โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คลี่คลายปมทับลาน! รัฐบาลเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน

แนวหน้า

เผยแพร่ 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลคลี่คลายปมทับลาน เดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลง แยกชาวบ้าน–นายทุน ยึดกฎหมายควบคู่รักษาผืนป่า

เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทับลานที่ยืดเยื้อมายาวนาน โดยยึดหลักการสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้กรอบกฎหมายและข้อมูลข้อเท็จจริง พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการกำหนดแนวทางแก้ไข

รองโฆษกฯกล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 9/2569 ว่า ทุกฝ่ายได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงกังวลอย่างสร้างสรรค์ จนสามารถกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ โดยยึดหลักข้อเท็จจริง กฎหมาย และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งได้รับการยอมรับและสร้างความเข้าใจร่วมกันเป็นอย่างดี

สาระสำคัญของแนวทางดำเนินการ ประกอบด้วย การเดินหน้าพิสูจน์สิทธิรายแปลงอย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ การคัดแยกประชาชนผู้ครอบครองและทำกินโดยสุจริตออกจากกลุ่มนายทุนหรือผู้บุกรุกพื้นที่ป่าโดยมิชอบ รวมทั้งยืนยันว่าการดำเนินงานทุกขั้นตอนจะอยู่บนพื้นฐานของกฎหมายและข้อมูลเชิงประจักษ์ เพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมรักษาทรัพยากรธรรมชาติของประเทศควบคู่กันไป

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมยังย้ำชัดว่า การดำเนินการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับลานครั้งนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะพื้นที่ที่มีข้อเท็จจริงและประวัติความเป็นมาที่แตกต่างกัน ไม่ใช่แนวทางที่จะนำไปใช้กับพื้นที่อื่นโดยอัตโนมัติ พร้อมยืนยันว่าการดำเนินคดีต่อผู้บุกรุกพื้นที่ป่าโดยผิดกฎหมายยังคงเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมอย่างเคร่งครัด

"รัฐบาลเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาที่ดินทับลานต้องสร้างความสมดุลระหว่างการคุ้มครองสิทธิของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบกับการอนุรักษ์ผืนป่าของประเทศ การทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่ความเข้าใจร่วมกัน และเป็นรากฐานของการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน เพื่อให้คนอยู่กับป่าได้บนพื้นฐานของกฎหมาย ความเป็นธรรม และประโยชน์สูงสุดของประเทศ" นางสาวลลิดา กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...