โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘กรมควบคุมมลพิษ’ ยก ‘ร่องบอนโมเดล’ จ.เชียงรายต้นแบบชุมชน ‘ปลอดเผา’ เผย 17 จังหวัดภาคเหนือสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แนวโน้มดีขึ้น

เดลินิวส์

อัพเดต 23 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 22.02 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“กรมควบคุมมลพิษ” ยก “ร่องบอนโมเดล” จ.เชียงราย ต้นแบบ “ชุมชนปลอดเผา” เผย 17 จังหวัดภาคเหนือ เทียบ 2 ปีภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 แนวโน้มดีขึ้น ค่าฝุ่น-จำนวนวันฝุ่นฟุ้งลดลง จุดความร้อนทั่วประเทศลดลง 59% เฝ้าระวังจุดความร้อนเพื่อนบ้าน “เมียนมา-กัมพูชา”

เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ จ.เชียงราย นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) นำสื่อมวลชนลงพื้นที่เยี่ยมชุมชนบ้านร่องบอน “ร่องบอนโมเดล” ต.ม่วงคำ อ.พาน จ.เชียงราย ซึ่งถือเป็นชุมชนแบบอย่างที่ได้มีการขับเคลื่อนการดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า คืนความชุ่มชื้นให้กับธรรมชาติ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2535 ภายใต้การนำของผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง ประชาชนให้ความร่วมมือ จนได้รับการยอมรับจากหน่วยงานต่าง ๆ

โดยนายสุรินทร์ กล่าวว่า เดิมบ้านร่องบอนในอดีตเป็นชุมชนที่มีสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้ง การตัดไม้ ทำไร่ในป่า จนสภาพพื้นที่ชุมชนและบริเวณโดยรอบไม่มีต้นไม้ ขาดความชุ่มชื้นในพื้นที่ แต่มีจุดเปลี่ยนที่สำคัญของชุมชน โดยแรกเริ่มจากผู้นำชุมชนได้เล็งเห็น ตระหนักและให้ความสำคัญกับการคืนผืนป่าของชุมชนให้มีความอุดมสมบูรณ์ ชุมชนและป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้ จึงได้กำหนดแนวทาง กฎ ข้อบังคับ เช่น ใช้กฎระเบียบสังคม การสร้างการมีส่วนร่วม การสร้างแรงจูงใจ และให้ความสำคัญมาตรการห้ามเผา เพื่อนำไปสู่แนวทางการอนุรักษ์

นายสุรินทร์ กล่าวว่า โดยได้ขอคืนพื้นที่ป่าในเขตหมู่บ้าน ซึ่งเป็นป่าดอยป่าซางที่เสื่อมโทรมจากการถูกบุกรุกทำลาย มีเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ตั้งอยู่บริเวณกลางหมู่บ้าน โดยชุมชนได้ร่วมกันฟื้นฟูผืนป่าแห่งนี้ให้กลับมาเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นแหล่งน้ำ แหล่งอากาศ และดูแลป้องกันไม่ให้เกิดไฟป่าลุกลามเข้ามาในพื้นที่ ทำให้ป่าชุมชนบ้านร่องบอนไม่เกิดไฟป่ามาตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้ปัญหาหมอกควันลดลงและคุณภาพอากาศในบรรยากาศดีขึ้น

"ปัจจุบันชุมชนบ้านร่องบอน ได้มีการจัดการป่าชุมชนบ้านร่องบอน ภายใต้ “ร่องบอนโมเดล” และเข้าร่วมโครงการคาร์บอนเครดิตของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง จำนวน 422 ไร่ สามารถกักเก็บคาร์บอนได้ 2,361 ตัน/ปี โดยต้องมีการจัดทำแผนดูแลรักษาป่า ห้ามให้เกิดไฟป่า และก่อตั้งกองทุนพัฒนาป่าและพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ซึ่งเมื่อได้มาเห็นความตั้งใจของผู้นำชุมชน คุณแม่ปราณี ราชคมน์ ประธานป่าชุมชนบ้านร่องบอน และคณะกรรมการดูแลรักษาป่าชุมชนบ้านร่องบอน รวมถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ก็ต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง" นายสุรินทร์ กล่าวว่า

ทั้งนี้นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการ คพ. ติดตามการดำเนินงานตามมาตรการรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง PM2.5 ประจำปี 2569 พร้อมมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการดำเนินการอย่างเข้มข้น เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนก่อนเข้าสู่ช่วงวิกฤติฝุ่นละออง

นายสุรินทร์ กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ จากการตรวจวัดโดยสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ เปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกัน 2 ปี ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2567-18 ก.พ. 2568 และวันที่ 1 พ.ย. 2568-18 ก.พ. 2569 พบว่า ภาพรวมสถานการณ์ฝุ่น PM2.5 มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน โดยค่าฝุ่นเฉลี่ยลดลงจาก 32 เหลือ 24 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) ลดลง 25% ขณะที่จำนวนวันที่ค่าฝุ่นเกินมาตรฐานลดลงจาก 95 วัน เหลือ 65 วัน หรือลดลง 32%

นายสุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับจุดความร้อนในประเทศเมื่อเปรียบเทียบช่วงเวลาเดียวกันระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-18 ก.พ. พบว่า ปี 2569 มีจุดความร้อนจำนวน 7,418 จุด ลดลงกว่า 59% (ปี 2568 ที่มีจำนวน 17,929 จุด) โดยส่วนใหญ่เกิดในพื้นที่ป่า 2,449 จุด (33%) รองลงมาคือพื้นที่นาข้าว 2,066 จุด (27.8%) พื้นที่ปลูกข้าวโพดและไร่หมุนเวียน 1,136 จุด (15.3%) ในขณะที่จุดความร้อนภายนอกประเทศ ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2568 เริ่มพบจุดความร้อน โดยเฉพาะกัมพูชา ต่อมาในช่วงเดือน ก.พ. พบจำนวนจุดความร้อนเพิ่มขึ้นในเมียนมาและ สปป.ลาว

นายสุรินทร์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจุดความร้อนสะสมในอนุภูมิภาคแม่โขงมีจำนวนลดลงทุกประเทศ ยกเว้นเมียนมา แต่ขณะนี้ กัมพูชา และเมียนมา ยังคงเป็นพื้นที่หลักที่ต้องเฝ้าระวังเรื่องการเผา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปัญหาฝุ่นควันข้ามพรมแดน

นายสุรินทร์ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศการเข้าสู่ฤดูร้อนของประเทศไทย พ.ศ. 2569 ในวันที่ 22 ก.พ. 2569 อาจส่งผลให้พื้นที่มีความแห้งแล้ง มีโอกาสที่การจุดติดไฟเกิดขึ้นได้ง่าย ซึ่งอาจส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่นกลับมามีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงต้องมีการเฝ้าระวังการเผาอย่างเข้มงวด โดยรัฐบาลได้เตรียมการไว้ล่วงหน้า โดยมีมาตรการครอบคลุมทุกมิติ ทั้งป่า เกษตร เมือง หมอกควันข้ามแดน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมและบูรณาการทำงานมาอย่างต่อเนื่อง และเนื่องจากในช่วงนี้จุดความร้อนในพื้นที่ป่าเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น จึงมีการยกระดับมาตรการควบคุมการเผาในพื้นที่ป่าให้เข้มข้นขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...