“คิม จองอึน” เผย พร้อมร่วมมือสหรัฐฯ แต่ต้องเลิกเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ
วันที่ 26 ก.พ. สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า ผู้นำสูงสุด คิม จองอึน กล่าวว่า เกาหลีเหนือไม่มีเหตุผลที่จะไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ หากยกเลิกนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ แต่ปฏิเสธข้อเสนอการเจรจาจากเกาหลีใต้ว่าเป็น “การหลอกลวง”
ผู้นำคิมกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในระหว่างการประชุมทบทวนนโยบาย ณ การประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9
คิม จองอึน กล่าวว่า “เราไม่มีเหตุผลที่จะไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ เคารพสถานะปัจจุบันของประเทศเราตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือ และยกเลิกนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ"
เขาเสริมว่า “อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับทัศนคติของสหรัฐฯ” และรัฐบาลจะตอบโต้ “อย่างเหมาะสม” หากสหรัฐฯ ยังคงมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อไป
“ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติหรือการเผชิญหน้าชั่วนิรันดร์ เราพร้อมสำหรับทั้งสองอย่าง และเราไม่ได้เป็นผู้เลือก” คิม จองอึน กล่าว
คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า เกาหลีเหนือยังคงเปิดประตูสำหรับการเจรจากับสหรัฐฯ เนื่องจากคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การเยือนจีนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือน เม.ย. นี้ จะเป็นโอกาสในการกลับมาเจรจากับ คิม จองอึน อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม คิม จองอึน เรียกท่าทีปรองดองของรัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ว่า “เป็นการหลอกลวง”
ในปี 2023 คิม จองอึน เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบศัตรู และนับตั้งแต่นั้นมาก็ยังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีใต้
“เราจะไม่ทำธุรกิจใด ๆ กับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุด” คิม จองอึน กล่าว พร้อมเสริมว่าท่าทีนี้จะได้รับการยืนยันในนโยบายของพรรค
เขากล่าวหาว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ในอดีตพยายามโค่นล้มระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่า “ท่าทีปรองดองที่รัฐบาลเกาหลีใต้ชุดปัจจุบันแสดงออกมานั้น เป็นเพียงการหลอกลวงที่ไร้ชั้นเชิง”
ผู้นำเกาหลีเหนือยังยืนยันสถานะของประเทศในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และให้คำมั่นว่าจะเร่งพัฒนาอาวุธต่อไป
สำนักข่าว KCNA รายงานคำกล่าวของคิมว่า “พรรคของเรามีความตั้งใจแน่วแน่และไม่เปลี่ยนแปลงที่จะเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์ของรัฐให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และใช้สถานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มที่”
คิมกล่าวว่า “สถานะของเราในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์มีบทบาทสำคัญในการยับยั้งภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากศัตรูและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค” โดยเรียกอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศว่า เป็นหลักประกันและเครื่องมือรักษาความปลอดภัย สำหรับความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ
คิมให้คำมั่นว่า จะดำเนินการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศต่อไป และบอกเป็นนัยถึงการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) โดยกล่าวว่าอีก 5 ปีข้างหน้า “อำนาจการป้องกันประเทศจะไปถึงระดับที่ศัตรูไม่สามารถรับมือได้”
คิม จองอึน กล่าวว่า “เรามีแผนทุกปีที่จะเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์ของรัฐ และจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ ขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการนิวเคลียร์ และขยายขอบเขตการใช้งาน”
ผู้นำคิมกล่าวถึงขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงได้ทั้งจากบนบกและใต้น้ำ โดรนที่ติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ ดาวเทียมสอดแนม และอาวุธยุทธศาสตร์และอาวุธไฟฟ้าที่สามารถกำหนดเป้าหมายดาวเทียมและระบบบัญชาการของศัตรูในช่วงสงคราม ว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการภายใต้แผน 5 ปี
สำนักข่าว KCNA รายงานว่า คิมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมกำลังทางเรือและเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางเรืออย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการที่เกาหลีเหนือแสวงหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์และอำนาจทางเรือที่แข็งแกร่งขึ้น
เรียบเรียงจาก Yonhap
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
“ฮุน มาเนต” บอกสื่อนอก ไม่เคยรู้มาก่อน “เฉิน จื้อ” เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์
คิวบาโจมตีเรือสปีดโบตอเมริกัน ดับ 4 ราย อ้างพยายามแทรกซึมเข้ามาก่อการร้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “คิม จองอึน” เผย พร้อมร่วมมือสหรัฐฯ แต่ต้องเลิกเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com