โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

BEM โชว์งบปี 68 กำไร 3.7 พันล้าน รับยอดใช้ทางด่วน-รถไฟฟ้าพุ่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 10.24 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 10.24 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ดร.สมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยถึงความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีประกัน ว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ (Institutional Investors and/or High Net Worth Investors) ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักลงทุนสถาบันชั้นนำ ด้วยยอดจองซื้อสูงกว่า 2.6 เท่าของมูลค่าเสนอขายเบื้องต้นที่ 5,000 ล้านบาท บริษัทฯ จึงได้พิจารณาปรับเพิ่มมูลค่าการเสนอขายเป็น 8,000 ล้านบาท เพื่อรองรับความต้องการของนักลงทุน

สำหรับหุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็น 5 ชุด อายุ 3 – 12 ปี กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.03% - 3.41% ต่อปี โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ระดับ A(tha) แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ทั้งนี้ มีธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้และที่ปรึกษาหุ้นกู้ด้านความยั่งยืนแต่เพียงผู้เดียว

“ขอขอบคุณนักลงทุนทุกกลุ่มที่ให้การสนับสนุนการเสนอขายหุ้นกู้เพื่อความยั่งยืนของบริษัท ทั้งนักลงทุนพันธมิตรที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง และนักลงทุนรายใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของโครงข่ายทางพิเศษและรถไฟฟ้าอันเป็นระบบขนส่งหลักของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนความแข็งแกร่งทางการเงิน และแนวทางการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ BEM นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในการสนับสนุนโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งบริษัทฯ ได้วางเป้าหมายและดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง” ดร.สมบัติ กล่าว

การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 6 ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์การระดมทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Financing Framework) ของบริษัทฯ โดยได้รับความเห็นจากผู้ชำนาญการอิสระ (Second Party Opinion) จาก DNV (Thailand) Co., Ltd. เพื่อยืนยันความสอดคล้องของกรอบการระดมทุนและการใช้เงินตามหลักมาตรฐานสากล ทั้งนี้ เงินที่ได้จากการระดมทุนจะนำไปลงทุน และ/หรือ ทดแทนเงินลงทุนในโครงการขนส่งที่ใช้พลังงานสะอาด (Clean Transportation) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชนของประชาชน

ขณะเดียวกัน ดร.สมบัติ ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ว่า บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจำนวน 3,781 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยมีรายได้รวมจาก 3 กลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 16,916 ล้านบาท แบ่งเป็น 1. รายได้จากธุรกิจทางพิเศษ 8,833 ล้านบาท (มีปริมาณจราจรเฉลี่ย 1.11 ล้านเที่ยวต่อวัน) 2. รายได้จากธุรกิจระบบราง 6,906 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินยังคงเป็นโครงการหลักที่สร้างรายได้จากจำนวนผู้โดยสารที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และ 3. รายได้จากธุรกิจพัฒนาเชิงพาณิชย์ 1,177 ล้านบาท ทั้งนี้ ภาพรวมการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้น เป็นผลมาจากการบริหารควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รายงานความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ข้อมูล ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2568) โดยช่วงตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย - มีนบุรี (สุวินทวงศ์)) มีความคืบหน้าของงานระบบอยู่ที่ร้อยละ 36 ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการได้ในช่วงต้นปี 2571 ขณะที่ช่วงตะวันตก (บางขุนนนท์ - ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย) งานโยธาและงานระบบมีความคืบหน้าร้อยละ 23 พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการจัดหาขบวนรถไฟฟ้าเพิ่มเติมสำหรับสายสีน้ำเงินจำนวน 21 ขบวน มูลค่ากว่า 7,200 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตของผู้โดยสารในอนาคต

ทั้งนี้ BEM ยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการผสานกลยุทธ์ทางธุรกิจเข้ากับการสร้างคุณค่าด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน พร้อมพัฒนาองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...