“จตุพร” นำทัพ โอกาสใหม่ปราศรัย ร่มเกล้า ชี้ ถึงเวลาทิ้งการเมืองเก่า เชื่อเสียงประชาชนคือโอกาสเปลี่ยนประเทศ จี้ แบงค์ชาติออกมาชี้แจง ปม เงินสดผิดปกติ 250 ล .
“จตุพร” นำทัพ โอกาสใหม่ปราศรัย ร่มเกล้า ขอคะแนนเสียง ชี้ ถึงเวลาทิ้งการเมืองเก่า ไม่กดดันโค้งสุดท้าย เชื่อ เสียงประชาชนคือโอกาสเปลี่ยนประเทศ มอง สปส.หากปรับเพิ่มขึ้น ควรเป็นประโยชน์ต่อ ปชช. ฟาด ไม่ใช่เพิ่มภาระให้ผู้ประกันตน จี้ แบงค์ชาติออกมาชี้แจง ปม เงินสดผิดปกติ 250 ล . ย้ำ หากเป็น รบ. จะจัดการ ฝุ่น ด้วยลดการเผา - ต้องมีมาตรการในการแจ้งเตือนกับประชาชน
วันที่ 29 ม.ค. 69 ที่สวนสุขภาพร่มเกล้า 2 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ปราศรัยสวนสุขภาพร่มเกล้า ว่า วันนี้ก็ให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ในเขตฝั่งตะวันออก เราเชื่อว่าใน กทม.ผู้สมัครของเรามีความพร้อม โดยเราจะผลักดันนโยบายต่าง ๆ ของเราที่วางเอาไว้ ไม่ว่าจะเรื่องรัฐสวัสดิการ การคมนาคม เศรษฐกิจ การดูแลสวัสดิการประชาชน การดูแลเรื่องภัยพิบัติ น้ำท่วมน้ำแล้ง โดยพื้นที่ลาดกระบังก็เป็นพื้นที่ที่ติดชายขอบ เราก็มีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาประชาชน รวมถึงชาวมุสลิมเพราะพื้นที่ตรงนี้มีจำนวนมาก ก็อยากมีการผสมผสานกัน เราก็เชื่อว่านโยบายต่าง ๆ ของเราก็ลงผ่านไปที่ผู้สมัคร ก็หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประชาชนอย่างเต็มที่ ก็ขอฝากพรรคโอกาสใหม่ เบอร์ 44
เมื่อถามว่าเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง มีความกดดันหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ไม่กดดัน แต่สิ่งที่กดดันคืออยากจะฝากไปถึงพี่น้องประชาชนว่า วันที่ 8 กุมภาพันธ์ อยากให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทุกคน ไปช่วยกันคะแนนเสียงวันเลือกตั้งให้เต็มที่ ตนเชื่อว่ามันจะเป็นโอกาสที่สำคัญในการที่จะเปลี่ยนประเทศ และถ้าอยากจะเปลี่ยนให้จริงๆอยากจะมองว่าอย่าไปคิดการเมืองแบบเก่าเก่า มองเรื่องของผลประโยชน์เป็นตัวตั้งอยากให้พี่น้องประชาชนใช้เสียงที่มีอยู่วันที่ 8 ก.พ. 69 เข้าคูหา และเลือกสิ่งที่ท่านต้องการจริง ๆ เดินหน้าผมคิดว่าตรงนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดฝากก็ฝากผู้สมัคร สส.ของพรรคโอกาสใหม่ทุกคนด้วย พวกเราพร้อมที่จะทำงานให้พี่น้องประชาชนที่จะเดินหน้า
เมื่อถามถึงประเด็นประกันสังคมที่ตอนนี้สังคมกำลังจับตามองอย่างมาก นายจตุพร กล่าวว่า ตนก็เห็นด้วยกับสิ่งที่มีการพูดกัน เราฐานะเป็นราชการ ตรงนั้นน่าจะเกี่ยวข้องกับ กบข. แต่พี่น้องที่อยู่ในระบบประกันสังคมเป็นจำนวนหลาย 10,000,000 ตนอยากให้เค้าทำให้โปร่งใสโดยสิ่งที่เขาเรียกร้องมาพบตนก็เห็นด้วยแล้วที่บอกว่าอยากให้ออกจากระบบราชการตนก็เห็นด้วยก็ให้มืออาชีพเค้าได้บริหารจัดการจะเอาบรรยากาศรวมกับแต่สัมภาษณ์จะแยก ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเราในฐานะเป็นฝ่ายการเมืองแล้วก็อยากจะช่วยตรวจสอบตรงนี้ให้เป็นไปตามสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากที่สุด
เมื่อถามต่อว่าจะจัดการปัญหาอย่างไรให้โปร่งใส ในฐานะที่เคยเป็นอดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายจตุพร กล่าวว่า ประกันสังคม ตนคิดว่าเป็นเงินค่อนข้างเยอะเริ่มตั้งแต่การบริหารกองทุนผู้บริหารมาจากมืออาชีพไหมมีความเข้าใจไหมการลงทุนต้องให้ทุกคนได้เข้าใจตรงกันว่าการลงทุนต้องทำอย่างไรบ้างมีหลายแห่งที่ดูแล้วก็ลงทุนก็ไม่คุ้มเลยก็คืออย่าเอาเงินของชาวบ้านเขามาปู้ยี้ปู้ยำ ทำให้มันโปร่งใสตรงนี้สำคัญที่สุดและต้องแสดงความตั้งใจอย่างเต็มที่ส่วนนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้
เมื่อถามว่าประกันสังคมจะมีการปรับขึ้นอัตราหักต่อเดือน อยู่ 875 บาท ประชาชนมองว่าเป็นราคาที่สูง แต่สวนทางกับการบริการ ตรงนี้มองอย่างไรบ้าง นายจตุพร กล่าวว่า การจะเพิ่มเงินที่จะเข้าไปในกองทุน ถ้าเพิ่มและตอบประชาชนได้ว่าเอาไปทำอะไรและเป็นประโยชน์ ทำให้คนที่ได้รับสิทธิประโยชน์ได้ประโยชน์อย่างแท้จริงก็มีเหตุผล แต่ถ้ายังไม่เคลียร์ก็อยากให้คงราคาเท่าเดิมดีกว่า เพราะเหมือนไปเพิ่มภาระให้ผู้ประกันตน ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ
เมื่อถามว่าปัญหาฝุ่นกลับมาอีกแล้ว จะแก้ไขอย่างจริงจังให้หมดไปอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า ในเรื่องของฝุ่นซึ่งเป็นนโยบายหลักของพรรคเราโดยเฉพาะในเรื่องของภัยพิบัติ ซึ่งวันนี้สิ่งที่เราจะทำหากเป็นรัฐบาลคือจะให้ใช้รถไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อที่จะลดในเรื่องของฝุ่น และการเตือนภัยซึ่งเป็นการแจ้งเตือนที่สำคัญเพราะเราต้องยอมรับว่าฝุ่นจะมา
พร้อมกับอากาศที่หนาว รวมถึงการเผาในบริเวณปริมณฑลอยากจะขอความร่วมมือให้ลดการเผา ส่วนในเรื่องของหมอกควันข้ามแดน ตนเคยทำตั้งแต่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เราจะไม่ซื้อวัตถุดิบที่มาจากการเผาเราจะสั่งห้ามเด็ดขาด เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างต้องผสมผสานกันและต้องแจ้งเตือนประชาชนด้วย
นายจตุพร ย้ำว่า ประเทศไทยร้อน หนาว ฝน ฝุ่น เพราะฉะนั้นต้องเตรียมตัวให้พร้อมซึ่งหากจะแก้ให้เสร็จ 100% เป็นไปไม่ได้ เพราะเรากำลังต่อสู้กับเรื่องของธรรมชาติแต่เราต้องมีมาตรการในการที่จะแจ้งเตือนกับประชาชนและลดสิ่งที่เป็นปัญหาให้มากที่สุด
ส่วนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยพบการเบิกถอนเงินสดผิดปกติ 250 ล้าน เจาะจงแต่แบงก์ 500 อย่างเดียวตรงนี้มองอย่างไรบ้าง นายจตุพร กล่าวว่า ตนมองว่าทางแบงค์ชาติต้องมาชี้แจงว่าการเบิกต้องมีรายละเอียดมากกว่านี้ พูดไปเดี๋ยวประชาชนจะโยงว่านำเงินไปซื้อเสียงตรงนี้จะไม่ดี จึงอยากให้แบงค์ชาติอธิบาย ว่าเบิกเงินมากกว่าครั้งที่แล้วหรือไม่ และรายละเอียดของแบงค์เป็นอย่างไรเรื่องนี้แบงค์ชาติต้องออกมาชี้แจง และตนคิดว่าเรื่องนี้อยู่ที่แบงค์ชาติหากจะอธิบายก็ต้องให้เคลียร์
ทั้งนี้สำหรับกระแสที่มีการไล่จดชื่อรายบ้าน ตรงนี้มองอย่างไรบ้างและอยากรณรงค์ให้ประชาชนไม่ซื้อสิทธิ์ขายเสียงอย่างไร นายจตุพร กล่าวว่า ตนมองว่าเราอย่าดูถูกประชาชน เพราะย้ำอยู่เสมอว่าหากประชาชนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของประเทศจริงๆ ประชาชนต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง เพราะการเลือกตั้งทั้ง สส.เขต สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และทำประชามติ 3 อย่างเป็นสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นเชื่อว่าประชาชนเข้าใจว่าอะไรคืออะไร และมองว่าประชาชนเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่างจึงมองว่าใน วันที่ 8 ก.พ. 69 อยากฝากถึงประชาชนทุกท่านให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งอย่างเต็มที่ ไม่ว่าประชาชนจะเลือกใครก็ตาม ถ้าอยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลงก็ให้เลือกพรรคโอกาสใหม่เบอร์ 44