โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“กรภัทร” ชี้สหรัฐเล็งเก็บภาษี 60 ประเทศ รวมไทย กดดันแค่จิตวิทยา หาจังหวะย่อโอกาสสะสมหุ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS เปิดเผยผ่าน “ทีมข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ว่ากรณี สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เปิดเผยข้อเสนอการใช้มาตรการทางภาษีภายใต้มาตรา 301 ต่อประเทศและเขตเศรษฐกิจจำนวน 60 แห่ง รวมถึงประเทศไทย โดยระบุว่าประเทศเหล่านี้ยังไม่มีมาตรการและการบังคับใช้กฎหมายที่เพียงพอในการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานบังคับ (Forced Labor) นั้น มองว่ายังเป็นประเด็นที่ส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ มองภาพรวมตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ (4 มิ.ย.69) ยังคงรักษาโมเมนตัมเชิงบวกได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมาตรการดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาและเปิดรับฟังความคิดเห็น (Hearing) ก่อนมีผลบังคับใช้ อีกทั้งไม่ได้เป็นมาตรการที่มุ่งเป้าต่อประเทศไทยเพียงประเทศเดียว แต่ครอบคลุมหลายประเทศทั่วโลก

นายกรภัทรกล่าวว่า ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในระยะสั้นจะอยู่ในกลุ่มหุ้นส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรและอาหาร รวมถึงกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งอาจเผชิญแรงขายจากความกังวลของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม มองว่าเป็นเพียงแรงกดดันด้านจิตวิทยาและยังไม่ส่งผลกระทบต่อแนวโน้มการดำเนินธุรกิจหรือศักยภาพการเติบโตในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ตลาดหุ้นไทยยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการเข้าสู่วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ (New CAPEX Cycle) ทั้งการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และช่วยหนุนให้หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนเข้ามาช่วยประคองดัชนีในช่วงที่ตลาดเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก

สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประเมินแนวรับไว้ที่ระดับ 1,580 และ 1,570 จุด ขณะที่แนวต้านสำคัญอยู่ที่ 1,600 และ 1,605 จุด

ด้านกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้นักลงทุนใช้จังหวะที่ตลาดหรือราคาหุ้นอ่อนตัวจากความกังวลเกี่ยวกับมาตรการภาษีของสหรัฐฯ เป็นโอกาสทยอยสะสมหุ้น เนื่องจากมองว่าปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงแรงกดดันระยะสั้น ขณะที่แนวโน้มพื้นฐานของตลาดในระยะกลางถึงระยะยาวยังได้รับแรงสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการลงทุนรอบใหม่

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าของมาตรการภาษีสหรัฐฯ รวมถึงพัฒนาการของโครงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากจะเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...