พิชัยเด้งรับ สร้างตลาดคริปโท ดึง นทท.ต่างชาติใช้จ่ายในไทย เชื่อมั่นจีดีพี 68 โตได้ 3%
พิชัยเด้งรับ สร้างตลาดคริปโท ดึง นทท.ต่างชาติใช้จ่ายในไทย เชื่อมั่นจีดีพี 68 โตได้ 3%
เมื่อวันที่ 8 มกราคม นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากระการทรวงการคลัง กล่าวเปิดงานสัมมนาของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และปาฐกถาในหัวข้อ “Thailand is Ready for the Challenges” ว่ายุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง ต้องการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจสู่อนาคต สร้างแรงจูงใจและหามาตรการเชิงรุก ดังนั้น ต้องทบทวนระบบภาษีทั้งหมด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพราะว่าวันนี้ทุกอย่างมันเคลื่อนย้ายได้หมดแล้ว นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างสภาพแวดล้อมให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน
นายพิชัย กล่าวว่า สำหรับเรื่องสกุลเงินดิจิทัลนั้น ปัจจุบันมีดีมานด์การแลกเปลี่ยนเยอะมากในทั่วโลก โดยวันนี้มี 21 ล้าน คอยน์ คิดเป็นเงิน 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่ขณะนี้ มีแอคทีฟการแลกเปลี่ยนไม่ถึง 10 ล้านคอยน์ ดังนั้นมีสภาพคล่องประมาณ 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ประกอบกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ในโลก ทำให้คนต้องการอะไรก็ตามที่ไม่ใช่เป็นสกุลเงินดั้งเดิม
นายพิชัย กล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ประเทศไทย ยังไม่พร้อมสำหรับการใช้สกุลเงินดิจิทัล ดังนั้นไทยจึงต้องลองออกแบบระบบ และสร้างตลาดให้แลกปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลได้ในประเทศ สมมุติว่า นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทย ก็จะเอาคอยน์มาลงทะเบียนในตลาดของไทยที่สามารถตรวจสอบได้ หรือทำระบบยืนยันตัวตน KYC เวลาซื้อของก็จ่ายเป็นเงินคอยน์ ก็จะมีศูนย์แลกเปลี่ยน และมีระบบที่จะเงินโอนคอยน์เข้าไปอยู่ในแอพพิเคชัน แล้วสามารถโอนกลับมาเป็นเงินบาทได้
“ตัวอย่างเช่น คนที่จะหนีภัยสงครามจากยูเครนหรือรัสเซียอยากมาที่ไทย ต้องการซื้อบ้านราคาสัก 50 ล้านบาท การหาเงิน 50 ล้านบาทยากมาก แต่ถ้าตัวเงินคอยน์มันง่ายมาก เพราะถ้าเราไม่ทำเลย โครงสร้างเหล่านี้จะไม่เป็นที่เข้าใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาดิจิทัล แพลตฟอร์ม ด้านตลาดทุนก็เช่นกัน จะต้องเป็นดิจิทัล แพลตฟอร์มเพื่อให้รายย่อยเข้าถึง” นายพิชัย กล่าว
นายพิชัย กล่าวว่า ขณะที่ในปี 2568 นี้อยู่ในจุดเปลี่ยนของเศรษฐกิจไทย ที่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จีดีพีไทยขยายตัวในระดับที่ต่ำเฉลี่ยแล้วไม่ถึง 2% ส่วนปี 2567 คาดว่าจะขยายตัว 2.7-2.8% ซึ่งเป็นการหลุดออกจากการเติบโตที่ต่ำ ส่วนปีนี้ ในมุมมองของบางฝ่ายมองว่าเราอาจยังขยายตัวต่ำกว่า 3% โดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มองว่าเราอาจขยายตัวต่ำกว่า 3% แต่ในส่วนตัวนั้น เชื่อว่าเราสามารถขยายตัวได้ 3% ซึ่งมาจากความเชื่อมั่นของคนในประเทศ โดยสะท้อนจากการบริโภคภาคเอกชน ในไตรมาสที่สามของปีที่แล้ว ขยายตัว 5.1% และการลงทุนผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในช่วง 9 เดือนแรกของปีที่แล้ว มีมูลค่า 7 แสนล้านบาท สำหรับภาคการท่องเที่ยวในปีที่แล้วนั้น คาดว่าจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยประมาณ 35-36 ล้านคน ขณะที่ในปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 39.8 ล้านคน
นายพิชัย กล่าวว่า นอกจากนี้ รัฐบาลพยายามผลักดันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์ของประเทศ เช่น การลงทุนโครงการรถไฟรางคู่ ปัจจุบันมีเส้นทางรถไฟรางคู่แล้วกว่า 2 พันกิโลเมตร รวมถึงการสร้างรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเส้นทางแรกคือ กรุงเทพ-หนองคาย
“แม้ว่าปัญหาภูมิรัฐศาสตร์จะเป็นความท้าทายต่อเศรษฐกิจไทย แต่ขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสของไทยในการที่รับกับการโยกย้ายฐานการลงทุนโดยเฉพาะด้านเทคโนโลยีมาในประเทศไทย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำ ซึ่งก็อยู่ที่ความสามารถของเราด้วยว่าจะสามารถพัฒนาอุตสาหกรรม กลางน้ำและปลายน้ำ รองรับได้หรือไม่” นายพิชัย กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พิชัยเด้งรับ สร้างตลาดคริปโท ดึง นทท.ต่างชาติใช้จ่ายในไทย เชื่อมั่นจีดีพี 68 โตได้ 3%
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th