โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“คิม จองอึน” เผย พร้อมร่วมมือสหรัฐฯ แต่ต้องเลิกเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ

PPTV HD 36

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“ผู้นำคิม” ระบุว่า เกาหลีเหนือไม่มีเหตุผลที่จะไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ ขอเพียงยกเลิกนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ

วันที่ 26 ก.พ. สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) สื่อของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า ผู้นำสูงสุด คิม จองอึน กล่าวว่า เกาหลีเหนือไม่มีเหตุผลที่จะไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ หากยกเลิกนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ แต่ปฏิเสธข้อเสนอการเจรจาจากเกาหลีใต้ว่าเป็น “การหลอกลวง”

ผู้นำคิมกล่าวถ้อยแถลงดังกล่าวในระหว่างการประชุมทบทวนนโยบาย ณ การประชุมใหญ่พรรคแรงงานครั้งที่ 9

คิม จองอึน กล่าวว่า “เราไม่มีเหตุผลที่จะไม่ร่วมมือกับสหรัฐฯ หากสหรัฐฯ เคารพสถานะปัจจุบันของประเทศเราตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือ และยกเลิกนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ"

เขาเสริมว่า “อนาคตของความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ ขึ้นอยู่กับทัศนคติของสหรัฐฯ” และรัฐบาลจะตอบโต้ “อย่างเหมาะสม” หากสหรัฐฯ ยังคงมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อไป

“ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติหรือการเผชิญหน้าชั่วนิรันดร์ เราพร้อมสำหรับทั้งสองอย่าง และเราไม่ได้เป็นผู้เลือก” คิม จองอึน กล่าว

คำกล่าวนี้ชี้ให้เห็นว่า เกาหลีเหนือยังคงเปิดประตูสำหรับการเจรจากับสหรัฐฯ เนื่องจากคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่า การเยือนจีนของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในเดือน เม.ย. นี้ จะเป็นโอกาสในการกลับมาเจรจากับ คิม จองอึน อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม คิม จองอึน เรียกท่าทีปรองดองของรัฐบาลเกาหลีใต้ภายใต้ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ว่า “เป็นการหลอกลวง”

ในปี 2023 คิม จองอึน เคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบศัตรู และนับตั้งแต่นั้นมาก็ยังคงดำเนินนโยบายที่เป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีใต้

“เราจะไม่ทำธุรกิจใด ๆ กับเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นศัตรูตัวฉกาจที่สุด” คิม จองอึน กล่าว พร้อมเสริมว่าท่าทีนี้จะได้รับการยืนยันในนโยบายของพรรค

เขากล่าวหาว่ารัฐบาลเกาหลีใต้ในอดีตพยายามโค่นล้มระบอบการปกครองของเกาหลีเหนือ โดยกล่าวว่า “ท่าทีปรองดองที่รัฐบาลเกาหลีใต้ชุดปัจจุบันแสดงออกมานั้น เป็นเพียงการหลอกลวงที่ไร้ชั้นเชิง”

ผู้นำเกาหลีเหนือยังยืนยันสถานะของประเทศในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ และให้คำมั่นว่าจะเร่งพัฒนาอาวุธต่อไป

สำนักข่าว KCNA รายงานคำกล่าวของคิมว่า “พรรคของเรามีความตั้งใจแน่วแน่และไม่เปลี่ยนแปลงที่จะเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์ของรัฐให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และใช้สถานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างเต็มที่”

คิมกล่าวว่า “สถานะของเราในฐานะประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์มีบทบาทสำคัญในการยับยั้งภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นจากศัตรูและรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค” โดยเรียกอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศว่า เป็นหลักประกันและเครื่องมือรักษาความปลอดภัย สำหรับความมั่นคงและผลประโยชน์ของประเทศ

คิมให้คำมั่นว่า จะดำเนินการผลิตอาวุธนิวเคลียร์ของประเทศต่อไป และบอกเป็นนัยถึงการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) โดยกล่าวว่าอีก 5 ปีข้างหน้า “อำนาจการป้องกันประเทศจะไปถึงระดับที่ศัตรูไม่สามารถรับมือได้”

คิม จองอึน กล่าวว่า “เรามีแผนทุกปีที่จะเสริมสร้างกำลังนิวเคลียร์ของรัฐ และจะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ ขยายขีดความสามารถในการปฏิบัติการนิวเคลียร์ และขยายขอบเขตการใช้งาน”

ผู้นำคิมกล่าวถึงขีปนาวุธข้ามทวีปที่ยิงได้ทั้งจากบนบกและใต้น้ำ โดรนที่ติดตั้งปัญญาประดิษฐ์ ดาวเทียมสอดแนม และอาวุธยุทธศาสตร์และอาวุธไฟฟ้าที่สามารถกำหนดเป้าหมายดาวเทียมและระบบบัญชาการของศัตรูในช่วงสงคราม ว่าเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการภายใต้แผน 5 ปี

สำนักข่าว KCNA รายงานว่า คิมให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเสริมกำลังทางเรือและเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติการทางเรืออย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นการส่งสัญญาณถึงการที่เกาหลีเหนือแสวงหาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์และอำนาจทางเรือที่แข็งแกร่งขึ้น

เรียบเรียงจาก Yonhap

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“ฮุน มาเนต” บอกสื่อนอก ไม่เคยรู้มาก่อน “เฉิน จื้อ” เป็นเจ้าพ่อสแกมเมอร์

คิวบาโจมตีเรือสปีดโบตอเมริกัน ดับ 4 ราย อ้างพยายามแทรกซึมเข้ามาก่อการร้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “คิม จองอึน” เผย พร้อมร่วมมือสหรัฐฯ แต่ต้องเลิกเป็นปรปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่

- Website : https://www.pptvhd36.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...