โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผอ.โรงเรียน รับบิดพุง-ทุบหลังเด็กจริง เผยเสียความรู้สึก นำธูปดอกเดียวมาไหว้ หัวเราะใส่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 14 ก.พ. 2565 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 14 ก.พ. 2565 เวลา 10.30 น.

ผอ.โรงเรียน รับบิดพุง-ทุบหลังเด็กจริง เผยเสียความรู้สึก นำธูปดอกเดียวมาไหว้ หัวเราะใส่

จากกรณี น.ส.ดาว เข็มมี อายุ 45 ปี พาบุตรนักเรียนชายชั้น ป.5 โรงเรียนหนองแวง ตำบลซับสีทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ และฝากวิงวอนผ่านสื่อมวลชนให้ช่วยตรวจสอบให้ความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วยหลังจากที่ลูก ด.ช.ป.5 ถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บจากถูกทำโทษเกินเหตุของ ผอ.ร.ร.รายนี้

ซึ่งด้าน น.ส.ดาว ผู้เป็นแม่ร้องขอความเป็นธรรมหลังทราบข่าวว่าลูกชาย อายุ 11 ปี เรียนชั้น ป.5 โรงเรียนหนองแวง ถูก ผอ.โรงเรียนดังกล่าวทำร้ายร่างกายหน้าเสาธง ตอนเช้าของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จนทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง โดยระบุว่า ช่วงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2565 ที่โรงเรียนได้มีการทำพิธีไหว้ครู แต่นักเรียนคือลูกชายของตนด้วยความดื้อซนของเด็ก ได้ทำธูปไหว้ครูที่อยู่ในกรวยหายไปเหลือเพียง 1 ดอก และหลังจากนั้นได้ทำการไหว้ครูเพียงดอกเดียว จน ผอ.ร.ร.รายนี้ทราบเรื่อง ก่อนที่เช้าวันที่ 11 ก.พ.65 ผอ.ได้มาเรียกลูกชายของตนไปลงโทษทำร้ายร่างกายบริเวณหน้าเสาธงต่อหน้าเพื่อนๆ นักเรียน และคณะครูทุกคนในโรงเรียนขณะเข้าแถวหน้าเสาธง

จากการสอบถามนักเรียนที่ถูกทำร้ายร่างกายระบุว่า ครูที่ตนนำดอกไม้ไปไหว้ก็ไม่ได้บอกว่าครูนั้นไม่พอใจที่นำธูปไปไหว้ครูเพียงดอกเดียวแต่อย่างใด จนกระทั่งเช้าอีกวัน ผอ.ได้เรียกให้ออกจากแถวหน้าเสาธงเพื่อมายืนหน้าเสาธง ก่อนที่จะทำการบิดท้อง 5 ครั้ง และบิดหู 2 ข้าง พร้อมทั้งทุบหลังจำนวนหลายครั้งจนทำให้ตนนั้นได้รับความอับอายและได้รับบาดเจ็บ กระทั่งพ่อมารับได้นำเรื่องเล่าให้พ่อฟัง ก่อนที่พ่อจะทำการปรึกษากับแม่ และพาเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองชัยภูมิ

ส่วนเด็กนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ต่างพากันตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ได้เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังเช่นกันว่า ผอ.คนดังกล่าวได้เคยทำนักเรียนในลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง และครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก จึงทำให้นักเรียนทุกกลัว ผอ.รายนี้

ด้าน นายยอดชาย อายุ 47 ปี พ่อของเด็กนักเรียนที่ถูกทำร้ายอยากฝากสื่อช่วยนำเสนอเพราะไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวนี้อีก อีกทั้งขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย และ อยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยตรวจสอบเพราะว่าครั้งนี้ไม่ได้เกิดกับลูกชายของตนเป็นคนแรก และยังมีลูกของคนอื่นที่เรียนอยู่โรงเรียนนี้ถูกทำร้ายมาก่อนเช่นกัน อีกทั้งหลังจากที่ตนและลูกชายได้เข้าแจ้งความไป ทาง ผอ.ก็ได้เข้ามาหาที่บ้านพร้อมกับคำขอโทษขอให้จบเรื่อง แต่ตนเห็นว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงและมีผู้อยู่ในเหตุการณ์จำนวนมาก จึงอยากให้ทางเจ้าหน้าที่ดำเนินการตามขั้นตอนให้ถึงที่สุด

ล่าสุด เช้าวันนี้ (14 ก.พ.65) ด้าน น.ส.ศรประกาย เหมือนขุนทด ครูประจำชั้นของนักเรียนชั้น ป.5 กล่าวว่า วันนั้นหลังจากที่เกิดเรื่องตนก็ได้นำเรื่องดังกล่าวไปเรียนต่อ ผอ.ของทางโรงเรียนจริง และยืนยันว่าตนนั้นได้บอกนักเรียนคนดังกล่าวแล้ว แต่นักเรียนก็ได้บอกกับตนว่าทำเล่นๆ ก่อนที่จะมีท่าทีเยาะเย้ย ก่อนที่ตนจะนำเรื่องไปบอก ผอ.ก่อนเข้าแถวในวันนั้น

ด้าน นางพัทธนันท์ พัฒนพุฒิเลิศ ผอ.โรงเรียนหนองแวง ตำบลซับสีทอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ กล่าวว่า ยอมรับผิดว่าตนได้ทำต่อเด็กชายชั้น ป.5 บริเวณหน้าเสาธงจริง อีกทั้งยอมรับว่า ได้บิดพุง บิดหู และทุบหลังจริง แต่ยืนยันว่าที่ทำลงไปเพราะได้บอกเด็กนักเรียนแล้ว แต่นักเรียนได้หัวเราะเยาะ โดยตนเสียความรู้สึกก่อนที่จะกระทำการดังกล่าว อีกทั้งในวันนั้นตอนช่วงเย็นตนก็ได้เดินทางไปที่บ้านของนักเรียนเพื่อกล่าวคำขอโทษต่อหน้าผู้ปกครองแล้ว แต่ผู้ปกครองยืนยันว่าจะดำเนินคดี ในส่วนของตนก็จะเดินทางไปที่ สภ.ในวันนี้ด้วย พร้อมยอมรับผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นต่อไป

ขณะเดียวกัน ด้าน พ.ต.อ.สมิต นันท์ฤมิตร ผกก.สภ.เมืองชัยภูมิ ได้เชิญผู้ปกครองของนักเรียนชายชั้น ป.5 และผู้อำนวยการโรงเรียนหนองแวง พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพื่อเข้ามาทำการสอบสวนข้อเท็จจริง อีกทั้ง ผอ.โรงเรียนหนองแวง ก็ยอมรับผิดทุกกรณีและพร้อมเยียวยาทั้งตัวนักเรียนและผู้ปกครองในทุกส่วนและจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว เพื่อจะนำบทเรียนครั้งนี้ไปแก้ไขไม่ให้เกิดปัญหาเช่นนี้ขึ้นอีกต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...