้ว เห็นหญิงสาวคนนั้นชัดเจนแต่จนแล้วจนรอด ป่านนี้ก็ยังสืบหาตัวเธอมาไม่ได้ ไม่รู้ว่าเธอเป็นใคร อยู่ที่ไหน

“ยังไม่ทราบครับนาย”

“ไม่รู้?”

“ครับ พวกผมพยายามตามหาตัวเธอแล้ว ทั้งที่สวยๆ อย่างนั้นน่าจะตามหาตัวได้ไม่ยาก แต่กลับไม่พบเบาะแสอะไรเลยครับ” คิรินออกความเห็น

“หรือว่าจะเป็นคนของไอ้คาลอสมันส่งมาเป็นนกต่อ” เจย์เดนแตะคางตัวเองพลางมองไปด้านหน้าอย่างใช้ความคิด

“แล้วเธอทำอะไรนายหรือเปล่าครับ” ครามถามเผื่อจะได้เบาะแสว่าเธอคนนั้นเป็นนางนกต่อจริงหรือไม่

“เมื่อคืนกูไม่พบอะไรผิดปกติ”

“ถ้าเป็นคนของคาลอสจริง ผมว่าเมื่อคืนมันคงใช้โอกาสนี้ทำอะไรนายไปแล้วก็ได้ บางทีอาจจะไม่ใช่คนของมันก็ได้ครับ”

“เออ ถ้าเป็นคนของไอ้คาลอสจริง ป่านนี้กูคงตายห่าไปแล้ว” เจย์เดนว่าพลางยกแก้วว้อดก้ามาร์ตินี่ขึ้นมากระดกรวดเดียวหมดแก้ว

ไม่มีใครรู้หรอกว่าเมื่อคืนภายในห้องสูทระหว่างเขากับผู้หญิงคนนั้นดุเดือดแค่ไหน เขาไม่ระแวงใจเลยแม้แต่น้อยว่าเธออาจจะเป็นคนของศัตรูหรือเป็นใครมาจากที่ไหน ปล่อยกายปล่อยใจเต็มที่ หากโดนเล่นงานจริงคงตายห่าถูกฝังกลบดินไปแล้ว

ตอนที่2 คนที่อยู่ในรูปบัตรพนักงาน

“หาววว…ซี๊ด” ร่างบอบบางหาวปากกว้างอย่างลืมตัว นึกขึ้นได้ก็ต้องร้องซี๊ดด้วยความเจ็บที่ริมฝีปากเนื่องจากโดนขบจนเกิดแผลเล็กๆ ที่หากไม่สังเกตดีๆ ก็ไม่เห็นถึงความผิดปกติ อีกทั้งความเจ็บที่กลางกายก็ยังคงระบมอยู่ จะก้าวแต่ละทีสะท้านสะเทือนไปทั้งตัว

โดนเปิดซิงมันเป็นอย่างนี้เองสินะ ไม่ได้เจ็บแค่ตอนอยู่บนเตียง แต่ยังคงเจ็บหลังจากนั้นอีกไม่รู้นานแค่ไหน

อีกทั้งตอนนี้รู้สึกตัวรุมๆ คล้ายกับจะเป็นไข้ หัวก็ปวดตั้งแต่ตอนบ่ายยังไม่หาย กะว่าพอถึงร้านมินิมาร์ทที่ทำงานพาร์ททามในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้จะอัดยาพาราสักสองเม็ด

“อ้าวนุ่มนิ่ม มาแล้วเหรอ สภาพยังกะศพเดินได้ นี่แกป่วยหรือเปล่าเนี่ย จากที่หน้าซีดอยู่แล้ว คราวนี้ยิ่งซีดกว่าไก่ต้มไหว้ตรุษจีนอีก” เจ๊แมนเจ้าของ ‘Diamond Mart’ ร้านสะดวกซื้อขนาดเล็กที่มีทำเลอยู่ใจกลางเมือง ติดกับบาร์และสถานบังเทิงเริงรมย์หลายแห่ง ยามกลางวันเงียบเหงาเป็นเป่าสาก ทว่ายามกลางคืนคึกคักเป็นพิเศษ

นริศราเดินเข้ามาก็โดนเจ๊แมนทักปนจิกกัดตามประสาสาวประเภทสอง หรือที่มักจะเรียกตัวเองว่า ‘แม่กะเทย’ หยอกล้ออย่างนี้เป็นประจำ เจ๊แมนเป็นสาวในร่างชายตัวใหญ่ยักษ์ผิวสีเข้มคล้ำ ทว่าชอบแต่งหน้าทาปากแดงอยู่เสมอ ไม่เคยปล่อยให้ตัวเองหน้าสด และจะเติมแป้งตลับทุกหนึ่งชั่วโมง เธอมักจิกกัดนริศราเรื่องที่เกิดมาเป็นผู้หญิงแต่เสียดายที่ไม่รู้จักแต่งเนื้อแต่งตัว

“อืม เหมือนจะไม่สบาย ขอยาพาราสองเม็ดนะ” เอ่ยจบก็เดินไปหยิบยาพาราในกระปุกหลังร้านที่เธอเข้าออกจนคุ้นชินมาอัดเข้าปาก ตามด้วยน้ำอึกใหญ่

เสียงดังแปลกๆ เกิดขึ้นที่หน้าร้านก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบไป นริศรารีบจัดการตัวเองก่อนที่จะเดินออกไปที่หน้าร้านทันที

หน้าที่แรกทุกครั้งที่เข้ามาคือเช็คสต็อคสินค้าภายในร้าน เธอไม่รอช้ารีบไปทำหน้าที่ของตัวเองทันที ทว่าก็ต้องเกิดความแปลกใจเมื่อเห็นกลุ่มชายชุดดำรูปร่างสูงโปร่งชะลูดราวกับเสาไฟฟ้าสามต้นยืนอยู่หน้าเคาเตอร์ที่เจ๊แมนนั่งอยู่ แม่จะเพียงแค่สามคนแต่ก็ดูเหมือนจะทำให้ร้านสะดวกซื้อเล็กๆ นี้คับแคบไปถนัดตา

‘เอ๊ะ…นั่นใคร’ ทันทีที่เงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้านั้น หัวใจของนริศราเต้นระส่ำไหวหวั่นราวกับมันกำลังจะออกมาเต้นอยู่นอกอก

กูซวยแล้ว!

“เธอ!” ให้ตาย เขาเห็นเธอแล้ว

ดวงตาคมกริบราวกับเชือดเฉือนคนให้ตายได้จ้องมองมาที่เธอเขม็ง เธอไม่อาจสู้สายตาคู่นั้นได้ เลยเอาแต่หลบหน้าและหันหลังพลางคว้าสมุดเช็คสต็อคสินค้าขึ้นมาทำท่าว่ากำลังทำงานอยู่

“เธอนั่นแหละ หันมานี่ก่อน” เสียงทุ้มห้าวเอ่ยเรียกอีกครั้ง ให้ตาย นี่มันเขาตัวจริง ทั้งรูปร่างหน้าตาและเสียงที่เปล่งออกมา

เขา! คนที่เธอมีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยเมื่อคืน

“อ้าว นุ่มนิ่ม ไม่ได้ยินหรือไง หันมานี่ก่อน” เจ๊แมนที่นิ่งอยู่สักพักเพราะกำลังจ้องมองมาเฟียหนุ่มอย่างหลงใหลนึกขึ้นได้ก็รีบเรียกลูกจ้างของตัวเองอีกเสียง

ไม่ใช่เพียงแค่ความหล่อเหลาของชายหนุ่มเพียงคนเดียวที่ทำให้เจ๊แมนผู้ที่บ้าผู้ชายหล่อนั้นหลงเสน่ห์ แต่นี่ยกขบวนหล่อมาถึงยกกำลังสาม คนตรงหน้าเจ๊แมนที่ดูมีออร่าความหล่อเหลาและน่าเกรงขามว่าหล่อสุดๆ แล้ว อีกสองคนที่เหมือนจะเป็นบอดี้การ์ดนั้นก็หล่อเช่นกัน

“ฮะ ว่าไงเจ๊” นริศราค่อยๆ หันหน้ากลับมาหาเจ๊แมน แต่ยังคงไม่กล้ามองหน้าของชายชุดดำพวกนั้น “มีอะไรกับฉันเหรอ”

“มานี่ก่อน มีคนอยากจะคุยด้วย”

“ฉันมีหน้าที่ต้องทำ ไม่มีเวลามาคุยกับใครหรอก”

“ไม่ต้องๆ ค่อยทำทีหลังก็ได้ มานี่ก่อน” เจ๊แมนชักเริ่มจะรำคาญเมื่อต้องบอกอยู่หลายครั้ง

ในเมื่อถ่วงเวลาไว้ก็ไม่เป็นผล เพราะชายพวกนั้นยังคงยืนนิ่งอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะไปไหนหากไม่ได้พบหน้าเธอ เธอจึงค่อยๆ เดินเข้ามาที่หน้าเคาเตอร์อย่างกล้าๆ กลัวๆ

หัวใจเต้นตุ๊มๆ ต่อมๆ พลางก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าแม้แต่จะเหล่สายตามองพวกเขา

แม่งโคตรตื่นเต้น!

“อะไรเหรอ มีธุระอะไรกับฉันเหรอ แต่ฉันว่า ฉันไม่เคยรู้จักพวกคุณนะ” เธอชิงพูดก่อนอย่างร้อนตัว หารู้ไม่ว่ากำลังแสดงพิรุธขั้นสุด

เจย์เดนกวาดสายตามองร่างบอบบางหัวจรดเท้าอย่างพินิจพิจารณา

ดวงหน้ารูปไข่ได้รูป แต่ไม่แต่งหน้าอะไรเลย หน้าสดจนเผยสิวเม็ดหนึ่งใต้คาง แว่นสายตาอันเท่าบ้านเกาะอยู่บนใบหน้า สภาพผมที่ฟูฟ่องขนาดรวบมัดไว้เป็นหางม้าแล้วก็ยังฟูจนทำให้ศีรษะของเธอใหญ่กว่าปกติ

ส่วนหุ่นน่ะเหรอ ดูไม่ค่อยออกหรอก เพราะเธอสวมเสื้อตัวใหญ่กว่าตัว ไม่รู้ว่าด้านในเป็นแบบไหน แถมกางเกงก็เป็นกางเกงผ้าตัวใหญ่แบบมนุษย์ป้าชอบใส่

เจย์เดนวางป้ายพนักงานที่มีสายห้อยคอบนโต๊ะหน้าเคาเตอร์พลางแอบสังเกตอากัปกิริยาของหญิงสาวเงียบๆ

ดวงตาคู่โตภายใต้แว่นสายตาหนาเตอะเบิกกว้างเป็นไข่ห่าน ทว่าก็ต้องรีบหลุบตาต่ำทันทีที่นึกได้ว่ามีคนจ้องมองอยู่ มือบางรีบคว้ามาทันที

“ต้องขอบคุณคุณมากเลยนะคะ หาตั้งนานที่แท้ก็ไปทำหล่นไว้ที่ไหนนี่เอง แหมคุณก็ดูเป็นคนมีอำนาจใหญ่โต ไม่เห็นต้องเอามันมาคืนฉันด้วยตัวเองขนาดนี้เลย ลำบากคุณแล้ว” ทั้งถ้อยคำและท่าทีของนริศราดูไม่ค่อยเป็นตัวเองมากนักจนเจ๊แมนที่นั่งมองเหตุการณ์อยู่สงสัย

ครามและคิรินที่ยืนอยู่ด้านหลังของผู้เป็นเจ้านายก็สังเกตพฤติกรรมของหญิงสาวตรงหน้าเช่นเดียวกัน

แม้เธอจะเป็นคนเดียวกับที่อยู่ในป้ายพนักงานพาร์ททามร้านสะดวกซื้อ แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงคนที่อยู่ในกล้องวงจรปิดที่หายเข้าในห้องของเจย์เดนในคืนนั้น

มองยังไงก็ไม่ใช่ ผู้หญิงคนนั้นสวยราวกับนางในฝัน แต่เธอคนนี้เหมือนกับนางในฝันร้ายเสียมากกว่า

แต่กับเจย์เดน เขารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีอะไรพิเศษมากกว่าที่เห็นเพียงแค่ภายนอก ทว่าเขายังคงนิ่ง ไม่แสดงอาการอะไรออกมา

“เธอไปทำมันหล่นหายที่ไหน” เขายื่นคำถามที่นริศราเริ่มรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ เสียแล้ว

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วคุณเจอมันที่ไหนเหรอคะ” เอ๊ะ ไม่น่าถามแบบนั้นเลย ฆ่าตัวตายชัดๆ

“ฉันเจอที่ห้องสูทของโรงแรมที่ฉันจองไว้เมื่อคืน แล้วเธอไปทำอะไรแถวนั้นหรือเปล่า”

“ปละเปล่า…มะ…ไม่นี่ ฉันไม่ได้ไปทำอะไรแถวนั้น ไม่รู้ว่ามันไปอยู่แถวนั้นได้ไงเนอะ แต่เอาเถอะ อย่าเสียเวลาสงสัยอะไรนักเลย ฉันขอบคุณคุณมากๆ เลยที่อุตส่าห์เอามันมาคืนให้ถึงที่ ได้เวลาทำงานของฉันต่อแล้วล่ะ เชิญพวกคุณกลับไปได้แล้วค่ะ ขอบคุณมากจริงๆ” นริศราฉีกยิ้มกว้างส่งท้าย

ทุกอย่างภายในร้านสะดวกซื้อ ‘Diamond Mart’ เงียบสนิท แทบไม่มีใครหายใจ แม้แต่ลูกค้าในร้านก็ไม่มีสักคน

ฉิบหาย ทำไมมันกริบอย่างนี้ หวังว่าไอ้มาเฟียหน้าหล่อนี่จะเออออห่อหมกแล้วยอมออกจากที่นี่ไปสักทีแต่ทำไมยังดูนิ่งอย่างนี้อยู่อีก จะทำยังไงล่ะเนี่ย

“เธอทำงานที่นี่ทุกวันเลยเหรอ” เขาไม่กลับ แต่ยังคงเอามือล้วงกระเป๋ากางเกงแสล็คราคาแพงพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ร้าน

“ชะ…ใช่ค่ะ”

“แล้วมีวันหยุดหรือเปล่า”

“ยัยนุ่มนิ่มหยุดวันเสาร์วันเดียวค่ะคุณรูปหล่อ” เจ๊แมนเป็นคนบอกแทนอย่างต้องการมีส่วนร่วม

“แสดงว่าเมื่อวานหยุดใช่ไหม”

“ใช่ค่ะ” ประโยคนี้เจ๊แมนก็เป็นคนตอบ นริศราจะห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว

จะบอกเขาไปหมดอย่างนั้นทำไม ธุระกงการก็ไม่ใช่ เขาไม่ได้ถามตัวเองเสียหน่อย นี่อยากให้เขาสนใจหรือเสร่อกันแน่ นริศราได้แต่คิดในใจ

เจย์เดนหยักมุมปากอย่างพึงพอใจกับคำตอบ เมื่อคืนเธอไม่ได้มาทำงานที่นี่ ก็แสดงว่าอาจจะไปอยู่กับเขาบนเตียงในห้องสูทหรือเปล่า

เขาหันกลับมาจ้องมองเธออีกครั้ง คราวนี้ เพ่งพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก็พบว่าโครงหน้าของเธอนั้นเหมือนกับผู้หญิงคนเมื่อคืนไม่มีผิด จากที่ตอนแรกสังเกตยากเพราะเธอก้มหน้าบ้าง เอียงหน้าบ้าง ทำลุกลี้ลุกลนราวกับกลัวโดนจับผิด ซึ่งเขาก็กำลังจับผิดจริงๆ นั่นแหละ

“ทำไมเหรอ เมื่อวานไปไหนมาเหรอนุ่มนิ่ม ทำไมถึงไปทำป้ายพนักงานตกที่ห้องของคุณรูปหล่อเขา” อีกแล้ว อีเจ๊แมน!

นริศรากัดฟันกรอด สองมือกำแน่นเข้าหากันจนบิดเกร็ง อยากกระโจนเข้าไปตบ เอ๊ย ปิดปากของยัยเจ๊แมนผู้ชอบส.ใส่เกือกเสียจริงๆ

“ไม่ได้ไปไหนนี่ นอนเล่นอยู่บ้าน ไม่รู้จริงๆ ว่าไปทำตกที่ไหน อาจจะเป็นตอนออกไปซื้อของในเซเว่นละมั้ง”

“เซเว่นกับห้องสูทโรงแรมมันคนละที่กันเลยนะ” เจย์เดนหัวเราะหึๆ ในลำคอ “เธอจะบอกว่า มันคงลอยได้ล่ะสิ”

ตลกสิ้นดี

“แล้วคุณจะมาสงสัยอะไรฉันล่ะ ก็ฉันไม่รู้จริงๆ นี่ว่ามันไปโผล่ที่โน่นได้ยังไง บางทีมันตกอีกที่นึงแล้วมีคนเก็บได้ไปทำตกอยู่ที่คุณอยู่ก็ได้ใครจะไปรู้” หญิงสาวอ้างไปทั่ว และหาที่ลงจนได้

“งั้นเหรอ ก็ได้ ฉันไม่สงสัยแล้วก็ได้” เจย์เดนว่าพลางมองเธอนิ่งไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะเป็นคนเดินนำลูกน้องทั้งสองคนเดินออกไปจากร้าน

นริศราและเจ๊แมนมองตามร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มทั้งสามก็พบว่าพวกเขาเดินหายเข้าไปในบาร์ขนาดใหญ่ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของร้าน

“ว๊าว ลุคมาเฟียที่โคตรหล่อ โคตรกร้าวใจ อย่าบอกนะว่าเป็นเจ้าของบีเคเค เดอะ เลเจนด์ บาร์ น่ะ ให้ตาย เท่เป็นบ้าเลย”

“อีเจ๊!”

“อุ๊ยตาย! อะไรนุ่มนิ่ม” คนเป็นเจ้าของร้านถึงกับตกใจที่โดนลูกจ้างตวาดลั่นอย่างเคืองๆ อย่างไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดลงไป

“คราวหลังไม่ต้องอยากมีส่วนร่วมกับเรื่องของฉันก็ได้นะ” ว่าพลางเดินไปเช็คสต็อคสินค้าต่ออย่างที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว หัวก็ปวดยังไม่หาย เหมือนกับว่าจะปวดมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

เฮ้อ…โชคดีที่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้สงสัยอะไร

หรือเปล่า?

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...