ดราม่าแม่ฮ่องสอน! นายก อบต.ขู่ไม่ร่วมมือดับไฟป่า ปมถนนเขตอุทยานสาละวิน
เกิดประเด็นร้อนแม่ฮ่องสอน หลังนายก อบต.โพสต์ขู่ไม่ร่วมมือแก้ไฟป่าหากกรมอุทยานฯ ไม่เปิดถนนในพื้นที่อุทยานสาละวิน ขณะอธิบดีลงพื้นที่ตรวจสอบข้อร้องเรียน ชาวบ้านหวั่นกระทบการสัญจรและการเข้าถึงการรักษาพยาบาล
กลายเป็นประเด็นขึ้นมาเมื่อ นายก อบต.แห่งหนึ่งในเขตป่าสาละวิน จ.แม่ฮ่องสอน ขู่จะไม่ให้ความร่วมมือกับกรมอุทยานฯในการแก้ไขปัญหาไฟป่าในพื้นที่หาก ทางกรมอุทยานฯไม่ยินยอมให้มีการผ่านเส้นทางถนนปริศนา ที่กำลังมีปัญหาและอธิบดีเดินทางลงพื้นที่ในวันนี้ (23 ก.พ.69)
วันที่ 23 ก.พ.69 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าสาละวิน ได้โพสเฟซบุ๊กว่า วันนี้ท่านอธบดีลงมา หากทางกรมอุทยานฯ ไม่ให้เปิดใช้ในการสัญจร หรือไม่กันเขตพื้นที่ถนนออกจากป่า ชาวบ้านในเขต ต.เสาหิน ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย แม่สะเรียง เราจะไม่ให้ความร่วมมือในการจัดการดูแล ป้องกันไฟป่า และหมอควันเช่นกัน
ทั้งนี้ในวันเดียวกัน (23 ก.พ.69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช พร้อมคณะได้เดินทางลงพื้นที่ ตรวจสอบสภาพถนนสายปริศนา ที่บ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีราษฎรในพื้นที่ยื่นหนังสือให้มีการทบทวนคำสั่งปิดถนนเส้นดังกล่าวเนื่องจากส่งผลกระทบต่อการสัญจรของราษฎรในพื้นที่ และหากมีการปิดถนนจะส่งผลกระทบต่อการขนส่ง การลำเลียงคนป่วยออกมารักษา และอื่น ๆ อีกมากมาย
แหล่งข่าวในพื้นที่ชายขอบ ระบุว่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศเขตอุทยานในแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะแนวชายขอบติดเมียนมา ด้านทิศตะวันตกของจังหวัดฯ เมื่อปี พ.ศ. 2537 ขณะที่หมู่บ้านในพื้นที่ดังกล่าว ตั้งมานานหลายร้อยปี ยกตัวอย่าง สถานีตำรวจภูธรบ้านเสาหิน ตั้งขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ.2482 การประกาศเขตอุทยาน กลับไปตัดเส้นทางคมนาคมของเขาที่มีมานาน ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางเดินเท้า หรือทางเกวียน หรือไรก็แล้วแต่ ตรงจุดนี้ ทางกรมอุทยานคิดได้ไง ในเมื่อการพัฒนาความเจริญต้องมีถนนหนทาง ไฟฟ้า ในแต่ละปี พื้นที่ อ.สบเมย , อ.แม่สะเรียง , อ.แม่ลาน้อย , อ.ขุนยวม อ.เมืองแม่ฮ่องสอน , อ.ปางมะผ้า และ อ.ปาย ถนนที่เชื่อมแต่ละหมู่บ้านอยู่ในเขตอุทยาน และเขตป่าสงวน เมื่อถึงหน้าฝน จะเห็นสภาพถนนที่พังเละ สัญจรผ่านไปมาไม่ได้ ทิ้งให้ราษฎรตาดำดำ ต้องอาศัยอยู่อย่างยากไร้ ป่วยหนักถึงกับตายเพราะออกมาหาหมอไม่ทัน
“ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่กรมอุทยานฯ จะยกเลิกถนนที่ผ่านเขตอุทยานฯ ไปเชื่อมแต่ละหมู่บ้าน ให้สามารถพัฒนาและปรับปรุงให้สามารถสัญจรได้ทุกฤดู ซึ่งจุดนี้จะช่วยพัฒนาประเทศชาติได้ดียิ่ง”