โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

พ่อม.2 ตู้น้ำชอร์ตดับในโรงเรียน เปิดใจ ผลชันสูตรเผย มีรอยแผลที่หน้าอก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 มิ.ย. 2567 เวลา 11.56 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 10.50 น.

พ่อเปิดใจ ลูกชายถูกไฟชอร์ตคาตู้กดน้ำ พ่อไม่ติดใจสาเหตุ เข้าใจเป็นอุบัติเหตุ ขณะที่ผู้เป็นน้า ฝากทางโรงเรียนเป็นอุทาหรณ์ ควรดูแลความปลอดภัยให้ดีกว่านี้ ผลชันสูตรเผย มีรอยแผลที่หน้าอก ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมแถลงข่าววันพรุ่งนี้

จากกรณีนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ถูกไฟชอร์ตตรงตู้กดน้ำสแตนเลส ล้มฟุบอยู่ข้างตู้ ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยเหลือ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับคนอื่นอีก ต่อมามีคนใช้ผ้าขาวม้าจับตรงข้อเท้าและดึงตัวออกมาจนสำเร็จ เจ้าหน้าที่นำตัวส่งโรงพยาบาล สุดท้ายก็เสียชีวิตลงนั้น

โดยเหตุการณ์เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 มิ.ย.67 ร.ต.อ.ชัยสิทธิ์ มณีกาญจน์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.กันตัง จ.ตรัง รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ รพ.กันตัง ว่ามีผู้บาดเจ็บจากไฟฟ้าชอร์ตเข้ามารักษาตัวและเสียชีวิต หลังรับแจ้งจึงรุดเดินทางไปตรวจสอบ ทราบชื่อผู้เสียชีวิต คือ ด.ช.วรวิทย์ (สงวนนามสกุล) หรือน้องวายุ อายุ 14 ปี ชาว ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นนักเรียน ชั้น ม.2

ตรวจสอบสภาพศพพบร่องรอยบาดแผลบริเวณหน้าอก และรอยแผลถลอกที่ใบหน้า จึงร่วมกับแพทย์ รพ.กันตัง ชันสูตรพลิกศพ เบื้องต้นเชื่อว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าชอร์ต ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปยังโรงเรียนเกิดเหตุ ในพื้นที่ ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุพบว่าบริเวณตู้น้ำดื่มที่ไม่ได้ใช้แล้ว ตรวจพบร่องรอยเบรกเกอร์สภาพมีรอยไหม้ดำ เชื่อว่าสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จึงได้ประสาน ตร.พิสูจน์หลักฐาน จ.ตรัง มาตรวจสถานที่เกิดเหตุเพื่อจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศของโรงเรียน ได้ปิดประตูเงียบ เนื่องจากอยู่ในช่วงวันหยุดทำการ โดยยังคงมองเห็นตู้กดน้ำจุดเกิดเหตุยังคงติดตั้งอยู่ในลักษณะเดิม ขณะเดียวกันที่วัดควนตุ้งกู ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง ซึ่งใช้เป็นสถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพของ ด.ช.วรวิทย์ (สงวนนามสกุล) หรือน้องวายุ อายุ 14 ปี บรรดาญาติต่างอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจ โดยมีพวงหรีดจากทางโรงเรียนมาตั้งไว้ใกล้กับหีบศพ ก่อนที่จะได้พบกับ นายพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 53 ปี และนางสุภาภรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นพ่อแม่ของน้องวายุ

นายพรชัยกล่าวว่า เสียใจมากกับการจากไปของลูกชาย ตนมีลูกชาย 2 คน คนที่เสียชีวิตเป็นคนที่ 2 หลังจากเกิดเหตุทางโรงเรียน ทั้งผู้อำนวยการ คณะครูทั้งโรงเรียน ได้เข้ามาดูแลอย่างดี คืนวานที่ผ่านมาก็เข้ามาเป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรม ก่อนจะเกิดเหตุไม่ได้มีลางสังหรณ์อะไรมาก่อน ซึ่งนิสัยของลูกชายเป็นเด็กร่าเริง ไม่เกเร ตั้งใจเรียน และเป็นที่รักของผู้อำนวยการ และคณะครู ตอนน้องยังมีชีวิตอยู่ลูกไม่เคยบอกว่าอนาคตอยากจะเป็นอะไร

“ซึ่งตนก็ไม่ได้แจ้งความดำเนินคดี ไม่ได้เอาผิดอะไรกับทางโรงเรียน เพราะเป็นอุบัติเหตุ ทางเราก็เข้าใจซึ่งก่อนเกิดเหตุตนก็ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่รู้ข่าวหลังจากคุณครูโทรมาว่าลูกชายเกิดอุบัติเหตุ ให้ตนไปที่โรงพยาบาลกันตัง เมื่อไปถึงเห็นลูกอยู่ในสภาพแน่นิ่งแบบนั้นแล้วก็ทำอะไรไม่ถูกเลย รู้แค่ว่าลูกถูกไฟดูด วันนี้หากพูดกับลูกชายได้ อยากจะบอกว่าให้ลูกไปสู่สุคติ ไม่ต้องห่วงพ่อแม่แล้ว พ่อแม่ก็จะทำทุกอย่างให้เต็มที่ ซึ่งงานบำเพ็ญกุศลศพจะฌาปนกิจวันพฤหัสบดีที่ 27 มิ.ย.นี้” นายพรชัยกล่าว

ด้าน นายจรินทร์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี น้าของน้องวายุ กล่าวว่า ไปดูที่เกิดเหตุก็น่าจะเกิดจากไฟฟ้ารั่วติดกับเสาเหล็ก ลักษณะแท็งก์น้ำสูง มี 2 ชั้น ซึ่งสายไฟก็เป็นสายไฟเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว เมื่อมีไฟรั่วน้องได้เดินขึ้นไปโดนเสาเหล็กที่มีไฟรั่วอยู่ ประกอบกับไม่ใส่รองเท้า และมีน้ำฝนไหลผ่าน ซึ่งตนก็มองแล้วว่าความปลอดภัยของโรงเรียนน้อยไปนิด ซึ่งจะต้องดูแลความปลอดภัยให้ดีกว่านี้อีก เพราะนักเรียนก็มีหลายคน โดยเหตุการณ์นี้ตนมองว่าถ้าฝนไม่ตกลงมาก็น่าจะไม่มีอะไร ฐานะเป็นน้าของน้องวายุ อยากจะบอกหลานว่า รักหลานมาก ไม่อยากให้เสียชีวิตลง แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว อยากให้เป็นอุทาหรณ์กับทางโรงเรียนและแก้ไข เพราะอาจจะเกิดขึ้นอีก โดยทางญาติไม่ได้ติดใจในการเสียชีวิต เพราะเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครตั้งใจ และคลิปวิดีโอในการเข้าช่วยเหลือช้า ก็เข้าใจว่าไม่มีใครที่กล้าจะเข้าไปช่วยในจุดนั้น เพราะต้องมีวิธีการช่วยเหลือ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พ่อม.2 ตู้น้ำชอร์ตดับในโรงเรียน เปิดใจ ผลชันสูตรเผย มีรอยแผลที่หน้าอก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...