‘รทสช.’ยันไม่เอารัฐธรรมนูญใหม่ ยํ้ากาเห็นชอบ เท่ากับฉีกทิ้ง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรค นายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรค รวมถึงคณะผู้บริหารพรรค แถลงย้ำจุดยืนของพรรคในการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วันที่ 8 ก.พ.นี้ ว่า ขอยืนยันต่อสื่อมวลชนและประชาชนว่า พรรค รทสช.ไม่เห็นชอบที่สมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เรายังยืนยันว่าเพราะเป็นการเซ็นเช็คเปล่า โดยที่ไม่รู้ว่าเซ็นเช็คกับใคร เพราะคำถามประชามติไม่ได้มีกรอบว่า จะมีการจัดทำรัฐธรรมนูญในรูปแบบใด และถือเป็นการฉีกรัฐธรรมนูญปี 60 ทิ้งทันที ทั้งที่การปรับปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ โดยไม่ต้องฉีกของเก่าทิ้ง
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญปี 60 ไม่ได้มีอะไรดีไปหมด แต่ไม่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับไหนก็มีข้อบกพร่อง ที่สามารถแก้ไขเป็นเรื่องๆ พรรค รทสช.เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา แต่เราไม่เห็นด้วยกับการฉีกทิ้งและเขียนใหม่ ถ้าเราเห็นว่าสมควรให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เท่ากับเห็นด้วยกับการฉีกทิ้งทั้งฉบับ โดยเฉพาะหมวด 1 และหมวด 2 รวมถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติ ที่อยู่ในมาตราต่างๆ ซึ่งไม่มีหลักประกันว่า การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะไม่มีผลกระทบสิ่งเหล่านี้
นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่รัฐบาลจะบอกว่า ตั้งคำถามประชามติตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่เป็นความจริง เป็นการพูดอย่างทำอย่าง เพราะศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า การทำประชามติครั้งที่ 1 กับ 2 สามารถทำพร้อมกันได้ ไม่ได้บอกว่าต้องถามแยกกัน และศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ห้ามรัฐบาลบอกให้ประชาชนทราบถึงกรอบการแก้ไข ต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญกับการฉีกรัฐธรรมนูญ เป็นคนละเรื่องกัน อีกประเด็นสำคัญคือ หากรัฐธรรมนูญถูกฉีกทิ้ง คนผิดที่เคยเสียสิทธิ หรือขาดคุณสมบัติต่างๆ ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญปี 60 ก็จะกลับคืนมาทั้งหมด เราจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงแบบนี้จริงหรือ
เมื่อถามว่า หลังจากนี้ จะเดินหน้ารณรงค์ให้ความรู้กับประชาชนอย่างไร นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า นี่เป็นความเห็นของพรรคเท่านั้น ส่วนประชาชนจะเห็นอย่างไร ตนไม่มีสิทธิไปชี้นำ และเราเคารพความเห็นของประชาชน
ด้านนายอรรถวิชช์ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แก้ได้ แต่ฉีกทิ้งไม่ได้ และการที่หลายพรรคออกมาบอกว่าจะปกป้องหมวด 1 หมวด 2 ต้องบอกว่าเรื่องของพระราชอำนาจ ไม่ได้อยู่แค่ในหมวด 1 และหมวด 2 แต่พระราชอำนาจสำคัญที่ยึดโยงกับฝ่ายนิติบัญญัติ เช่น สิทธิในการวีโต้กฎหมาย รวมถึงการแต่งตั้งข้าราชการทหารและข้าราชการพลเรือน จึงขอถามว่าแต่ละพรรคการเมืองได้อ่านรัฐธรรมนูญครบหรือยัง และเข้าใจหรือไม่ว่ากำลังเผชิญกับอะไร.