โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

รู้หรือไม่ ไฟเลี้ยว Mazda ไม่เหมือนใคร แถมใช้เวลาพัฒนาถึง 2 ปี!

AutoFun Thailand

อัพเดต 24 เม.ย. 2566 เวลา 00.00 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 23.09 น. • May
เผย Mazda (มาสด้า) พัฒนาไฟเลี้ยวที่มีความแตกต่างจากค่ายรถรายอื่น เนื่องจากมีการกระพริบเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์

เผย Mazda (มาสด้า) พัฒนาไฟเลี้ยวที่มีความแตกต่างจากค่ายรถรายอื่น เนื่องจากมีการกระพริบเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์

รถยนต์ยุคใหม่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบความปลอดภัยหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ถูกอัพเกรดเพื่อให้ทันต่อไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้คนและช่วยปกป้องทุกชีวิตบนท้องถนน

ขณะเดียวกัน ฟังก์ชั่นง่าย ๆ อย่างไฟเลี้ยวก็ยังมีการพัฒนาให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น รถยนต์หลายรุ่นใช้ไฟกระพริบแบบซีเควนเชียลหรือวิ่งไปตามทางเลี้ยว ล่าสุด Mazda ภาคภูมิใจนำเสนอไฟเลี้ยวที่แตกต่างออกไป

เผย Mazda (มาสด้า) พัฒนาไฟเลี้ยวที่มีความแตกต่างจากค่ายรถรายอื่น เนื่องจากมีการกระพริบเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์

เมื่อหัวใจเต้นแรง

ระบบไฟเลี้ยว Dimming Turn Signals ถูกติดตั้งครั้งแรกในรถเอสยูวี Mazda CX-30 โดยเป็นผลงานการออกแบบของอัตซูชิ โยชิดะ ดีไซเนอร์ของบริษัทฯ ที่ต้องการสร้าง “ความเป็นมนุษย์” ไว้ในตัวรถมากขึ้น

โยชิดะซังกล่าวว่าไฟเลี้ยวแบบ LED ให้ประโยชน์มากมายอยู่แล้ว แต่การกระพริบเฉย ๆ นั้นดูเย็นชาและเป็นดิจิทัลมากไปหน่อย เขาเลยออกแบบไฟเลี้ยวให้กระพริบด้วยแสงหรี่ไล่ระดับคล้ายกับการเต้นของหัวใจมนุษย์

“ไฟเลี้ยวเป็นการสื่อสารที่ง่ายที่สุดของคนขับ เพื่อสร้างความสนใจให้คนเดินถนนและผู้ขับขี่คนอื่น ผมหวังว่าการออกแบบไฟเลี้ยวให้เหมือนการเต้นของหัวใจ กล่าวคือสว่างขึ้นแล้วค่อย ๆ หรี่ลงนั้นจะช่วยสร้างความรู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัยมากขึ้น” โยชิดะซัง กล่าวเพิ่มเติม

เผย Mazda (มาสด้า) พัฒนาไฟเลี้ยวที่มีความแตกต่างจากค่ายรถรายอื่น เนื่องจากมีการกระพริบเหมือนจังหวะการเต้นของหัวใจมนุษย์

เพื่อสร้างจังหวะการกระพริบ โยชิดะซังต้องศึกษาเครื่องตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจเพื่อดูจังหวะการเต้น การสว่างและการดับลงที่เหมือนจริงมากที่สุด ก่อนที่จะถ่ายทอดไปยังไฟเลี้ยว ฟังดูเหมือนง่าย แต่แท้จริงแล้วการพัฒนาไฟเลี้ยวดังกล่าวต้องใช้เวลาถึง 2 ปีเลยทีเดียว

ความยากลำบากในการพัฒนา โดยเฉพาะปัญหาไฟเลี้ยวกระพริบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ทีมงานของโยชิดะไม่สามารถติดตั้งระบบนี้ไว้ใน Mazda 3 ใหม่ตามแผนได้ทัน จึงต้องเลื่อนมาติดตั้งใน CX-30 แทน

“ผมต้องการช่วยเพิ่มคุณค่าให้แก่รถยนต์ Mazda ผ่านการออกแบบระบบไฟ ถึงแม้ปัจจุบันจะเป็นเรื่องของรถยนต์ไฟฟ้าและระบบขับขี่อัตโนมัติ แต่ผมต้องการแสดงให้เห็นว่าฟังก์ชั่นเล็ก ๆ อย่างไฟเลี้ยวก็มีความสำคัญเช่นกัน” โยชิดะซังกล่าวปิดท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...