โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“วาสนา” แม่ทัพนารายา กับ Passion ที่ไม่สิ้นสุด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 ม.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 03 ม.ค. 2568 เวลา 03.00 น.
วาสนา รุ่งแสนทอง

สัมภาษณ์

หากพูดถึงแบรนด์สิ่งทอ หรือกระเป๋าผ้าสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นแบรนด์ขวัญใจชาวต่างชาติ ก็คงหนีไม่พ้นแบรนด์ “นารายา” ที่ถึงแม้ว่าจะประสบปัญหาทางด้านกำลังการผลิตที่ลดลงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา จนปัจจุบันเหลือโรงงานผลิตเพียงแค่ 1 แห่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ธุรกิจสามารถก้าวข้ามวิกฤตต่าง ๆ จนทำให้แบรนด์อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ก็คือ “Passion” ที่ไม่เคยสิ้นสุดของผู้บริหารหญิงสุดแกร่ง “วาสนา รุ่งแสนทอง” ในวัย 72 ปี

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “วาสนา รุ่งแสนทอง” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท นารายณ์ อินเตอร์เทรด จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายกระเป๋าแบรนด์ “นารายา” ถึงแพชชั่นที่ไม่มีวันสิ้นสุดทั้งในด้านการเรียนรู้และการทำงาน รวมถึงทิศทางและกลยุทธ์ของแบรนด์ “นารายา” ในปี 2568

“Passion” ไม่สิ้นสุดแม้ในวัย 70

“วาสนา” เริ่มเล่าให้ฟังว่า แม้จะประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าของแบรนด์กระเป๋า “นารายา” จนปัจจุบันได้กลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติและชาวไทย แต่อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นความใฝ่ฝันมาตั้งแต่วัยเด็กและอยากที่จะทำให้สำเร็จ นั่นก็คือเรื่องของ“การเรียน”

เพราะตั้งแต่เด็กเราชื่นชอบการหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่แล้ว ประกอบกับพอมาทำแบรนด์ “นารายา” ก็ทำให้เรารู้ว่าความรู้มันเรียนยังไงก็ไม่มีวันหมด เพราะฉะนั้นยิ่งเราเรียนรู้มากเท่าไหร่ก็จะเป็นสิ่งที่ดีต่อเรามากขึ้นเท่านั้น เพราะในอนาคตเราไม่สามารถรู้ได้ว่าจะมีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่า ซึ่งการเรียนถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราเป็นคนที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นข้อดีของคนที่ทำธุรกิจ

ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้มีโอกาสจากอาจารย์มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มาเชิญชวนให้เรียนต่อปริญญาตรีภาคพิเศษช่วงวันเสาร์ ซึ่ง ณ ตอนนั้นก็คิดว่าจะเรียนไหวไหมเพราะเราก็อายุ 70 กว่าปีแล้ว ประกอบกับคิดว่ามีเพียงวุฒิการศึกษาประเภทสามัญศึกษาชั้น ม.6 หรือ มศ.5 ก็เพียงพออยู่แล้ว เพราะการทำงานทุกวันนี้ก็ใช้เพียงแค่ประสบการณ์จากการทำงานล้วน ๆ ไม่ได้มีทฤษฎีอะไรเลย

แต่ทั้งนี้ ด้วย “Passion” ที่ไม่มีวันสิ้นสุดในด้านการเรียนรู้ของตัวเราเอง จึงทำให้ตัดสินใจเรียนต่อ จนล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมา ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้สำเร็จในวัย 72 ปี และอีก 4 เดือนหลังจากนี้ก็จะจบปริญญาโทด้วยเช่นกัน

ซึ่งหากมองย้อนกลับไป สิ่งที่เราได้จากการเรียนในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่ประกาศนียบัตร หรือคอนเน็กชั่นต่าง ๆ แต่ยังรวมไปถึงการได้มีมิตรภาพที่ดี และได้แลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อน ๆ ที่เป็นนักธุรกิจ ถึงแนวทางการบริหารธุรกิจใหม่ ๆ ซึ่งเราก็ได้นำมาปรับใช้ในการบริหารงานของเรา โดยเฉพาะในเรื่องของเทคโนโลยี ที่ปัจจุบันเราสามารถคุยกับพนักงานรุ่นใหม่ ๆ เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีได้รู้เรื่องมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังสามารถนำเทคโนโลยีที่ได้เรียนรู้มาปรับใช้ในการพัฒนาสินค้าให้ตรงกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

นารายา

ก้าวต่อไปของ “นารายา”

“วาสนา” กล่าวต่อว่า สำหรับก้าวต่อไปของ “นารายา” เราจะยังคงยึดมั่นในคุณภาพ ความหลากหลายของสินค้า ควบคู่ไปกับการมุ่งพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ เพื่อขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้น อย่างเช่น กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่วางแผนจะเพิ่มสัดส่วนจาก 20% ในปัจจุบันเป็น 40-45% ส่วนที่เหลือเป็นกลุ่มวัยทำงานอายุ 28 ปีขึ้นไป ด้วยหลากหลายยุทธศาสตร์ อาทิ การเปิดตัวคอลเล็กชั่นใหม่ 6 คอลเล็กชั่น ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2568 ซึ่งแต่ละคอลเล็กชั่นจะมีสินค้าประมาณ 30-40 รายการ ที่เน้นความทันสมัยและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อายุ 18-25 ปี

หลังจากก่อนหน้านี้มีความร่วมมือกับ Bacon Time ทีม Esports ออกแบบคอลเล็กชั่นพิเศษ ที่ผสมผสานลูกเล่นที่ทันสมัย แต่ยังคงความเป็น “นารายา” ไว้อย่างครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มการรับรู้แบรนด์ในหมู่ผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการดึงดารามาร่วมโปรโมตแบรนด์ หรือร่วมออกแบบคอลเล็กชั่นพิเศษ ตามเป้าหมายที่อยากเห็นคนไทยหันมาใช้กระเป๋าผ้าของบริษัท เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าชาวไทยยังมีเพียง 30% เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การขยายฐานนี้ต้องพิจารณาความพร้อมด้านกำลังการผลิตเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสินค้าขาดตลาด โดยจะสานความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นโรงงานผลิตเสื้อผ้าที่มีความพร้อมทั้งกำลังผลิต และแรงงานที่มีทักษะด้านตัดเย็บ เพื่อช่วยเสริมกำลังการผลิตให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จากปัจจุบันมีพาร์ตเนอร์รายใหญ่ 3 ราย และรายย่อยอีกจำนวนมาก

การหาพาร์ตเนอร์เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก เนื่องจากงานกระเป๋าแตกต่างจากงานตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะต้องใช้ความประณีตและฝีมือ ซึ่งกว่าจะหาพาร์ตเนอร์ที่ทำงานร่วมกันได้ ก็ต้องผ่านการลองผิดลองถูก ซึ่งก็มีทั้งที่สำเร็จและก็ล้มเหลว แต่ทั้งนี้คาดว่าในปี 2568 หลังจากที่มีการร่วมมือกับพาร์ตเนอร์จะส่งผลให้บริษัทมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

รุกหนักออนไลน์-ออฟไลน์

สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปี 2568 บริษัทจะรุกหนักทั้งออนไลน์และออฟไลน์โดยในส่วนของออฟไลน์มีแผนรุกไพรมโลเกชั่นของกรุงเทพฯ และหัวเมืองท่องเที่ยว ด้วยการปักธงสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 5 สาขา แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 4 สาขา และต่างจังหวัด 1 สาขา จากปัจจุบันนารายามีสาขาอยู่ทั้งหมด 17 สาขา ส่วนช่องทางออนไลน์จะเน้นการทำตลาด และสร้างคอนเทนต์ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่มากขึ้น

อีกหนึ่งความตั้งใจของบริษัทในปี 2568 คือการให้ความสำคัญและผลักดัน “นารายา ซิลค์” (NaRaYa Silk) ที่เป็นกระเป๋าที่ทำจากผ้าไหมมากยิ่งขึ้น เนื่องจากตอนนี้แบรนด์นารายาค่อนข้างมั่นคงแล้ว จึงเป็นจังหวะเหมาะที่จะผลักดัน นารายา ซิลค์ ให้เติบโตขึ้น

โดยจะเน้นทำการตลาดด้วยการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของงาน “COLORS OF BURIRAM” ช่วงเดือนมีนาคมปี 2568 เพื่อสอนทักษะการเย็บกระเป๋าให้ชาวบ้าน รวมถึงจะออกคอลเล็กชั่นใหม่ ๆ ในแบรนด์นี้ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ ในปี 2568 ตั้งเป้าการเติบโตของนารายา ซิลค์ ไว้มากกว่า 50% อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการขยายสาขาเบื้องต้นยังไม่มีแผนขยายสาขานารายา ซิลค์เพิ่ม โดยปัจจุบัน นารายา ซิลค์ จะมีสาขาอยู่ทั้งหมด 4 สาขา

ความล้มเหลวคือบทเรียน

“วาสนา” กล่าวทิ้งท้ายว่า การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินไป ขอแค่มีความรู้ ประสบการณ์ ความมุ่งมั่น และที่สำคัญ คือ “Passion” เพราะถ้าเรามี Passion เราก็จะสนุกกับงาน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ซึ่งที่ผ่านมาแบรนด์นารายาเองก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดอย่างหนักหน่วง จนทำให้ต้องปิดโรงงานไป 4 แห่ง แต่เราก็ไม่เคยย่อท้อ จนปัจจุบัน “นารายา” สามารถกลับมาพลิกฟื้นทำรายได้ได้อีกครั้ง โดยในปี 2568 ก็คาดว่าบริษัทจะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท ได้อย่างแน่นอน เพราะเราเชื่อเสมอว่า “ความล้มเหลวคือบทเรียนที่จะทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น”

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “วาสนา” แม่ทัพนารายา กับ Passion ที่ไม่สิ้นสุด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...