โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ชัยวุฒิ’ ซัดการเมืองยุค ‘ประโยชน์นิยม’ รัฐมนตรีหน้าเดิม ‘เคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ’

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 19.47 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ไม่แผ่ว !

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 18 มกราคม 2569 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ (เบอร์ 35) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและทีมบริหารพรรค ร่วมลงพื้นที่ตลาดรุ่งถาวร อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ช่วยขอคะแนนเสียงให้กับ นายอดุลย์ ศรีภูมิสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส.จันทบุรี เขต 3 เบอร์ 9

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนในพื้นที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ขณะที่พ่อค้าแม่ค้าบางส่วนซึ่งเป็น FC ของนายชัยวุฒิ หัวหน้าพรรครักชาติ ได้เข้ามาพูดคุย ทักทาย พร้อมขอให้เต้นท่าเหมือนในคลิปเพลงประจำพรรค "รักชาติ 35" ซึ่งได้ปรับแต่งเนื้อร้อง และทำนองมาจากเพลง "เชพบ๊ะ" ของคุณฮาย อาภาพร นครสวรรค์ ด้วย

นายชัยวุฒิ กล่าวถึงความล้มเหลวของนโยบายประชานิยม และพฤติกรรมของนักการเมืองในปัจจุบัน ว่า คนถามถึงนโยบายประชานิยมแบบเก่า ดิจิทัลวอลเล็ต เงินหมื่นยังไม่ได้เลย เงินคนละครึ่งพลัส ก็ยังไม่ได้ อยากได้เงินกัน แต่วันนี้ประชานิยมไม่ต้องพูดถึงแล้ว วันนี้ประชาชนกำลังถูกหลอกด้วยตัวเลข แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่ได้รับผลประโยชน์จริง ซึ่งตนขอเรียกว่า ยุค "ประโยชน์นิยม” ผสมพันธุ์ข้ามขั้วคือ การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการเมืองไทย ปัจจุบันนักการเมืองทุกพรรคไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยอุดมการณ์อีกต่อไป แต่กลายเป็นเรื่องของประโยชน์นิยม

"วันนี้นักการเมืองทุกพรรค เขาเป็นนโยบายประโยชน์นิยมแล้ว คือผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว เพื่อจะหาประโยชน์จากการเป็นรัฐบาล โดยจุดยืนของพรรครักชาติ ซึ่งเคยร่วมงานในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังมีอุดมการณ์มั่นคง ไม่เปลี่ยนขั้วไม่ย้ายฝั่งเหมือนนักการเมืองคนอื่น ๆ ที่เห็นตามหน้าสื่อ" นายชัยวุฒิ กล่าว

หัวหน้าพรรครักชาติ ยังได้วิเคราะห์ทิศทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง โดยเชื่อว่ามีการเจรจาตกลงผลประโยชน์ หรือ ดีลกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ ประเทศไทยจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง เพราะโครงสร้างอำนาจถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มการเมืองเดิม ๆ ภายใต้บริบทของประโยชน์นิยม ที่กำลังกัดกินการเมืองไทย

"นักการเมืองที่คุณเห็น ที่เป็นรัฐมนตรี ที่จะมาเป็นรัฐบาลทั้งในอดีตและในอนาคต เขาผสมพันธุ์ข้ามขั้วกันหมดแล้ว และเขาดีลคุยกันหมดแล้ว รัฐมนตรีที่เคยเป็น ก็จะเคยเป็น เป็นอยู่ และเป็นต่อ" นายชัยวุฒิ กล่าว

ขณะที่ นายเจษฎ์ สะท้อนความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อระบบการเมืองไทยในปัจจุบัน ว่า การเข้ามาอยู่จุดนี้ทำให้ได้เรียนรู้สิ่งที่ไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น ทั้งการแก้รัฐธรรมนูญและการแก้กฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ ไม่ว่าจะมาจากรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลรัฐประหาร ปรากฏการณ์ที่นักการเมืองยอมละทิ้งจุดยืนเดิม เพื่อจับมือกันตั้งรัฐบาล โดยใช้คำว่า "ไม่เป็นไร ช่างหัวมัน" มาลบล้างความผิดในอดีต วันนี้บ้านเมืองไม่มีทางเปลี่ยน เพราะคนไทยและนักการเมืองยังยอมรับพฤติกรรมกลับกลอกได้ เช่น กรณีที่เคยเป็นศัตรูกันทางความคิด แต่กลับมาจับมือกันได้หน้าตาเฉย เช่น คนที่เคยทำให้ไทยต้องรบกับเขมร วันนี้กลับบอกว่าไม่เป็นไร คนที่เคยจาบจ้วงลูบคม สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ วันนี้สังคมและการเมืองกลับบอกว่าช่างหัวมัน คนที่เคยได้รับประโยชน์เกื้อกูลจากทหาร กลับมาด่าทหารเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ยังบอกว่าไม่เป็นไร เป็นต้น

นายเจษฎ์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงความร่วมมือข้ามขั้วในสภา และการนำทรัพยากรของรัฐ มาใช้ประโยชน์ส่วนตน รวมถึงการที่พรรคการเมืองใหญ่ ๆ ยอมเอาเทาล้มส้ม เอาส้มล้มเทา หรือการนำสีเสื้อต่าง ๆ มาผสมปนเปกันเพื่ออำนาจ โดยไม่มีใครคิดจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองจริง ๆ

เมื่อถามถึง กระแสวิจารณ์ที่ว่าการออกมาตั้งพรรคเองเป็นการ "เสียของ" และควรไปอยู่กับพรรคใหญ่ นั้น นายเจษฎ์ ได้ถามกลับว่า ไปอยู่กับคนตัวใหญ่ เดินตามใคร ถ้าผู้ใหญ่เลว เด็กเดินตาม เด็กก็ชั่ว สำหรับพรรครักชาติยืนยันจุดยืนความเป็นเอกเทศ ไม่ได้มีนายทุนหรือเจ้าของพรรคคอยเชิดหุ่น ไม่มี "ทุนสีเทา" หนุนหลัง และพร้อมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ด้วยความจริงใจ เพราะเชื่อว่าหากเดินตามพรรคใหญ่ที่ไม่มีคุณธรรม ตนเองก็จะกลายเป็นคนเลวไปด้วย.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...