จีนถูกจับตา “บูรณาการในเงามืด”!! จีน–อิหร่าน ขยายเครือข่ายเศรษฐกิจในดอนบาส เสริมฐานอิทธิพลรัสเซียผ่านเหมือง–หยวน–โลจิสติกส์ หลังบริษัท 17 แห่งลุยธุรกิจโดเนตสก์–ลูฮันสก์ ขณะมอสโกเร่งผนวกเศรษฐกิจเข้าระบบตนเอง
จีน–อิหร่าน ปั้นเครือข่ายเศรษฐกิจในดินแดนยูเครนที่รัสเซียยึดครองจากเหมืองหิน–เหมืองถ่านหิน ถึงระบบเงินหยวน-โลจิสติกส์ใหม่ เสริมฐานอิทธิพลมอสโกในดอนบาส
สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า บริษัทจากจีนและอิหร่านกำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักในโครงข่ายเศรษฐกิจของพื้นที่ยูเครนที่รัสเซียยึดครอง โดยมีบริษัทจีนอย่างน้อย 17 แห่งเข้าไปดำเนินธุรกิจในโดเนตสก์และลูฮันสก์ ครอบคลุมตั้งแต่เหมืองหิน เหมืองถ่านหิน การก่อสร้าง ระบบโทรคมนาคม ไปจนถึงบริการทางการเงิน ข้อตกลงจัดหาเครื่องจักรบดหินของ Zhongxin Heavy Industrial Machinery และ Amma Construction Machinery ให้กับเหมืองหิน Karansky ถูกใช้ขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างในเมืองที่เสียหายจากสงครามอย่างมาริอูโปล รวมถึงพื้นที่อื่นที่รัสเซียยึดครอง
ในขณะที่รัสเซียผนวกดินแดนทั้งสี่ภูมิภาคในปี 2022 และสร้าง “ภาพลวงตา” ของเอกราชผ่านคณะรัฐมนตรีและด่านพรมแดน กลไกจริงกลับอยู่ภายใต้การควบคุมจากมอสโก พร้อมข้อกล่าวหาการทรมานและกำจัดนักกิจกรรมหรือธุรกิจที่ไม่ยอมร่วมมือ ท่ามกลางการล่มสลายของเศรษฐกิจดั้งเดิมในดอนบาส เหมืองถ่านหินกว่า 90 แห่งเหลือดำเนินการเพียงห้าแห่ง ซึ่งหันมาปรับตัวทำงานร่วมกับจีนและรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ ขนานไปกับการ “ใช้เงินหยวนเต็มรูปแบบ” ผ่านระบบชำระเงินดิจิทัลของจีน บริการแลกเปลี่ยนบน Telegram และการกระจายสกุลเงินหยวนผ่านธนาคารเกือบ 80 แห่งในพื้นที่
แมกซิม บุตเชนโก จาก Eastern Human Rights Group นิยามกระบวนการนี้ว่าเป็น “การบูรณาการในเงามืด” เนื่องจากจีนยังคงย้ำจุดยืนบนเวทีทางการเมืองเรื่องบูรณภาพดินแดนของยูเครนและความเป็นกลางต่อสงคราม แต่ในทางปฏิบัติกลับเปิดพื้นที่ให้บริษัทของตนเข้าไปครอบครองตลาดในดินแดนยึดครอง ทั้งในรูปชิ้นส่วนโดรน อุปกรณ์สื่อสาร และบริการทางการเงิน โดยที่รัฐปักกิ่ง “หลับตาข้างหนึ่ง” ต่อความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตร ขณะที่ยูเครนออกมาตรการจำกัดการทำธุรกิจกับบริษัทจีนหลายราย รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ด้านเทคโนโลยีและพลังงาน แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทั้งจากความพึ่งพาเทคโนโลยีราคาต่ำและข้อจำกัดด้านทางเลือกทดแทน
ด้านอิหร่าน รัสเซียถูกระบุว่ากำลังผลักดันให้ดินแดนยึดครองบูรณาการเข้าสู่ห่วงโซ่โลจิสติกส์ของเตหะราน ผ่านการส่งออกถ่านหิน ธัญพืช และผลิตภัณฑ์อย่างเคซีนจากดอนบาสไปยังอิหร่าน อาศัยบริษัทเหมืองอย่าง Donskiye Ugli เป็นตัวกลาง ภายใต้เครือข่ายผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองยูเครนสาย亲รัสเซียที่ใกล้ชิดเครมลิน สถานการณ์นี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนเตือนว่า การขยายตัวของบริษัทอิหร่านในพื้นที่ยึดครองไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่รัสเซีย “อนุญาตและส่งเสริม” เพื่อสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจคู่ขนานให้ดินแดนที่ยึดครองอยู่นอกระเบียบเศรษฐกิจสากลหลัก
#imctnewsรายงาน
ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122306975924234582&id=61557037466190&rdid=siGvKU522iW9C6n8#