ประวัติศาสตร์แห่งการ 'จูบ' ที่ล้ำลึกมากกว่าที่คุณ 'คิส'
หากจะพูดถึงการแสดงออกทางความรักที่มนุษย์เราคุ้นเคยกันดี นอกเหนือไปจากการกอด การกุมมือ ก็คงหนีไม่พ้นการ ‘จูบ’ ที่สมัยนี้นับว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากเอาเรื่องนี้ไปพูดกันเมื่อสิบหรือร้อยหรือสักพันปีก่อน #TheShout รับรองว่าคงกลายเป็นเรื่องที่ชวนเขินและรู้สึกจั๊กจี๊อยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้ลองค้นประวัติกันดูสักหน่อย ก็จะพบว่าจริงๆแล้วการจูบ มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และจุดเริ่มต้นไม่ได้เกิดจากความโรแมนติกซะด้วย!
.
การจูบ มีจุดแรกเริ่มจากสัญชาตญาณของมนุษย์เองนี่ล่ะ ในสมัยก่อนมีการพบหลักฐานว่ามนุษย์พัฒนาการจูบมาจากการลอกเลียนแบบแม่นกที่กำลังป้อนอาหารให้ลูกนกทางปาก หรือที่เรียกกันว่า Kiss-feeding ซึ่งเป็นการแสดงออกถึงความผูกพันของคนทั้งสองฝ่าย
.
และอีกข้อสันนิษฐานหนึ่ง คือบรรพบุรุษของมนุษย์เมื่อหลายล้านปีก่อน ที่ยังอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสีเขียวของพืชผัก และของหายากในยุคนั้นก็คือผลไม้สุกที่เป็นสีแดง จึงกลายเป็นวิวัฒนาการที่ว่าสีแดงเป็นสีที่สะดุดตา กระตุ้นความรู้สึกได้ดี เหตุที่ทำให้การจูบเริ่มจากริมฝีปาก ที่มีสีแดง น่าดึงดูด ก็อาจมีที่มาได้จากข้อสันนิษฐานนี้ได้เช่นกัน
.
ประเทศไทยเราก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ว่าการจูบนั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร เพราะหากจะพูดถึงความเขินอาย ประเทศเราในยุคก่อนก็นับว่าหลีกเลี่ยงที่จะกล่าวถึงอยู่ไม่น้อย แต่จากในเว็บไซต์ศิลปวัฒนธรรมของไทย มีหลากหลายวรรณกรรมที่มีการแต่งบทกลอนเกี่ยวข้องกับปากและการจูบ
.
‘เชยชมชู้ปากป้อน แสนอมฤตรสข้อน สวาทเคล้าคลึงสมรฯ’ บทกลอนหนึ่งในเรื่องลิลิตพระลอ ที่แปลความถึงการใช้ปากที่คล้ายการจูบ สื่อความถึงการพูดจาเอาอกเอาใจ นับว่าเป็นบทวรรณกรรมที่ได้รับความนิยม จึงสันนิษฐานได้ว่าการจูบในไทยแรกเริ่มนั้น คือการมองในฐานะศิลปะผ่านบทวรรณกรรมและภาพวาด
.
ถึงแม้ประวัติศาสตร์แรกเริ่มของการจูบนั้นจะไม่ได้เริ่มจากความโรแมนติกและความต้องการทางเพศเสียทีเดียว แต่การจูบก็ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนความผูกพันของมนุษย์ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นสมองให้เรารู้สึกมีความสุขและผูกพันกับอีกฝ่ายเพิ่มมากขึ้นด้วย
.
การจูบจึงนับได้ว่าเป็นสัญชาตญาณที่แฝงมาพร้อมสัญลักษณ์สื่อความหมายบางอย่าง ที่ไม่เพียงแต่ทำให้จิตใจผ่อนคลาย แต่การจูบยังนับว่าเป็นสิ่งน่าอัศจรรย์ เพราะสามารถบรรยายความรู้สึกของมนุษย์ได้อย่างหลากหลายและมีมิติได้มากกว่าวาจาเสียอีก
ข้อมูลอ้าง 1 : https://www.sanook.com/men/14273/
ข้อมูลอ้าง 2 : https://www.silpa-mag.com/culture/article_10799
Read Me - We Shout l The Shout
Living Online Magazine
[Life, Culture, Creative, Spirit]