โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

นับถอยหลังรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน EEC ส่งต่อ ร.ฟ.ท.หา 1.2 แสนล้านสร้างเอง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 ธ.ค. 2567 เวลา 23.59 น. • เผยแพร่ 12 ธ.ค. 2567 เวลา 23.59 น.
จุฬา สุขมานพ

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินเตรียมนับถอยหลัง ชี้ชะตาว่า “ได้ไปต่อหรือพอแค่นี้” เมื่อจนถึงขณะนี้ยังไม่สามารถเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ทั้งที่ผ่านมติจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC มาแล้วกว่า 2 เดือน ส่งผลให้การเดินหน้าโครงการอาจไม่ทันสิ้นปี 2567 ตามไทม์ไลน์เดิมที่กำหนดไว้ มีโอกาสสูงที่อาจจะต้องตัดสินใจโยนให้ “ร.ฟ.ท.” ทำแทน

ยื้อเข้า ครม.ทำ EEC เสียโอกาส

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC กล่าวว่า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ขณะนี้ยังไม่มีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามที่ได้เคยคาดไว้ว่าจะเสนอเข้าได้ในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา และยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเข้า ครม.ทันปี 2567 นี้หรือไม่

ซึ่งหากนับตั้งแต่คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) หรือบอร์ด EEC เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2567 ซึ่งมี นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม ที่ได้มีมติเห็นชอบหลักการการแก้ไขปัญหาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน โดยการปรับปรุงสัญญาร่วมลงทุนเพื่อผลักดันให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ บนพื้นฐานที่ภาครัฐไม่เสียประโยชน์และภาคเอกชนไม่ได้ประโยชน์เกินสมควร นับแล้วกินเวลามาเกือบจะ 2 เดือน

หากไม่ทำตามกำหนดโครงการดังกล่าวจะต้องยืดระยะเวลาออกไปอีกอย่างแน่นอน ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่ายิ่งล่าช้านานเท่าไร ยิ่งสูญเสียโอกาสในการที่จะพัฒนาเมือง พัฒนาแต่ละสถานี พื้นที่ตลอดแนวเส้นทางรถไฟ รวมถึงสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ด้วยทางเชื่อมเข้าสนามบินจะอยู่ใต้รันเวย์ที่ 2 ทำให้การสร้างรันเวย์ต้องชะงักไปด้วย ซึ่งเขาอาจต้องขอให้ EEC เยียวยาจากเหตุล่าช้าตรงนี้ด้วยเช่นกัน รวมถึงยังเสียโอกาสในการดึงการลงทุนเข้ามาใน EEC เพราะบางโครงการจำเป็นที่ต้องเห็นความชัดเจนของโครงการนี้ก่อน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาเป็นซัพพลายเชนในโครงการดังกล่าว

โยน ร.ฟ.ท.ลงทุนเอง

ซึ่งตามกรอบการดำเนินงานเดิมในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2567 จะนำเข้า ครม. เพื่อพิจารณาในหลักการ จากนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (บริษัทลูก ซี.พี.) ผู้ชนะการประมูลจะต้องเจรจาและยอมรับในการแก้ไขสัญญาฉบับใหม่ หากไม่มีประเด็นโต้แย้งจะนำร่างสัญญาฉบับใหม่ ส่งให้สำนักงานอัยการสูงสุดตรวจสอบในถ้อยคำและเงื่อนไขต่าง ๆ ที่มีการแก้ไข และจะเข้า ครม.อีกครั้ง เพื่ออนุมัติร่างสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะต้องให้เสร็จภายในสิ้นปี 2567 เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่

และหลังการแก้ไขสัญญา เอรา วัน จะต้องเข้ามาเซ็นสัญญาใหม่ จากนั้นทาง ร.ฟ.ท. จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ทันที คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2568 โดยจะสามารถเปิดให้บริการได้ภายในปี 2572

ในเวลาอีก 2 สัปดาห์ที่เหลือก่อนจะสิ้นปี 2567 จึงต้องรอดูว่าจะสามารถนำเข้า ครม.ได้หรือไม่ หากเข้าได้ก็ยังถือว่าเป็นไปตามกรอบเดิมไม่ล่าช้าเกินไป แต่หากต้องข้ามไปปี 2568 ไม่ได้อยู่ในกรอบเวลาที่เคยกำหนดไว้ แน่นอนว่ากระบวนการหลาย ๆ อย่างที่เตรียมไว้จะต้องล่าช้าขยายเวลาออกไปอีก

และเมื่อเกินกรอบเวลาเดิมอาจต้องตัดสินใจว่าโครงการนี้ ร.ฟ.ท. เป็นผู้เข้ามาลงทุนแทนโดยจะต้องใช้เงินลงทุน 120,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างโครงสร้างระบบราง ส่วนตัวขบวนรถจะเปิดให้เอกชนเข้ามาประมูลเพื่อการเดินรถ ในส่วนนี้จะใช้เงินลงทุนอีกประมาณ 40,000 ล้านบาท

กรณีหากเข้าทันตามกรอบเดิมก็ต้องมาดูว่า เอรา วันจะเข้ามาเซ็นสัญญาใหม่หรือไม่ หากยังไม่เซ็นสัญญาหรือหลังจากออก NTP ภายในเวลาที่กำหนดแล้วยังไม่มีการเริ่มก่อสร้าง จะถือว่า เอรา วัน มีเจตนาที่ส่อไปในทางที่จะไม่ดำเนินโครงการต่อ โดย ร.ฟ.ท.สามารถยกเลิกสัญญาได้ ส่วนจะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องหรือไม่นั้น ต่างฝ่ายก็มีสิทธิที่จะทำเช่นกัน

เอกชนขอแก้สัญญา 5 ข้อ

สำหรับสัญญาใหม่ที่มีการแก้ไข 5 ข้อ คือ 1.วิธีชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุน (Public Investment Cost : PIC) จากเดิม รัฐจะจ่ายเมื่อเอกชนเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง โดยรัฐจะแบ่งจ่ายเป็นเวลา 10 ปี ปีละเท่า ๆ กัน รวมเป็นเงินจำนวน 149,650 ล้านบาท เปลี่ยนมาเป็น รัฐจะจ่ายเป็นงวดตามความก้าวหน้าของงานก่อสร้างที่ ร.ฟ.ท.ตรวจรับ วงเงินไม่เกิน 120,000 ล้านบาท แต่มีเงื่อนไขให้ บริษัท เอเชีย เอรา วัน ต้องวางหลักประกันเพิ่มเติมจากสัญญาเดิมรวมเป็นจำนวน 160,000 ล้านบาท เพื่อประกันว่า งานก่อสร้างและรถไฟความเร็วสูงจะเปิดให้บริการได้ภายในระยะเวลา 5 ปี กรรมสิทธิ์สิ่งปลูกสร้างจะทยอยตกเป็นของ ร.ฟ.ท.ทันทีตามงวดการจ่ายเงินนั้น ๆ

2.การกำหนดการชำระค่าสิทธิให้ร่วมลงทุนในโครงการแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) จะให้ บริษัท เอเชีย เอรา วัน แบ่งชำระค่าสิทธิจำนวน 10,671.09 ล้านบาท ออกเป็น 7 งวด เป็นรายปี ในจำนวนแบ่งชำระเท่า ๆ กัน แต่บริษัทจะต้องชำระงวดแรก ณ วันที่ลงนามแก้ไขสัญญากับ ร.ฟ.ท. และบริษัทยังต้องวางหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารในมูลค่าเท่ากับค่าสิทธิ ARL รวมถึงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเงินอื่น ๆ ที่ ร.ฟ.ท.จะต้องรับภาระด้วย

นอกจากนี้ เงื่อนไขการวางค้ำประกันเพิ่มเติมจะประกอบไปด้วยหลักประกันสัญญาวงเงิน 4,500 ล้านบาท ตลอดสัญญา 50 ปี, หนังสือค้ำประกันผู้ถือหุ้นวงเงิน 160,000 ล้านบาท ตลอดสัญญา 50 ปี, หนังสือค้ำประกันค่าก่อสร้างวงเงิน 120,000 ล้านบาท, หนังสือค้ำประกันค่างานระบบวงเงิน 16,000 ล้านบาท, หนังสือค้ำประกันคุณภาพเดินรถวงเงิน 750 ล้านบาท ระยะเวลา 10 ปี และหนังสือค้ำประกันค่ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์ (ARL) รวมกับการชำระงวดที่ 1 ที่เหลือ (456.9 ล้านบาท) วงเงิน 9,147 ล้านบาท เฉพาะวงเงินหลังจะต้องวางหลักประกันไว้อีก 6 ฉบับ ฉบับละ 1,524 ล้านบาท

ต้นทุนลดต้องจ่ายส่วนแบ่งเพิ่ม

3.การกำหนดส่วนแบ่งผลประโยชน์ตอบแทน (Revenue Sharing) เพิ่มเติม หากในอนาคตอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของโครงการลดลงอย่างมีนัยสำคัญและเป็นผลทำให้ บริษัท เอเชีย เอรา วัน ได้ผลประโยชน์ตอบแทน (IRR) เพิ่มขึ้นเกินกว่า 5.52% แล้วก็จะให้สิทธิ ร.ฟ.ท.เรียกให้บริษัทชำระส่วนแบ่งผลประโยชน์เพิ่มได้ตามแต่จะตกลงกันต่อไป

4.การยกเว้นเงื่อนไขการออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed : NTP) ให้คู่สัญญาจัดทำ บันทึกความตกลงยกเว้นเงื่อนไข NTP ที่ยังไม่สำเร็จ (การรับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI) เพื่อให้ ร.ฟ.ท.สามารถออกหนังสือ NTP ให้กับ บริษัท เอเชีย เอรา วัน ได้ทันทีหลัง 2 ฝ่ายลงนามในการแก้ไขสัญญา 5.ป้องกันการเกิดปัญหาในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อสถานะทางการเงินของโครงการ โดยทำการปรับปรุงข้อสัญญาในส่วนของเหตุสุดวิสัย กับเหตุผ่อนปรนให้สอดคล้องกับสัญญาร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนในโครงการอื่น

“มีคนจับตาโครงการนี้มากและรู้จักกันในชื่อของรถไฟ ซี.พี. เราต้องค่อย ๆ แก้ทีละข้อ ไม่ใช่การบีบเพราะหากเรายังคุยในเงื่อนไขสัญญาเดิม 7 ปี เราก็คุยไม่จบ ดังนั้นเราจำเป็นที่ต้องมากำหนดเงื่อนไขในสัญญาใหม่ โดยเฉพาะที่ว่า เอรา วัน จะหาแบงก์มาค้ำวางเป็นหลักประกันไว้ ซึ่งเขาคุยอยู่ 2 แบงก์ และมันต้องเป็นธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ส่วนจะเอาแบงก์ต่างชาติก็ได้ แต่ต้องมีสำนักงานตั้งในไทย เราก็ไม่มีปัญหา อยู่ที่ในช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ เขาจะหาแบงก์มาได้ไหม”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นับถอยหลังรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน EEC ส่งต่อ ร.ฟ.ท.หา 1.2 แสนล้านสร้างเอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...