TASCO หุ้นยางมะตอยปันผลดี จับตาปี 67 ให้ยีลด์ทะลุ 5%
หุ้นปันผลสัปดาห์นี้ Wealthy Thai ขอนำเสนออีกหนึ่งหุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากปันผลดีและมีการจ่ายอย่างสม่ำเสมอ นั่นคือ TASCO หรือ บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางมะตอยสำหรับนำไปใช้ในการก่อสร้างถนนทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก หรือ “หุ้นยางมะตอย” ที่หลายคนคุ้นเคย
ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าในปี 2567 บริษัทจะให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) สูงเกิน 5% ขณะเดียวกันผลประกอบการยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเบิกจ่ายงบประมาณที่ไม่ได้ล่าช้าเหมือนปีก่อน ทำให้แนวโน้มธุรกิจยางมะตอยน่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดการณ์ว่าในปี 2567 บริษัทจะจ่ายปันผลในอัตรา 1.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.3% เนื่องจากปกติบริษัทจะมีการแบ่งจ่ายเงินปันผล 2 งวดต่อปี แต่ในปีนี้ไม่ได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล ส่วนปี 2568 คาดการณ์ว่าจะจ่ายปันผลในอัตรา 1.05 ต่อหุ้น และคิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.3% เช่นเดียวกัน
ส่วนแนวโน้มการดำเนินงาน เบื้องต้นบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) คาดกำไรปกติในไตรมาส 4/67 ที่ระดับ 800 ล้านบาท ทรงตัวอยู่ในระดับสูงได้ต่อเนื่องจากไตรมาส 3/67 แม้ผ่านช่วงของการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณฯ เพราะปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจในต่างประเทศจะสามารถชดเชยผลกระทบได้ ขณะที่มื่อทัยบกับไตรมาส 4/66 คาดกำไรปกติสามารถเติบโตได้จากฐานที่ต่ำในปีก่อน หลังการอนุมัติงบประมาณฯ ไม่ล่าช้าเหมือนปีก่อน และคาดเริ่มเบิกจ่ายได้ในเดือนธ.ค.
รวมถึงคาดมีการเบิกจ่ายงบซ่อมแซมถนนหลังเหตุการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือคลี่คลาย หากมองไปช่วงไตรมาส 1/68-2/68 คาดกำไรปกติจะสามารถเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2567 ได้ต่อเนื่อง จากการเข้าสู่ช่วง High Season ของธุรกิจในประเทศ (การเบิกจ่ายงบประมาณฯ ทำได้เต็มที่ ต่างจากปีก่อนที่การเบิกจ่ายเริ่มขึ้นในช่วงกลางไตรมาส 2/67)
ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ปรับกำไรปี 2567-2569 ขึ้นอีกครั้ง หลังธุรกิจยางมะตอยมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง โดยปรับกำไรขึ้น 25%, 14% และ 6% เป็น 1,902 ล้านบาท ลดลง 22% จากปีก่อน, 1,999 ล้านบาท เติบโต 5% จากปีก่อน และ 2,013 ล้านบาท เติบโต 1% จากปีก่อน ตามลำดับ
จากการปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 2567 ขึ้นเป็น 12.4% จากเดิม 10.7%, ปี 2568 เป็น 12.4% จากเดิม 11.3% และปี 2569 เป็น 12.5% จากเดิม 12.1% เพื่อสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจยางมะตอยที่มีแนวโน้มฟื้นตัวกลับมาอยู่ในระดับปกติ หลังผ่านช่วงของการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปีที่ล่าช้า และราคาน้ำมันดิบ (ใช้เป็นราคาอ้างอิงวัตถุดิบของบริษัทฯ) ที่มีแนวโน้มปรับตัวลงเร็วกว่าราคาขายยางมะตอยในประเทศ
นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่ประชุม ครม. ได้มีการอนุมัติโครงการมอเตอร์เวย์ M9 วงเงิน 4.7 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงคมนาคมยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินงานอีกราว 3 โครงการที่คาดมีความชัดเจนภายในช่วง 6-12 เดือนข้างหน้า ซึ่งฝ่ายวิเคราะห์มองว่าการลงทุนในโครงการมอเตอร์เวย์และทางพิเศษที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนความต้องการใช้ยางมะตอยในประเทศและเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนการเติบโตของบริษัทในช่วง 4-5 ปี ข้างหน้า
อย่างไรก็ตาม ผลจากการปรับประมาณการขึ้นและการปรับ PBV ที่ใช้ประเมินมูลค่าขึ้นเป็น 2.0 เท่า เพื่อสะท้อนสภาวะธุรกิจที่อยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2568 ของ TASCO จะอยู่ที่ 22.40 บาทต่อหุ้น และคาดเงินปันผลที่ระดับ 1.05 บาทต่อหุ้น คิดเป็น Dividend Yield ที่ 5.3% พร้อมคงคำแนะนำ “ซื้อ”