ปลูกต้นไม้ในจักรวาล - คุณยายแม่มด
“ทุกชีวิตย่อมเดินทางมาถึงจุดจบ” คำกล่าวจากนักเขียนนามอุโฆษ “ทมยันตี” คำกล่าวนี้สนับสนุนความจริงในสรรพชีวิตทุกประการ ท่านผู้อ่านที่รัก ผู้เขียน ผู้คนทั้งหลาย สรรคสัตว์ สรรพประการล้วนในจักรวาล ย่อมเดินทางถึงจุดจบในชีวิตของตนอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ แม้ต้องการฤๅไม่ต้องการย่อมถึงเช่นเดียวกันเป็นธรรมชาติ
ทว่าระยะทางและเวลาในการเดินทางนี่สิ จะสั้นฤๅยาวมันต่างกัน ดุจดอกไม้ในพงพีที่บ้างก็หล่นแต่ยังตูม บ้างก็หล่นแต่แรกผลิ บางก็หล่นแต่ยามเบิกบาน บางก็หล่นแต่ยามเหี่ยวเฉา สรุปลงรวมแล้ว ก็ร่วงหล่นเฉกเดียวกัน หากแต่ว่าไม้ดอกเหล่านั้นไม่เคยเสียใจใด ๆ เลย เพราะมันทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่แล้ว
ทุกคนจึงมีหน้าที่เป็นของตน บางก็แตกต่างกันไป บางก็คล้ายคลึงกัน เราต้องทำหน้าที่ของเราให้สมบูรณ์ที่สุดในยามเวลาที่เรายังคงเดินทางในวัยชีวิต เพื่อเราจะได้ไม่เสียใจภายหลังว่า “ยังไม่ถึงเวลาเลย” “ไม่สมควรทำเลย” “มันสายเกินไปเสียแล้ว” “ยังทำได้ไม่เต็มที่เลย”ฯลฯ หน้าที่นั้นทุกคนมีโดยสมบูรณ์ ขอเพียงให้ทุกคนคำนึงในใจว่า เราอย่าลืมหน้าที่ความเป็นมนุษย์ ที่อุบัติมาเพื่อรังสรรค์โลก ไม่ใช่เพื่อทำลายโลก อย่าลืมว่ามนุษย์เราไม่พึงก้าวก่ายในหน้าที่และสิทธิส่วนบุคคลของกันและกัน แต่เราอยู่ด้วยกันด้วยไมตรีจิตต์ ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในน้ำใจ นี่คือหน้าที่ของมนุษย์เรา
ชีวิตเราทั้งปวง มีเวลาจำกัดและสั้นนัก เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าชีวิตของเราจะถึงจุดจบเมื่อใด เมื่อมันมาถึงเราอาจไม่ทันได้คาดคิดก็เป็นได้ เพราะจุดจบอยู่แค่เพียงลมหายใจปลายจมูก เมื่อมันไม่หายใจเข้าหรือ ไม่หายใจออกก็ถึงจุดจบ แล้วเราเล่าจะถึงจุดจบได้อย่างสมเกียรติแล้วฤๅยัง? คำตอบนี้ไม่มีใครสามารถตอบให้เราได้ มีเพียงแต่เราต้องตอบคำถามให้กับตัวของเราเองว่า เราทำหน้าที่ของตนสมบูรณ์แล้วฤๅเปล่า? ในชีวิตวัยที่ล่วงมาเสมือนสายน้ำและความฝันที่ไม่หวนกลับ เราละเลิงอยู่ในโลกีย์อย่างมิจฉาทิฏฐิ โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบกับตนเองและผู้อื่นฤๅเปล่า? ในชีวิตวัยที่ผ่านมาเรามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับความคิด วาจา การกระทำร้ายต่อผู้อื่นที่เราไม่พึงพอใจและขัดกับความคิดของเราฤๅเปล่า? ในชีวิตวัยที่ผ่านมาเราหมกมุ่นกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนลืมน้ำใจไมตรีที่ควรมีต่อเพื่อนมนุษย์ สรรพสัตว์ สิ่งแวดล้อมฤๅเปล่า? ในชีวิตวัยที่ผ่านมาในข้อนี้สำคัญที่สุดคือเราเคยทำความดีเพื่อขัดเกลากิเลสตัวเล็ก-ตัวใหญ่ในจิตต์ใจให้เบาบางลงบ้างฤๅยัง?
มนุษย์ทุกคนเมื่อมีชีวิตอุบัติมาบนโลกนี้แล้ว เปรียบเสมือนได้อนรรฆมณีที่มีหน้าที่อยู่เพื่อสิ่งหนึ่งคือ การปลูกต้นไม้ ต้นไม้นั้นคือคุณงามความดี มนุษย์จึงมีหน้าที่ปลูกต้นไม้นี้แล้วพยายามให้มันดำรงอยู่ต่อไปอย่างน้อยสักต้นหนึ่ง เพื่อฝากไว้เป็นอนุสรณ์แก่โลกเมื่อถึงจุดจบ ต้นไม้ที่เราปลูกนั้นมันไม่สำคัญว่าเป็นพันธุ์อะไร ถ้ามันแตกพันธุกรรมมาจากพันธุ์ความดีแล้วไซร้เป็นใช้ได้ แต่จงระวังอย่าปลูกผิดพันธุ์ก็แล้วกัน อย่าให้มันเป็นพันธุ์ที่แตกพันธุกรรมจากความชั่ว เพราะพืชพันธุ์เหล่านั้นที่เราปลูกยามมันผลิดอกออกผลย่อมตกถึงผู้ปลูก ทุกประการ ถ้าเป็นพันธุ์ที่ถูกต้องและดีงาม ผู้ปลูกหวังผล ความเกษม ได้อย่างแน่นอน ถ้าเป็นพันธุ์ที่ปลูกผิดพันธุ์ก็หวังได้เช่นกันคือ ความชั่วร้าย ที่ไม่มีสิ่งใดมาลบล้างเปลี่ยนแปลงสัจธรรมได้
การเดินทางอันแสนยาวไกลเมื่อถึงเวลาก็ถึงจุดจบ โดยยังไม่ทันได้ตั้งตัวเสียแล้ว ท่านผู้อ่านที่รัก
บัดนี้ท่านกำลังทำอะไรอยู่?
ท่านปลูกต้นไม้ฤๅยัง?
แล้วท่านปลูกผิดพันธุ์ฤๅเปล่า?
คุณยายแม่มด
๑๔ ก.พ. ๒๕๖๕