โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปัจจัยลบรุมเร้าฉุดดัชนีอุตฯขาลง “ส.อ.ท.” เผย 8 กลุ่มเสี่ยงไม่โตแถมติดลบ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 23 ม.ค. 2568 เวลา 10.11 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2568 เวลา 04.01 น.

ส.อ.ท.ชี้ดัชนีเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมยังเป็นขาลง ผลกระทบเศรษฐกิจทั้งใน-นอกรุมเร้าหนัก จี้รัฐตั้งวอร์รูมรับมือทรัมป์ 2.0 ชี้ทางรอด ต้องปรับตัวใช้ AI ช่วย เผย 18 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ยังไปได้ดี “น้ำตาล-ปิโตรฯ-ไม้-เครื่องสำอาง” ขณะที่อีก 8 กลุ่มยังไร้อนาคต ไม่โตแถมยังติดลบอีกต่างหาก

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ปี 2568 แม้ว่าจะยังคงมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมของไทย แต่ยังคงมีถึง 18 อุตสาหกรรมสามารถเติบโตได้จากทั้งหมด 47 กลุ่มอุตสาหกรรม โดย 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่โตได้ถึง 10% คือ ต่อเรือซ่อมเรือ น้ำตาล สำรวจและผลิตปิโตรเลียม อากาศยาน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และยังมีอีก 3 กลุ่มอุตสาหกรรมที่โตได้ 6-10% คือ ไม้อัด ไม้บาง และวัสดุแผ่น เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร

18 กลุ่มอุตฯได้อานิสงส์เงินนอก

ส่วนอีก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมที่โตได้ 1-5% คือ ยาง โรงเลื่อยและโรงอบไม้ รองเท้า ชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ปูนซีเมนต์ และอีก 5 อุตสาหกรรมยังมีโอกาสโตแต่ไม่สามารถระบุเป็นเปอร์เซ็นต์ได้คือ ยา หัตถกรรมสร้างสรรค์ แก้วและกระจก ก๊าซ เทคโนโลยีชีวภาพ โอกาสของการเติบโตจากทั้ง 18 กลุ่มอุตสาหกรรมนี้มาจากแนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศ ที่จะเริ่มเห็นความชัดเจนและจะส่งผลต่อซัพพลายเชนในประเทศ

ซึ่งที่สำคัญจะเห็นปัจจัยในประเทศที่มีผลบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมคือ 1.กำลังซื้อปรับตัวดีขึ้นและการท่องเที่ยวที่ขยายตัว 2.การจัดสรรงบฯ ลงทุนปี 2568 เพิ่มขึ้น 3.แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ขยายตัว 4.การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาปรับใช้ 5.การลงทุนใช้พลังงานหมุนเวียนในโรงงานเพิ่มขึ้น

และยังมีปัจจัยจากต่างประเทศที่มีผลบวกต่อแนวโน้มอุตสาหกรรมคือ 1.การส่งออกมีแนวโน้มขยายตัว 2.การเจรจาความตกลงการค้า FTA เพิ่มโอกาสการค้า 3.การย้ายฐานการผลิตเข้ามาในไทย 4.ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI 6.ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

8 กลุ่มไม่โตแถมลดอีกต่างหาก

ขณะที่ 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถโตได้ และยังคงมีแนวโน้มเติบโตลดลงคือ เครื่องนุ่งห่มที่คาดว่าจะหดตัว 1-5% การจัดการเพื่อสิ่งแวดล้อม หนังและผลิตภัณฑ์หนัง หลังคาและอุปกรณ์ ผู้ผลิตไฟฟ้า เป็นกลุ่มที่คาดว่าจะหดตัว 6-10% ส่วนเครื่องจักรกลและโลหการจะหดตัวมากถึง 10% ที่เหลือคือกลุ่มแกรนิตและหินอ่อน เครื่องจักรกลการเกษตร เป็นอุตสาหกรรมที่หดตัวมาก แต่ไม่สามารถประเมินได้เช่นกัน ทั้งนี้ ส่วนที่เหลืออีก 21 อุตสาหกรรมจะทรงตัว

หนี้ท่วมแถมเจอสินค้าถูกถล่ม

ปัจจัยน่ากังวลซึ่งมีผลต่ออุตสาหกรรมในปีนี้คือ ปัญหาหนี้ภาคธุรกิจและดอกเบี้ยเงินกู้สูง ต้นทุนการผลิตทรงตัวอยู่ในระดับสูง สินค้าราคาถูกที่ไม่มีมาตรฐานเข้ามาทุ่มตลาด ผู้ประกอบการไม่สามารถปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีได้ทัน รวมถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ส่วนปัจจัยน่ากังวลจากต่างประเทศคือ ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ สงครามการค้าสหรัฐ-จีน และมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี (Nontariff Measures : NTM/Nontariff Barriers : NTBs) และมาตรการ NTB การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดประเทศคู่ค้าของไทย มาตรการทางการค้าที่เกี่ยวข้องด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดด

“แนวทางที่เราจะรอดคือ ตัวผู้ประกอบการเองจะต้องปรับตัว อย่างพวกเอา AI มาใช้พัฒนาสินค้าด้วยนวัตกรรม เข้าไปเป็นซัพพลายเชนให้ได้ ลงทุนใช้พลังงานหมุนเวียน และต้องใช้แนวคิด ESG ใช้ BCG Model เพื่อไปสู่ Net Zero เราต้องรับมือกับหลายอย่างที่จะเกิดในปีนี้”

แนะรัฐตั้งวอร์รูมรับมือมะกัน

“ภาครัฐควรต้องตั้ง War Room รับมือกับนโยบายการค้าของสหรัฐ เพื่อลดผลกระทบกับภาคการส่งออกของไทยและรับมือกับผลกระทบทางอ้อม รวมทั้งหาตลาดใหม่ทดแทน รวมไปถึงการออกมาตรการเยียวยา SMEs ที่ได้รับผลกระทบด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปัจจัยลบรุมเร้าฉุดดัชนีอุตฯขาลง “ส.อ.ท.” เผย 8 กลุ่มเสี่ยงไม่โตแถมติดลบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...