โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตรียมประกาศ ‘โควิด’ เข้าสู่ ‘โรคประจำถิ่น’ 1 ก.ค.

The Bangkok Insight

อัพเดต 09 มี.ค. 2565 เวลา 07.50 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2565 เวลา 07.40 น. • The Bangkok Insight

สธ. เตรียมประกาศ 'โควิด' เข้าสู่ 'โรคประจำถิ่น' 1 ก.ค. ตัวเลขผู้สียชีวิตลดลง คาด มิ.ย.เหลือผู้ป่วย 1-2 พันคน เร่งปรับแก้กม. 9 ฉบับเพื่อวางแผนการรักษา ย้ำ ไม่จำเป็นต้องมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินอีกต่อไป

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังประชุม คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ครั้งที่ 2 /2565 ว่า ที่ประชุมเห็นชอบวางแผนและกรอบการเข้าสู่โควิดเป็นโรคประจำถิ่น  และเตรียมวางแผนการรักษา การดูแลผู้ป่วย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข

แนวปฏิบัติ 4 เดือน ก่อนเป็นโรคประจำถิ่น

ระหว่างนี้ประชาชนยังต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด มาตรการป้องกันตนเองส่วนบุคคล ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือ เว้นระยะห่าง  และ ยังต้องรณรงค์ให้กลุ่มคน 608 ทั้งผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ รับวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือ เข็ม 3-4  ก่อนเทศกาลสงรานต์

เนื่องจากข้อมูลของผู้เสียชีวิต ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนี้ และเป็นผู้ที่มีอาการรุนแรง ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ทั้งยังมีผู้สูงอายุถึง 2 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน

"มาตรการต่างๆที่ปรับมาเหล่านี้ต้องสอดคล้องกันหมด ทั้งการรักษา การจ่ายยาเวชภัณฑ์ อัตราตัวเลขผู้วยติดเชื้อ และเสียชีวิต ต้องเป็นที่ยอมรับได้ตามมาตรฐานสากล"

นายอนุทิน กล่าวว่า สอดคล้องกับเมื่อวานนี้ ที่ครม. เห็นชอบ เรื่อง UCEP PLUS  ที่ให้ผู้ป่วยสีเขียว เข้ารับการรักษาแบบ Home Isolation  และให้คนป่วยสีเหลือง สีแดง ยังรับบริการรักษาฉุกเฉินทุกที่ จนกว่าจะหายดี ซึ่งจะมีผลในวันที่ 16 มี.ค.

ส่วนเรื่องของพรก.ฉุกเฉินมีขึ้นเพื่อควบคุมสถานการณ์โรคหากควบคุมโรคได้ ก็ไม่จำเป็นต้องมีพรก. ยืนยัน นายกรัฐมนตรีไม่ต้องการให้มีสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่นกัน

นพ.เกียรติภูมิ วงค์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ เพื่อวางกรอบการเป็นโรค ประจำถิ่นว่า ต้องทำอย่างไร โดยจะแบ่งเป็น 4 เฟส ของการเข้าสู่การเป็นโรค ประจำถิ่น ดังนี้

นพ.เกียรติภูมิ วงค์รจิต

4 ระยะ ก่อนเข้าสู่โรคประจำถิ่น

ระยะที่ 1 (12 มี.ค.-ต้นเม.ย.) เรียกว่า Combatting ต้องออกแรงกดตัวเลขไม่ให้สูงกว่านี้  เป็นระยะต่อสู้ เพื่อลดการระบาด ลดความรุนแรงลง

ระยะที่ 2 (เม.ย.-พ.ค.) เรียกว่า Plateau คือ การคงระดับผู้ติดเชื้อไม่ให้สูงขึ้น ให้เป็นระนาบจนลดลงเรื่อยๆ

ระยะที่ 3 (ปลาย พ.ค.-30 มิ.ย.) เรียกว่า Declining  การลดจำนวนผู้ติดเชื้อลงให้เหลือ 1-2 พันราย

ระยะ ที่  4 ตั้งแต่ 1 ก.ค.2565 เป็นต้นไป เรียกว่า Post pandemic  คือ ออกจากโรคระบาด เข้าสู่โรค ประจำถิ่น

โรคประจำถิ่น

โดย ช่วงแรก มีนาคม -เมษายน ภายใน 1 เดือน จะพยายามให้กราฟตัวผู้ป่วยติดเชื้อ ที่ตอนนี้เป็นขาขึ้น ให้คงตัว เป็นแนวระนาบ จากนั้น ในช่วง พฤษภาคม- มิถุนายน เป็นช่วงที่ผู้ป่วยติดเชื้อจะค่อยๆลดลง ในช่วงปลายมิ.ย. หรือ ราว 30 มิถุนายน ตัวเลขผู้ป่วยติดเชื้อคาดเหลือ  1,000-2,000 คนต่อวัน

ทั้งนี้จะต้องมีการปรับแก้กฎหมาย 9 ฉบับ เพื่อเข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่น และต้องทำให้มาตรฐาน Covid Free Setting  เป็นมาตรฐานการควบคุมโรคในอนาคต มีแนวทางการรักษาที่เหมาะสม สอดคล้องกัน และ ในส่วนของอัตราการเสียชีวิต ก็ต้องลดลง เหลือประมาณ  1 ใน 1,000 โดยอัตราการเสียชีวิตของไทยขณะนี้อยู่ที่ 0.19% ขณะที่ทั่วโลก อยู่ที่ 1.3%

อ่านข่าวเพิ่มเติม

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...