เกมหลังคูหา กกต.เงียบเพื่อใคร
ต่างก็ตั้งข้อสงสัยต่อการทำงานของ กกต.ให้มั่วไปหมด มีผู้พยายามขอนับใหม่ทั้งมหาสารคาม เขต 1 ชลบุรี เขต 3 และเขต 1 ซึ่งไม่รู้ว่า เขต 1 นี่มี “ผสมแรงแค้น” หรือไม่ เพราะคนลงสมัคร สส.คือ “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เลยกระพือข่าวแรงมาก ยกความน่าสงสัยโน่นนี่ แกนนำที่ไปเขต 1 ก็เป็นตัวจี๊ดที่ดูเหมือนไม่ค่อยถูกกับเสี่ยเฮ้งตั้งแต่ตอนเขาดำรงตำแหน่ง รมว.แรงงาน คือ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ และ “เนม” สหัสวัต คุ้มคง ว่าที่ สส.ชลบุรี ซึ่งสองคนนี้เปิดประเด็นเรื่องการลงทุนของประกันสังคม ซื้อตึกสกายไนน์
ฝั่งหนึ่งก็มองว่า การเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในหลายเขตมันสมควรแล้ว เพราะเชื่อว่า “ผลคะแนนผิด และสงสัยว่าเจ้าหน้าที่เอื้อให้หรือไม่” แต่ขณะเดียวกัน การเรียกร้องที่เกินขอบเขตประเภทหัวชนฝาว่าต้องโกง ไม่ฟังใคร ไม่ฟังอธิบาย ระวังว่าจะเกิดกระแสตีกลับ ว่าบางพรรคทำไมมันถึงพูดไม่รู้เรื่อง แพ้ไม่เป็น อาศัยเอาแรง เอาก้าวร้าวให้ชนะ และกำลังจะละเมิดกฎหมายโดยพบว่า มีคนถ่ายภาพผู้สังเกตการณ์บางคนไปยุ่งกับหีบที่ชลบุรีเขต 1 ถ้าลำบากมากก็ให้ไปฟ้องศาลให้สั่งเลือกตั้งเป็นโมฆะเอา กกต.ทำงานได้สองวัน ทำไมการเคลื่อนไหวมันพยายามขยี้จนชวนสงสัยมีการจัดตั้งหรือไม่
เมื่อเราพิเคราะห์ดู ปัญหาความไม่น่าเชื่อถือของ กกต. จุดตั้งต้นมาจาก 1. ที่มาของ กกต.เอง ถูกครหาไม่หยุดว่า ชุดแรกก็มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชุดต่อมาก็เลือกจากกรรมการสรรหาคือ สว.ที่ไม่ได้ยึดโยงกับภาคประชาชน และ 2. กกต.ไม่ค่อยสื่อสารอะไรกับสังคมมากนัก นิ่งเฉยตลอด ปล่อยนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.ออกมาพูดเพียงฝ่ายเดียว การทำงานของกรรมการอีก 7 คนเป็นเรื่องที่ประชาชนไม่รับรู้ เข้าไม่ถึง เมื่อไม่เคยพูดอะไรเลยก็ไม่ค่อยมีความเข้าใจระหว่างกัน กกต.ยิ่งเงียบยิ่งโดนตั้งคำถามว่า นิ่ง สยบความเคลื่อนไหว “รับใช้กลุ่มบ้านใหญ่ทางการเมืองหรือไม่”
ความไม่น่าเชื่อถือมาจากงานที่ล่าช้าด้วย โดยเฉพาะการทำงานของในคดีที่คนจับตามองมาก นั่นคือคดีฮั้ว สว. หลายคนเข้าใจว่า กกต.เป่าคดีทิ้งไปแล้วด้วยซ้ำ แต่จริงๆ คดีนี้ยังอยู่ และมีการแย้มความคืบหน้ามาเป็นระยะด้วยว่า เริ่มพาดพิงคนจ่ายเงินคนไหนได้ กระบวนการสอบอีกส่วนคือเรื่องอั้งยี่ ซ่องโจร ก็อยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ผ่านไปนานก็ไม่เห็นคดีจะคืบกว่ารอแจ้งข้อกล่าวหา จนมีเสียงค่อนแคะ “สงสัย กกต.จะรอให้ สว.หมดวาระก่อน”
หรือที่สังคมตั้งคำถามกันทั่วเมือง จากที่ทางผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ตรวจพบการทำธุรกรรมการเงินผิดปกติร่วม 450 ล้านบาท เบิกเป็นธนบัตร 500, 100 บาท ซึ่งเป็นที่น่าสงสัย การสอบสวนเรื่องนี้กลับทำได้ช้า ทั้งที่ตามเส้นทางการเงินน่าจะบอก “จังหวัดเฝ้าระวัง” ได้แต่แรก กลายเป็นเรื่องชวนอารมณ์เสีย เมื่อทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังจะโยนให้ กกต.สอบให้เสร็จก่อน
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของความอลหม่านวุ่นวายหลังเลือกตั้งครั้งนี้ ก็มาจากกลุ่มผู้ชุมนุมอีกส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะในประเด็นการปั่นข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียแพลตฟอร์มต่างๆ จะมีไอโอหรือไม่ก็ไม่อยากจะพูดเพราะไม่มีใครยอมรับ ซึ่งถ้าจะไม่ให้เรื่องขยายเร็วไป ต้องฝึกเรื่องความรู้เท่าทันสื่อ อ่านข่าวหลายแหล่งแล้วเปรียบเทียบว่า ตรงไหนจริง ตรงไหนปั่นให้โกรธ การเลือกตั้งมันมีผลประโยชน์เบื้องหลังมหาศาล อย่าคิดในมุมโลกสวยอย่างเดียว
ตอนนี้ดูข่าวเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่แล้วสงสาร กกต.จังหวัด เพราะได้แต่รอ กกต.กลาง ที่ยังคงเงียบ จนมีคำถามตามมาว่า “เกมหลังคูหา กกต.เงียบเพื่อใคร ??”