โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แค่ 'อ้วน' เพียงครั้ง จารึกฝังถึงดีเอ็นเอ

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 10 ธ.ค. 2567 เวลา 14.44 น. • เผยแพร่ 28 พ.ย. 2567 เวลา 01.00 น.

ทําไมการลดความอ้วนถึงได้ยากนัก?
บางทีงานวิจัยนี้อาจมีคำตอบให้คุณ!

“เพราะว่าเซลล์ของคุณอาจจะไม่ได้อยากจะได้สิ่งที่คุณต้องการ…” เฟอร์ดินันด์ วอน เมเยนน์ (Ferdinand von Meyenn) นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งสหพันธ์สวิสในซูริก (ETH Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เผย

แม้คุณจะอยากลดน้ำหนักให้ร่างกายของคุณผอมเพรียว แข็งแรง ลีนและคลีน แต่เซลล์ของคุณอาจจะไม่ได้อยากจะลดน้ำหนักไปกับคุณด้วย พวกมันอาจจะอยากอ้วนต่อไปก็เป็นได้

ใครจะรู้ บางที หุ่นหมีอาจเป็นที่นิยมในกลุ่มเซลล์…

ในวันที่ 18 พฤจิกายน 2024 เฟอร์ดินันด์และทีมได้ตีพิมพ์เปเปอร์แลนด์มาร์กที่น่าสนใจเกี่ยวกับเซลล์ไขมันและการเกิดโยโย่เอฟเฟ็คต์ของกลุ่มผู้ต้องการลดความอ้วนในวารสาร Nature

เปเปอร์ “Adipose tissue retains an epigenetic memory of obesity after weight loss” หรือแปลไทยว่า “เนื้อเยื่อไขมันเก็บความจำเหนือพันธุศาสตร์ของความอ้วนเอาไว้หลังจากลดน้ำหนัก” ที่พวกเขาเผยแพร่ออกมานั้นเซอร์ไพรส์นักวิทย์มากมาย

และนั่นทำให้ข่าวงานวิจัยของพวกเขาแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วเป็นวงกว้าง

หลายสำนักข่าวดังเอาไปพาดหัว

แม้แต่ “อีริก โทโพล (Eric Topol)” แพทย์หทัยวิทยา หนึ่งในนักวิจัยผู้บุกเบิกโครงการการแพทย์แม่นยำ (Precision Medicine Initiative) ของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (National Institute of Health) ของประเทศสหรัฐอเมริกาผู้โด่งดัง ก็ยังออกมาโพสต์ใน X ถึงงานนี้ด้วยความตื่นเต้น

พร้อมทั้งแชร์ลิงก์สำหรับดาวน์โหลดเปเปอร์เอาไว้ปิดท้าย “ข่าวใหม่ เปิดมุมมองด้านกลไกว่าทำไมการลดน้ำหนักให้ได้อย่างมั่นคงยั่งยืนนั้นถึงทำได้ยากนัก ที่แท้เป็นเพราะความทรงจำเหนือพันธุกรรมที่เซลล์ไขมันแอบเก็บเอาไว้”

การปรับแต่งเหนือพันธุกรรม หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกว่า เอพิเจเนติก (epigenetic) นั้นคือการปรับแต่งทางเคมีบนสายดีเอ็นเอที่เป็นสารพันธุกรรม ซึ่งการปรับแต่งนี้จะส่งผลต่อการแสดงออกของยีนในสายดีเอ็นเอนั้นๆ

บางยีนพอโดนปรับแต่งเข้าไป ก็อาจจะเลิกทำงานไปเลยก็มี และการปรับแต่งพวกนี้ บางทีก็เกิดขึ้นจากการที่เซลล์ประสบกับสภาวะอะไรบางอย่าง

และในกรณีนี้ คือ “ความอ้วน” หรือ “น้ำหนักเกิน”

จากการศึกษาในหนู เฟอร์ดินันด์และทีมของเขาจาก ETH Zurich นำโดยนักวิจัยหลังปริญญาเอก ลอรา ฮินเต (Laura Hinte) พบว่าภาวะอ้วนในหนู จะทำให้หนูมีการปรับแต่งเอพิเจเนติกหรือการปรับแต่งเหนือพันธุกรรมที่เกิดขึ้นในนิวเคลียสผิดเพี้ยนไปในเซลล์ไขมัน

ซึ่งทำให้ยีนในเซลล์ไขมันพวกนี้แสดงออกผิดเพี้ยนไปจากเซลล์จากหนูที่ไม่เคยอ้วน และส่งผลกระทบไปถึงการเปลี่ยนแปลงระดับเมตาโบลิซึ่มในหนู

และที่สำคัญ เซลล์ไขมันในหนูอ้วนรักที่จะอ้วน

เซลล์ไขมันในหนูอ้วนมีการปรับแต่งเหนือพันธุกรรมอย่างพิสดารและนั่นทำให้พวกมันเปิดปิดสวิตช์ยีนต่างๆ แบบแปลกๆ หลายยีนที่แสดงออกขึ้นมาในนั้นเป็นจะเกี่ยวข้องกับการอักเสบและการเกิดพังผืดในเนื้อเยื่อ ในขณะที่ยีนที่ทำให้เซลล์ไขมันทำงานได้อย่างปกติสุขนั้นกลับปิด ไม่แสดงออก ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบทางสุขภาพกับเจ้าของเซลล์

แต่ที่ประหลาดก็คือแม้ว่าเจ้าของร่างกายจะลดความอ้วนไปได้อย่างดี กินอาหารลีน อาหารคลีนจนไม่อ้วน ค่าดัชนีมวลกายลดลงไปมากกว่า 25 เปอร์เซ็นต์แล้ว การปรับแต่งเหนือพันธุกรรมที่เกิดขึ้นอย่างสุดพิสดารในตอนที่ยังอ้วนนี้ ก็จะยังคงอยู่ไม่จางหายไป

และแม้สถานการณ์จะเปลี่ยนไป หนูเลิกอ้วน ผอมเพรียวไปแล้วเป็นปี ยีนพวกนี้ในสายดีเอ็นเอที่โดนปรับแต่งไปแล้วก็จะยังเหมือนเดิม ราวกับว่ามันจำได้ทุกอย่างที่เคยอ้วนผ่านทางการปรับแต่งสารพันธุกรรมและนั่นคือปัญหาใหญ่ สำหรับหนูน้อยพองลมที่เกิดอยากมีหุ่นไฉไลเพรียวลม เพราะอย่างที่บอกไป เซลล์ไขมันพวกนี้รักจะอ้วน และจะกระตุ้นให้ร่างกายกลับไปอ้วน

ในกรณีของหนู แค่ให้อาหารเสริมไขมันสูงเข้าไปปุ๊บมันจะจัดหนัก เริ่มเป่งและย้อนกลับไปอ้วนอย่างรวดเร็ว

ช่างเป็นข่าวที่ฟังแล้วน่าเจ็บใจ ก็เซลล์ไขมันนั้นดันเก็บความทรงจำแห่งความอ้วนเอาไว้ บางที นี่อาจจะเป็นต้นเหตุให้คนที่เคยอ้วน ลดน้ำหนักไม่เคยลงก็เป็นได้

“จากมุมของวิวัฒนาการ นี่เป็นเรื่องที่ฟังดูสมเหตุสมผล” ลอรากล่าว

“มนุษย์และสัตว์นั้นจะปรับตัวเพื่อหาวิธีคงหรือเพิ่มน้ำหนักของร่างกายของพวกมัน ไม่ใช่ลดน้ำหนัก เพราะถ้าดูในประวัติศาสตร์ หนึ่งในความท้าทายที่เกิดขึ้นตลอดเวลาในธรรมชาติก็คือภาวะขาดแคลนอาหาร”และในกรณีที่ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนว่ามีสำรองกักตุนไว้ก็น่าจะปลอดภัยกว่า

“เซลล์ไขมันที่จดจำความอ้วนของเราได้ จะพยายามในทุกวิถีทางที่จะทำให้พวกมันกลับคืนสู่สภาพตอนอ้วนที่มันจำได้ให้ได้” เฟอร์ดินันด์กล่าว “บางทีถ้าเราเข้าใจกระบวนการนี้ได้ดีพอ เราอาจจะสามารถส่งเสริมสุขภาพ ลดอักเสบ ลดไขมัน ลดหมอ ลดอ้วนได้ด้วยก็ได้”

และนี่น่าจะเป็นต้นเหตุที่ “เป็นไปได้” ที่ทำให้คนเกิดโยโย่ (Yo-yo effect) หรือการที่น้ำหนักที่เหมือนจะลดลงไปนั้นดีดขึ้นกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่พยายามลดน้ำหนักได้สำเร็จ เฮนริเอตเต้ เคิร์ชเนอร์ (Henriette Kirchner) นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยลูเบก (the University of Lübeck) สันนิษฐาน

คําถามคือ แล้วเซลล์ไขมันพวกนี้จะลืมบ้างมั้ย แล้วต้องลีนนานสักเท่าไร เซลล์ไขมันถึงจะกลับมาเป็นเซลล์ไขมันปกติแบบที่ไม่โดนปรับแต่งเหนือพันธุกรรมแบบแปลกๆ

คำตอบคือ “นานมาก”

“โดยปกติแล้ว เซลล์ไขมันอายุค่อนข้างยืน อาจจะถึงทศวรรษ ที่สำคัญ ในปัจจุบันไม่มีเทคโนโลยีไหนจะเข้าไปช่วยแก้การปรับแต่งแบบเหนือพันธุกรรมได้ ดังนั้น ถ้าต้องการรีเซ็ตความทรงจำเรื่องความอ้วน”

ลอรากล่าว“อาจจะต้องรอถึงสิบปี ตอนช่วงผลัดรุ่นเซลล์”

ให้รอ คงรอไม่ไหว ก็คงได้แต่คิดปลอบใจตัวเอง บางที พรุ่งนี้ เทรนด์โอ๊ปป้าหุ่นหมี และเทพีแห่งความอุดมนั้นอาจจะกลับมาเป็นที่นิยมอีกรอบก็เป็นได้

สำหรับคนที่ลดความอ้วนแล้วโยโย่กลับไปเท่าเดิม อย่าไปโทษตัวเองเป็นเด็ดขาด เพราะความอ้วนเป็นเรื่องธรรมชาติที่ยากจะเลี่ยง

อย่าลืมว่าประวัติศาสตร์แห่งความอ้วนถูกจารึกฝังไว้เหนือพันธุกรรม แล้วเราจะทำอะไรได้!!!

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แค่ ‘อ้วน’ เพียงครั้ง จารึกฝังถึงดีเอ็นเอ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...