เคล็ดลับการเตรียมหน่อไม้ให้หวานอร่อยและไร้รสขมตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น
ในช่วงฤดูใบไม้ผลิตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงที่หน่อไม้ญี่ปุ่นแตกหน่อให้ผลผลิต คนญี่ปุ่นนิยมนำหน่อไม้มาปรุงอาหารเพื่อสร้างสีสันให้กับฤดูกาล โดยนำมารับประทานในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ข้าวอบหน่อไม้ เทมปุระ และต้มเคี่ยว เป็นต้น อย่างไรก็ตามหากเตรียมไม่ถูกวิธีอาจทำให้หน่อไม้ที่ได้มีรสชาติขมไม่อร่อย มารู้วิธีการเตรียมหน่อไม้ให้หวานอร่อยตามธรรมชาติและไร้รสขม พร้อมกับรู้คุณค่าสารอาหารที่ทำให้อยากหาหน่อไม้มารับประทานบ่อย ๆ กันค่ะ
วิธีการเตรียมหน่อไม้ให้หวานอร่อยไร้รสขม
1. นำหน่อไม้มาแช่น้ำหรือต้มทันทีหลังจากการเก็บเกี่ยวหรือซื้อมา
หน่อไม้สดมีสารที่ทำให้หน่อไม้มีรสขม คือ กรดออกซาลิก (Qxalic acid) ในปริมาณที่สูง สารชนิดนี้จะถูกผลิดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หากวางหน่อไม้ทิ้งไว้ วิธีการแรกที่สามารถช่วยลดรสขมของหน่อไม้ได้คือ การนำหน่อไม้ที่ซื้อมาใหม่แช่น้ำไว้หรือต้มทันทีเพื่อลดปริมาณกรดออกซาลิก
2. ต้มด้วยรำข้าว
รำข้าวนอกจากจะช่วยขจัดรสขมในหน่อไม้แล้วก็ยังทำให้หน่อไม้มีรสหวานขึ้นอีกด้วย วิธีการต้มทำได้โดยนำหน่อไม้มาล้างทั้งเปลือก ตัดปลาย และใช้มีดกรีดด้านข้าง แล้วนำมาวางเรียงลงในหม้อ หากเป็นหน่อไม้ที่มีขนาดเล็กก็ให้เติมรำข้าวลงไปประมาณ 1 กำมือ แล้วเติมน้ำลงไปพอท่วม (ปริมาณรำข้าวอาจเพิ่มเป็น 2-3 กำมือตามขนาดหน่อไม้ที่ใหญ่ขึ้น) ต้มหน่อไม้ประมาณ 50-90 นาที จนหน่อไม้นิ่ม จากนั้นวางแช่น้ำค้างคืนไว้ รสขมของหน่อไม้จะออกมาจากรอยตัดทางด้านยอดและด้านข้างหน่อไม้และถูกดูดซับโดยรำข้าว ทั้งนี้หากไม่ชอบต้มทั้งเปลือกก็สามารถปอกเปลือกหน่อไม้ออกก่อนนำมาต้มได้
3. นำมารับประทานร่วมกับอาหารที่มีปริมาณแคลเซียมสูง
รสขมของหน่อไม้จะลดลงหากรับประทานร่วมกับอาหารที่มีแคลเซียมสูง โดยหากนำมาต้มเคี่ยวกับอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น เต้าหู้ เต้าหู้ทอด และสาหร่ายวากาเมะ เป็นต้น กรดออกซาลิกจะรวมตัวกับแคลเซียมกลายเป็นแคลเซียมออกซาเลตที่ไม่ละลายน้ำ ซึ่งจะทำให้รสขมของหน่อไม้ลดลงและช่วยป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้ด้วย
คุณค่าสารอาหารที่มีในหน่อไม้
คนจำนวนมากคิดว่าหน่อไม้ไม่มีคุณค่าสารอาหารเลย แต่ในความเป็นจริงแล้วหน่อไม้อุดมไปด้วยคุณค่าสารอาหารสำคัญดังนี้คือ
โพแทสเซียม
หน่อไม้เป็นผักที่มีปริมาณโพแทสเซียมสูงกว่าหัวไชเท้าถึงสองเท่า โดยแร่ธาตุดังกล่าวมีผลช่วยขับเกลือส่วนเกินออกจากร่างกาย ช่วยป้องกันอาหารบวมน้ำของร่างกายและช่วยควบคุมความดันโลหิต
กรดอะมิโนแอสปาร์ติกแอซิด
หน่อไม้อุดมไปด้วยกรดอะมิโนแอสปาร์ติกแอซิด (Aspartic acid) ซึ่งมีผลในการช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าได้
กรดอะมิโนไทโรซีน
ไทโรซีน (Tyrosine) เป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบของรสอูมามิที่ทำให้หน่อไม้มีรสชาติอร่อยเป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้กรดอะมิโนชนิดนี้ยังเป็นสารตั้งต้นของสารสื่อประสาท เช่น โดปามีน (Dopamine) และนอร์เอพิเนฟริน (Norepinephrine) การรับประทานหน่อไม้อย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยลดความเครียด เพิ่มสมาธิและแรงจูงใจได้
เส้นใยอาหาร
เส้นใยอาหารที่มีมากในหน่อไม้มีบทบาทสำคัญต่อการรักษาสุขภาพที่ดี โดยช่วยปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ ชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมันเข้าสู่ร่างกาย และป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น โรคอ้วนและโรคเบาหวาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามหน่อไม้มีเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำสูง การรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะสามารถช่วยป้องกันและบรรเทาอาการท้องผูกได้ แต่หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไปก็อาจทำให้ท้องผูก ปวดท้อง และท้องเสียได้
บ้านเราก็มีหน่อไม้อร่อยวางจำหน่ายมากมาย ลองนำวิธีการขจัดรสขมของหน่อไม้ตามแบบฉบับคนญี่ปุ่นไปปรับใช้กับการเตรียมหน่อไม้ของบ้านเราดูค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: ishokudogen.com, otonanswer.jp